นวัตกรรมการปลูกป่า บินโดรนหว่าน 4 หมื่นเมล็ดต่อวัน ทางลัดช่วยฟื้นฟูโลก

บริษัทสตาร์ทอัพในออสเตรเลียกำลังสร้าง “กองทัพของโดรนยิงเมล็ดพันธุ์พืช” โดยการนำฝักเมล็ดพันธุ์พืชซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษนำขึ้นไปยิงจากท้องฟ้าลงสู่พื้นดินเพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ป่า

เป็นการใช้โดรนต่อสู้การตัดไม้ทำลายป่า “โดรนของเราแต่ละตัวสามารถหว่านเมล็ดได้กว่า 40,000 เมล็ดต่อวัน” แอนดรูว์ วอล์คเกอร์ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง AirSeed Technologies กล่าวและว่า “เมื่อเทียบกับวิธีการแบบเดิมมันเร็วกว่า 25 เท่า และก็ถูกกว่า 80% ด้วย”

พวกเขาตั้งเป้าปลูกต้นไม้ 100 ล้านต้นภายในปี 2567 โดยโดรนแต่ละตัวจะบรรจุเมล็ดที่คัดเลือกมาเป็นพิเศษซึ่งเข้ากันได้ดีกับถิ่นที่อยู่ด้านล่าง

เมล็ดเหล่านี้ผลิตขึ้นโดยใช้ชีวมวลเหลือทิ้ง มีสารเคลือบคาร์บอนที่ช่วยป้องกันการกัดแทะจากนก แมลง และหนู เมื่อฝนตกเมล็ดดังกล่าวจะอุ้มน้ำเพื่อให้เมล็ดงอกออกมา ซึ่งแต่ละเมล็ดจะมีสารอาหาร แร่ธาตุ และโปรไบโอติกทั้งหมดที่พืชต้องการผสมอยู่ เพื่อเป็นอาหารแก่ระบบราก และการเจริญเติบโต

“มันปกป้องเมล็ดพันธุ์จากสัตว์ป่าประเภทต่าง ๆ แต่ยังสนับสนุนเมล็ดเมื่องอก และช่วยส่งมอบสารอาหารและแหล่งแร่ธาตุทั้งหมดที่จำเป็น พร้อมกับโปรไบโอติกบางชนิดเพื่อเพิ่มการเจริญเติบโตในระยะเริ่มต้น” วอล์คเกอร์กล่าว

ทั้งนี้ การบินโดรนในแต่ละครั้งเส้นทางบินจะคงที่และยิงเมล็ดพันธุ์ไปตามที่กำหนดไว้ล่วงหน้า รวมทั้งมีการบันทึกพิกัดของเมล็ดพืชแต่ละชนิดที่ยิงไปด้วยเพื่อช่วยให้บริษัทสามารถประเมินสุขภาพของต้นไม้เมื่อเติบโตได้

“เราตระหนักดีว่าจำเป็นต้องฟื้นฟูสุขภาพของดิน ฟื้นฟูจุลินทรีย์ในดิน และจำเป็นต้องฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยเบื้องต้นสำหรับสัตว์” วอล์คเกอร์กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปลูกต้นไม้ไปแล้วมากกว่า 50,000 ต้น และตั้งเป้าที่จะปลูกให้ครบ 100 ล้านต้นภายในปี 2567

ที่ผ่านมาโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติกล่าวว่า โลกสูญเสียพื้นที่ป่า 70,000 ตารางกิโลเมตรทุกปี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีขนาดประมาณประเทศโปรตุเกส จึงเรียกร้องให้ตัวเลขนี้ลดลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2568 และยุติการตัดไม้ทำลายป่าสุทธิทั่วโลกภายในปี 2573

แต่ด้วยอัตราการตัดไม้ทำลายป่าที่ไม่น่าจะบรรเทาลงในเร็ว ๆ นี้ มาตรการที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของ AirSeed นี้จึงมีความจำเป็นในปัจจุบันมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อลดผลกระทบที่รุนแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

AirSeed ไม่ได้ดำเนินงานเพียงลำพัง แต่ได้พัฒนาระบบการปลูกโดยใช้โดรนเพื่อต่อสู้กับการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพร่วมกับบริษัทสตาร์ทอัพอีกสองแห่ง คือ Dendra และ Biocarbon Engineering ซึ่งมีเป้าหมายที่จะช่วยต่อสู้กับการตัดไม้ทำลายป่าด้วยเทคโนโลยีการทิ้งเมล็ดพืชเช่นเดียวกัน

โดรนติดกล้องบินตรวจสอบการทำสวนปาล์มน้ำมันต่อสู้กับการใช้ที่ดินผิดกฎหมาย และการตัดไม้ทำลายป่าในมาเลเซีย, ที่มา: Michael-MK-Khor-@flickr.jpg

ข้อมูลจาก WWF ระบุว่า โลกของเรากำลังสูญเสียป่า ไม่ว่าจะมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไฟป่า หรือการตัดไม้ทำลายป่า ทำให้ต้นไม้และป่าไม้ลดลงเรื่อย ๆ WWF ประมาณการว่าทุกปีเรากำลังสูญเสียพื้นที่ป่าไป 75,000 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 28,958 ตารางไมล์

กล่าวอีกนัยหนึ่งนั่นคือสนามฟุตบอล 27 แห่งที่หายไปทุกนาที ถึงเวลาแล้วที่เราจะลงมือทำครั้งใหญ่ด้วยการปลูกป่าบนโลกใบนี้เพิ่ม ซึ่งการแก้ปัญหาแบบเดิมอาจต้องใช้ความพยายาม เสียค่าใช้จ่ายสูง และอาจใช้เวลานาน ดังนั้น ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วจะช่วยให้ทำสิ่งนี้ง่ายขึ้น นั่นก็คือการใช้เทคโนโลยีโดรนปลูกต้นไม้

โดยปัจจุบันมีมูลนิธิที่มีชื่อเสียง และบริษัทร่วมทุน และองค์กรอื่น ๆ ได้หันมาใช้โดรนในกระบวนการปลูกป่า โดยแต่ละกระบวนการอาจจะแตกต่างกัน แต่โดยรวมเป็นวิธีการที่จะลดการตัดไม้ทำลายป่าและทำให้โลกกลับมาเป็นสีเขียวอีกครั้ง

ทั้งนี้ ในการประชุม COP26 ที่ผ่านมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ผู้นำระดับโลกมากกว่า 100 คนให้คำมั่นที่จะหยุดการตัดไม้ทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของที่ดินภายในสิ้นทศวรรษ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนของรัฐและเอกชน 19 พันล้านดอลลาร์เพื่อลงทุนในการปกป้องและฟื้นฟูป่าไม้

คำสัญญาดังกล่าวออกเป็นแถลงการณ์ร่วมระหว่างการเจรจาเรื่องสภาพภูมิอากาศ COP26 ในเมืองกลาสโกว์ ได้รับการสนับสนุนจากบรรดาผู้นำของประเทศต่างๆ เช่น บราซิล อินโดนีเซีย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งคิดเป็น 85% ของป่าไม้ทั่วโลก หรือครอบคลุมพื้นที่ป่ามากกว่า 13 ล้านตารางไมล์

อ้างอิง:

  • Ben Anthony Horton (Jan 05, 2022) “This Australian start-up wants to fight deforestation with an army of drones” . Euronews
  • Bojan Kitanovic · Drones News· (Nov 17, 2020) “Drones plant Trees to end deforestiom it the world” . The Drones world
  • (Nov 4, 2021) “Over 100 global leaders pledge to end deforestation by 2030” Reuters

Related posts

‘โลกร้อน’ วิกฤต อุณหภูมิจ่อแตะ 1.5 องศาฯ เร็วขึ้น 10 ปี

วิกฤต ‘โลกรวน’ เคาะประตูบ้าน 24 ปีข้างหน้า มีคนเสียชีวิต 14.5 ล้าน

จี้ 2 บิ๊กโปรเจกต์โคราชแก้ ‘ฝุ่น PM2.5’ พบไฮสปีดไทย-จีนฝ่าฝืน EIA