สัญญาณอันตราย นักวิชาการสิ่งแวดล้อมเตือนปี 2026 เตรียมทำสถิติร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ไทยอันดับความเสี่ยง “โลกรวน” พุ่งพรวดติด Top 20 ของโลก ซ้ำเติมด้วยนโยบายสหรัฐฯ ยุคทรัมป์ที่หันหลังให้ข้อตกลงภูมิอากาศ ดันโลกสู่ภาวะวิกฤตที่ยากจะย้อนกลับ
โลกเปลี่ยน ทรัมป์ป่วน เมื่อ “โลกรวน” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือภัยพิบัติที่จ่อประชิดไทย
อ.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม เปิดเผยข้อมูลวิเคราะห์สถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลกในปี 2026 ที่น่ากังวล โดยชี้ให้เห็นว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความผันผวนทางสภาพอากาศอย่างเต็มรูปแบบ จากทั้งปัจจัยทางธรรมชาติและนโยบายการเมืองระดับโลกที่เปลี่ยนทิศทาง
2026: ปีแห่งสถิติความร้อนและโดมความร้อนมรณะ
รายงานล่าสุดจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมแคนาดาระบุว่า ปี 2026 มีแนวโน้มจะเป็นหนึ่งใน “ปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์” โดยอุณหภูมิเฉลี่ยโลกจะสูงกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรมถึง 1.35 องศาเซลเซียส ถึง 1.53 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นการรักษาระดับความร้อนที่สูงเกิน 1.0 องศาเซลเซียส ติดต่อกันเป็นปีที่ 13
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือปรากฏการณ์ “โดมความร้อน” (Heat Dome) ในออสเตรเลียเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ที่อุณหภูมิทะลุ 50 องศาเซลเซียส นำไปสู่การประกาศเตือนภัยไฟป่าระดับร้ายแรง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าช่วงปี 2026-2030 จะเป็น 5 ปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยบันทึกไว้
อาเซียนวิกฤต: ไทยความเสี่ยงพุ่งอันดับ 17 ของโลก
สิ่งที่น่าตกใจที่สุดสำหรับคนไทยคือรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 ที่จัดอันดับให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อสภาพอากาศสุดขั้วอยู่ใน อันดับที่ 17 ของโลก ซึ่งก้าวกระโดดอย่างน่ากลัวจากอันดับที่ 69 ในปี 2023
ภูมิภาคอาเซียนกลายเป็นพื้นที่ “ความเปราะบางเชิงระบบ” เนื่องจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจพึ่งพาเกษตรกรรมและประมงสูง โดยมีสถิติภัยพิบัติในเพื่อนบ้านเป็นอุทาหรณ์
- ฟิลิปปินส์ (อันดับ 7): เผชิญพายุถล่ม 6 ลูกภายในเดือนเดียว
- เมียนมา (อันดับ 9): สูญเสียชีวิตกว่า 800 รายจากไต้ฝุ่นยากิ
- เวียดนาม (อันดับ 10): พายุรุนแรงสร้างความเสียหายกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์
ปัจจัย “ทรัมป์” ตัวเร่งวิกฤตโลก
ซ้ำเติมสถานการณ์ด้วยนโยบายจากทำเนียบขาว ภายใต้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศถอนตัวออกจากสนธิสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศของ UN และองค์กรระหว่างประเทศอีกกว่า 65 แห่ง นโยบายนี้ส่งผลกระทบโดยตรง 2 ด้านหลัก
- งบประมาณช่วยเหลือลดลง 22%: กระทบประเทศกลุ่มเปราะบางที่ต้องการเงินทุนในการปรับตัว
- ฟอสซิลคืนชีพ: การเพิ่มกำลังขุดเจาะพลังงานฟอสซิลถึง 2 เท่า ทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกพุ่งสูง จนการคุมอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5 องศาฯ กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก
อนาคตที่ต้องเตรียมรับมือโลกในปี 2026 จึงไม่ได้เพียงแค่ร้อนขึ้น แต่กำลัง “รวน” และนำไปสู่ภัยพิบัติที่รุนแรงและถี่ขึ้น การขยายตัวของเมืองที่ขาดการวางแผน และระบบเตือนภัยที่ตามไม่ทันสภาพอากาศสุดขั้ว คือโจทย์ใหญ่ที่ประเทศไทยต้องเร่งแก้ไข ก่อนที่ความเปราะบางนี้จะกลายเป็นความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้