‘โลกรวน’ ทำกาแฟราคาพุ่ง ‘ดอยตุง’ ลุยวิจัยสายพันธุ์ใหม่สู้

คอกาแฟต้องรู้ เมื่อสภาพอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่กำลังทำให้ “กาแฟ” กลายเป็นของหายากและราคาแพงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนวิกฤต “กาแฟโลกรวน” สัญญาณเตือนราคาพุ่งสถิติใหม่ เมื่อ “ดอยตุง” และผู้ผลิตไทยต้องเร่งปรับตัวสู้ความไม่แน่นอน

ในรอบหลายปีที่ผ่านมา สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง (Climate Change) ได้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สั่นคลอนอุตสาหกรรมกาแฟทั่วโลก ไม่ใช่แค่เรื่องของอุณหภูมิที่สูงขึ้น แต่คือ “ความอยู่รอด” ของพืชเศรษฐกิจที่คนทั้งโลกขาดไม่ได้ โดยเฉพาะในประเทศผู้ผลิตยักษ์ใหญ่อย่างบราซิลและเวียดนามที่กำลังเผชิญกับภาวะผลผลิตลดลงอย่างรุนแรง

ราคาทำสถิติ New High: ผลพวงจากอุปทานตึงตัว

ข้อมูลจาก FAO ระบุชัดเจนว่า ในปี 2024 ราคากาแฟพุ่งสูงขึ้นเกือบ 40% และสถานการณ์ยังคงทวีความรุนแรงต่อเนื่องมาจนถึงปี 2025 โดยราคากาแฟอราบิก้าทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.6945 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ หรือเพิ่มขึ้นราว 15% ตั้งแต่ต้นปี ปัจจัยหลักเกิดจาก “อุปทานตึงตัว” (Supply Crunch) ในขณะที่กราฟความต้องการบริโภคทั่วโลกยังคงเชิดหัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

William Peberdy ผู้เชี่ยวชาญด้านการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ระหว่างประเทศ วิเคราะห์ว่า ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นไม่ได้เกิดจากกลไกตลาดปกติ แต่เกิดจาก “ความสามารถในการผลิตที่ลดลง” ของประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ หากเราไม่สามารถปรับตัวกับสภาพอากาศได้ อนาคตของราคากาแฟจะยิ่งไร้เพดานเนื่องจากต้นทุนการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกขั้นตอน

วิกฤตกาแฟไทย: ผลิตได้เพียง 1 ใน 4 ของความต้องการ

สำหรับประเทศไทย สถานการณ์น่ากังวลไม่แพ้กัน ปัจจุบันไทยสามารถผลิตกาแฟได้เพียงประมาณ 25% ของความต้องการใช้ภายในประเทศเท่านั้น ทำให้เราต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก ข้อมูลในปีที่ผ่านมาพบว่า:

  • ปริมาณการนำเข้ากาแฟเพิ่มขึ้น 10.3%
  • ราคานำเข้าขยับสูงขึ้นถึง 30.6%

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า “ต้นทุนกาแฟ” ในมือผู้ประกอบการและผู้บริโภคชาวไทยไม่ได้แค่แพงขึ้น แต่กำลังมีความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง เพราะเราไม่สามารถควบคุมปัจจัยภายนอกทั้งสภาพอากาศในต่างประเทศและราคากลางในตลาดโลกได้

เมื่อ “สูตรเดิม” ใช้ไม่ได้ผล: กาแฟดอยตุงกับการวิจัยเพื่อความอยู่รอด

ในสมรภูมิที่สภาพอากาศไม่ปรานีใคร “กาแฟดอยตุง” ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ คือหนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ปริมาณน้ำที่ไม่แน่นอน รวมถึงโรคและแมลงศัตรูพืชที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ความท้าทายในยุคโลกรวน (Global Boiling) ทำให้คุณภาพกาแฟที่เคยควบคุมได้กลายเป็นเรื่องยาก กาแฟไม่ใช่พืชที่สามารถปลูกแบบเดิมได้อีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การปลูกตามวิถีเดิม แต่กำลังเร่งทำงานวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างหนักเพื่อ:

  • พัฒนาสายพันธุ์: ที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศที่แปรปรวนและโรคระบาดใหม่ๆ
  • พัฒนาระบบการผลิต: ที่รองรับความผันผวนของปริมาณน้ำฝนและอุณหภูมิ
  • รักษาคุณภาพ: เพื่อให้กาแฟทุกเมล็ดจากดอยตุงยังคงมาตรฐานระดับสากล แม้ในวันที่ธรรมชาติไม่ให้โอกาสในการผิดพลาด

โอกาสในวิกฤต: ใครปรับตัวได้ คือผู้นำคนใหม่

ท่ามกลางความผันผวนนี้ ตลาดกาแฟโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ใครที่เล็งเห็นโอกาสและสามารถเอาชนะปัจจัยด้านสภาพอากาศและนโยบายการค้าได้ ย่อมมีสิทธิ์ก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นสำคัญรายใหม่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตจากละตินอเมริกา เอเชียแปซิฟิก หรือยุโรป

อนาคตของกาแฟไทยและกาแฟโลกจากนี้ไป จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ “รสชาติ” แต่ขึ้นอยู่กับ “ความสามารถในการปรับตัว” ของผู้ผลิตที่จะต้องแข่งกับเวลาและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกวินาที

อ้างอิง :

Related posts

‘กรีนแลนด์’ น้ำแข็งละลายเร็ว เตือนโลกเดือดซ้ำรอยอดีต

ตีกลับ 8 ตู้คอนเทนเนอร์สหรัฐฯ ยัดไส้ ‘ขยะอิเล็กทรอนิกส์’ ผิดกฎหมาย

‘จีน’ โชว์บทบาทโดดเด่น
ขับเคลื่อนนโยบายสู้วิกฤตโลกร้อน