ไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ 22 ก.พ. 2569 กรมอุตุฯ เผย ปีนี้ “ร้อนดุ” กว่าปีที่แล้ว อุณหภูมิพุ่งสูง 43 องศาเซลเซียสในหลายจังหวัด พร้อมเตือนช่วงเปลี่ยนผ่าน 23-25 ก.พ. ระวังพายุฤดูร้อน ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่า
เตรียมรับมือกับไอร้อนที่กำลังจะมาเยือนอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อ ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้เปิดเผยข้อมูลยืนยันว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่ “ฤดูร้อนประจำปี 2569” อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ และจะสิ้นสุดในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม โดยปีนี้มีสัญญาณบ่งชี้ชัดเจนว่าสภาพอากาศจะมีความรุนแรงและร้อนจัดกว่าปี 2568 ที่ผ่านมา
ทำไมถึงเข้าสู่ฤดูร้อน? เปิด 3 เกณฑ์ตัดสิน
กรมอุตุนิยมวิทยาใช้เกณฑ์การวัดที่แม่นยำเพื่อระบุการเปลี่ยนผ่านฤดู โดยในปีนี้พบปัจจัยที่ครบถ้วนตามข้อบ่งชี้ ได้แก่:
- อุณหภูมิสูงสุด: ในพื้นที่กว่า 60 พื้นที่ (หรือมากกว่าร้อยละ 60 ของประเทศ) เริ่มมีอุณหภูมิสูงเกิน 35 องศาเซลเซียสในช่วงกลางวัน
- อุณหภูมิต่ำสุด: ในช่วงเช้ามืด อุณหภูมิเฉลี่ยเริ่มสูงกว่า 23 องศาเซลเซียส ซึ่งสะสมความร้อนต่อเนื่อง
- ทิศทางลม: กระแสลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดพาความหนาวเย็นเริ่มอ่อนกำลังลง และเปลี่ยนทิศทางเป็น “ลมใต้” หรือ “ลมตะวันออกเฉียงใต้” พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนอย่างต่อเนื่อง
คาดการณ์ “ร้อนจัด” ทุบสถิติปี 68
สิ่งที่ประชาชนต้องเตรียมรับมือเป็นพิเศษ คือสภาพอากาศปีนี้จะมีความร้อนสะสมสูงกว่าปีที่แล้ว โดยคาดการณ์ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดในพื้นที่ประเทศไทยตอนบนจะอยู่ที่ประมาณ 36-37 องศาเซลเซียส แต่ที่น่าตกใจคือ จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันตก อาทิ แม่ฮ่องสอน, ลำปาง และตาก มีแนวโน้มที่อุณหภูมิจะพุ่งสูงถึง 42-43 องศาเซลเซียส ในช่วงที่อากาศร้อนที่สุดของปี คือปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน นอกจากนี้ ปริมาณฝนโดยรวมในปีนี้ยังคาดว่าจะต่ำกว่าค่าปกติถึง 30-40% ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ความร้อนทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
23-25 ก.พ. นี้! ระวังพายุฤดูร้อนสลับความร้อน
แม้จะเข้าสู่ฤดูร้อน แต่ในช่วงเริ่มต้นระหว่างวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์นี้ กรมอุตุฯ ได้ออกเตือนภัยล่วงหน้าถึง “พายุฤดูร้อน” ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ภาคกลาง และภาคตะวันออก
สาเหตุเกิดจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปะทะกับอากาศร้อนที่เริ่มสะสมในไทย ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนเร่งตรวจสอบความแข็งแรงของอาคารบ้านเรือนและป้ายโฆษณาเพื่อป้องกันความเสียหาย
ไทม์ไลน์สภาพอากาศที่ต้องจับตา
- 22-23 ก.พ.: อากาศเริ่มร้อนต่อเนื่อง เข้าสู่ฤดูร้อนเป็นวันแรก
- 24-25 ก.พ.: เกิดพายุฤดูร้อน อุณหภูมิลดลงชั่วคราวจากฝน
- 26-27 ก.พ.: อุณหภูมิกลับมาสะสมสูงขึ้นอีกครั้ง และร้อนยาวจนถึงเดือนพฤษภาคม
- ปลาย มี.ค. – เม.ย.: ช่วงพีคของปี อุณหภูมิแตะระดับสูงสุด (เกิน 40 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่)
กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งในช่วงที่อากาศร้อนจัด และติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับทั้งความร้อนจัดและพายุฤดูร้อนที่อาจเกิดขึ้นเป็นระยะ