‘กาแฟเกอิชา’ ราชากาแฟโลก กิโลละล้าน สู่ ‘เกอิชาไทย’

เปิดปูมหลังกว่า 30 ปี กรมวิชาการเกษตรปั้น “กาแฟเกอิชา” สายพันธุ์ระดับโลกสู่ “เกอิชาไทย” การันตีรสชาติ “God in a Cup” ที่ทั่วโลกยอมรับ เผยสถิติราคาประมูลพุ่งกิโลกรัมละ 1 ล้านบาท เตรียมขยายผลให้เกษตรกรปลูกเชิงพาณิชย์ตั้งเป้าพอเพียงใน 1-2 ปีนี้

จากเอธิโอเปียสู่ไทย: เส้นทาง 30 ปีของ “เกอิชาไทย”

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กาแฟพันธุ์เกอิชา (Geisha) คือสายพันธุ์ระดับโลกที่ได้รับความนิยมสูงสุดและกวาดรางวัลจากการประกวดระดับนานาชาติมานับไม่ถ้วน สำหรับประเทศไทย กรมวิชาการเกษตรได้นำสายพันธุ์นี้เข้ามาศึกษาวิจัยตั้งแต่ปี 2534 โดยทีมนักวิชาการได้ทุ่มเทปรับปรุงพันธุ์จนเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของไทย

จนกระทั่งล่าสุดในปี 2567 กาแฟเกอิชาไทยได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนพันธุ์อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว แม้ปัจจุบันปริมาณต้นกล้าจะยังมีจำกัด แต่อธิบดีฯ ยืนยันว่า กำลังเร่งมือร่วมกับผู้ประกอบการขยายพันธุ์ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องเกษตรกรและคนในวงการกาแฟภายใน 1-2 ปีข้างหน้า

ทำไมต้อง “เกอิชา”? กาแฟกิโลกรัมละล้านที่คอกาแฟยอมจ่าย

ด้าน นายมีชัย อมรพัฒนกุล นายกสมาคมบาริสต้าไทย ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า กาแฟเกอิชาคือสายพันธุ์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในปัจจุบัน โดยสถิติการประมูลล่าสุดพุ่งสูงถึง กิโลกรัมละ 1 ล้านบาท ในขณะที่กาแฟทั่วไปมีราคาเฉลี่ยเพียงกิโลกรัมละ 300 บาทเท่านั้น

“ความโดดเด่นของเกอิชาคือกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ทุกปีจะมีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันจนทำให้คนที่ดื่มต้องร้องว้าวและยินดีที่จะจ่ายเพื่อให้ได้สัมผัส” นายกสมาคมบาริสต้าไทยกล่าว พร้อมเสริมว่าความพิเศษนี้มาจากการดูแลที่พิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่สภาพแวดล้อมการปลูก การแปรรูป ไปจนถึงเทคนิคการคั่วที่ต้องใช้ความชำนาญสูง

ในตลาด Specialty Coffee ราคากาแฟเกอิชามีความหลากหลายขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น แหล่งเพาะปลูก เกรดของเมล็ดกาแฟ วิธีการแปรรูป ชื่อเสียงของไร่หรือผู้คั่ว และปริมาณที่ซื้อ

สำหรับเมล็ดกาแฟคั่วระดับพรีเมียม เกอิชาจากปานามาจากไร่ดังๆ มีราคาตั้งแต่ 60-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ หรือประมาณ 4,000-8,000 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนเกอิชาจากแหล่งปลูกอื่นหรือเกรดรองลงมา อาจมีราคาประมาณ 2,000-5,000 บาทต่อกิโลกรัม

สำหรับกาแฟเกอิชาพร้อมดื่มต่อแก้ว ในร้าน Specialty Coffee ราคาต่อแก้วอาจเริ่มต้นที่ 300 บาท หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพและชื่อเสียงของเมล็ดกาแฟ

อัตลักษณ์รสชาติที่พระเจ้าประทาน: “God in a Cup”

ด้วยความสำเร็จของศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ทำให้ “เกอิชาไทย” มีคุณสมบัติเด่นที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก:

  • Aroma: กลิ่นหอมฟุ้งจรุงใจคล้ายดอกไม้ป่า (Floral)
  • Taste: รสสัมผัสที่ซับซ้อน มีมิติของผลไม้ตระกูลส้ม (Citrus) และความหวานฉ่ำแบบผลไม้เขตร้อน (Tropical Fruits)
  • Body: รสสัมผัสละมุน (Delicate Body) สะอาด และทิ้งความหวานยาวนานในลำคอ

โอกาสทองของเกษตรกรไทยบนพื้นที่สูง

กรมวิชาการเกษตรระบุว่า กาแฟเกอิชาจะให้ผลผลิตดีที่สุดในพื้นที่สูงกว่า 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีอากาศเย็น (18-22°C) และมีความชื้นสูง โดยจะเริ่มให้ผลผลิตหลังปลูก 3-4 ปี แม้จะได้ผลผลิตเพียง 2 กิโลกรัมต่อต้น แต่ด้วยมูลค่าที่สูงกว่าสายพันธุ์เดิมกว่า 10 เท่า ทำให้ “เกอิชา” กลายเป็นพืชเศรษฐกิจความหวังใหม่ที่จะมายกระดับรายได้ให้เกษตรกรไทยในฐานะผู้ผลิตกาแฟพิเศษระดับโลก

สำหรับเกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อหน่วยงานกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่ เพื่อขอรับคำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมในการเริ่มต้นเส้นทางสู่การเป็นผู้ผลิตกาแฟพิเศษระดับโลก สร้างแปลงแม่พันธุ์ ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) 1 ไร่ จำนวน 100 ต้น เริ่มดำเนินการปี 2569 คาดว่าจะสามารถกระจายพันธุ์จากแปลงแม่พันธุ์สู่เกษตรกร ได้ในปี 2572

Related posts

เจาะโพล TEI เผย คนไทย 88% บอบช้ำจากปัญหาสิ่งแวดล้อม

สัญญาณอันตราย ปี 69 มีโอกาส ‘อุณหภูมิโลก’ พุ่งสูงติด Top 5

‘ออมสิน’ รับรถ EV มุ่งเป้า Net Zero เปลี่ยนใช้ครบทุกสาขาในปี 2030