วิกฤต “คุ้มเสือ” เชียงใหม่ โรคระบาดพรากชีวิตเสือโคร่ง 72 ตัวใน 11 วัน พบเป็นโรคไข้หัดสุนัข กรมอุทยานฯ สั่งคุมเข้มการแพร่กระจาย
วงการอนุรักษ์และท่องเที่ยวสัตว์ป่าไทยถึงกับช็อก เมื่อมีรายงานด่วนว่า พบเสือโคร่งในความดูแลของคุ้มเสือชื่อดังใน จ.เชียงใหม่ ทยอยตายผิดปกติถึง 72 ตัว ภายในระยะเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และปศุสัตว์สั่งปิดพื้นที่กักโรคทันที
ลำดับเหตุการณ์มรณะ: 11 วันที่เงียบเหงาในกรงเลี้ยง
สถานการณ์ความสูญเสียเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อพบเสือโคร่งในคุ้มเสือแม่แตงเริ่มมีอาการซึมและป่วยเบื้องต้น ก่อนจะกลายเป็นเหตุการณ์ตายหมู่ที่น่าใจหาย โดยสรุปข้อมูลจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) มีรายละเอียดดังนี้:
- คุ้มเสือแม่ริม: จากเดิมมีเสือ 54 ตัว ทยอยตายตั้งแต่วันที่ 10-18 กุมภาพันธ์ รวม 21 ตัว ปัจจุบันเหลือเสือที่แข็งแรง 33 ตัว ซึ่งถูกเคลื่อนย้ายไปกักตัวเพื่อรักษาและสังเกตอาการที่อำเภอแม่แตง
- คุ้มเสือแม่แตง: มีเสือในกรงเลี้ยง 146 ตัว ทยอยตายตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ จนถึงปัจจุบันรวม 51 ตัว เหลืออยู่ 95 ตัว
รวมยอดความสูญเสียจากทั้งสองแห่งสูงถึง 72 ตัว ภายในเวลาเพียง 11 วัน โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ ถือเป็นจุดวิกฤตที่มีเสือตายรวมกันสูงถึง 45 ตัวภายใน 2 วันเท่านั้น
เปิดสาเหตุ “เสือตายหลายสิบตัว” จ.เชียงใหม่ ป่วย “โรคไข้หัดสุนัขในเสือ”
มีรายงานจากกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ เก็บตัวอย่างจากเสือ ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลยืนยันพบเชื้อ Canine Distemper Virus (CDV) ซึ่งเป็นไวรัสสาเหตุของโรคไข้หัดสุนัข ในสัตว์ตระกูลสุนัขและสัตว์ป่ากลุ่มแมวขนาดใหญ่ และพบเชื้อ Mycoplasma spp. ซึ่งเป็นแบคทีเรียก่อโรคในระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ การติดเชื้อร่วมกันของไวรัสและแบคทีเรียดังกล่าว ทำให้เกิดปอดอักเสบรุนแรง และภาวะแทรกซ้อนจนเป็นเหตุให้เสือตาย
โรคไข้หัดสุนัขในเสือ มีอาการสำคัญทั้งระบบทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร และในบางตัวอาจลุกลามสู่ระบบประสาท ทั้งนี้ CDV ไม่ใช่โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน จึงขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องการแพร่เชื้อสู่มนุษย์ อีกทั้งล่าสุดสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว
นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ เสนอแนะให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรค ได้แก่ ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นที่เลี้ยงสัตว์ แยกสัตว์ป่วยออกจากกลุ่มทันที ตลอดจนการดูแลเรื่องสุขอนามัย
สำหรับคุ้มเสือแม่ริม หรือ Tiger Kingdom มีเสือโคร่งหลากหลายสายพันธุ์และหลายขนาดรวมหลายร้อยตัว แต่เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและสัมผัสอย่างใกล้ชิด ประมาณ 30-40 ตัว ซึ่งถูกฝึกโดยครูฝึก และมีพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิดขณะนักท่องเที่ยวเข้าชม
ขณะนี้ คุ้มเสือทั้งสองแห่งได้ประกาศ ปิดให้บริการชั่วคราวอย่างน้อย 14 วัน เพื่อทำความสะอาด พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และกักโรคตามมาตรฐานสูงสุด
เปิดสถิติ: เสือโคร่งไทย “มรดกที่เหลืออยู่”
การสูญเสียเสือโคร่งในกรงเลี้ยงพร้อมกันถึง 72 ตัว ถือเป็นตัวเลขที่มหาศาลเมื่อเทียบกับประชากรเสือโคร่งทั้งหมดในประเทศไทย ทั้งในป่าธรรมชาติและในที่เลี้ยง
เสือโคร่งในป่าธรรมชาติ
- จำนวนประชากร: 179 – 223 ตัว
- สถานะ: เป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน
แหล่งกระจายพันธุ์หลัก: กลุ่มป่าตะวันตก (โดยเฉพาะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร) ซึ่งมีความหนาแน่นของประชากรสูงที่สุด
เสือโคร่งในกรงเลี้ยง (สวนสัตว์และสถานีเพาะเลี้ยง)
- จำนวนประชากร: ประมาณ 1,000 ตัวขึ้นไป
- สถานที่ครอบครอง: สวนสัตว์เอกชน, สวนสัตว์ของรัฐ (องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย) และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ทั่วประเทศ
น่าสนใจว่า จำนวนเสือที่ตายไป 72 ตัวในครั้งนี้ มีจำนวนเกือบเท่ากับ “ครึ่งหนึ่ง” ของประชากรเสือโคร่งที่หลงเหลืออยู่ในป่าธรรมชาติของไทยทั้งประเทศ (หากเปรียบเทียบในเชิงปริมาณ) สะท้อนถึงความสูญเสียครั้งใหญ่ของสัตว์ป่าที่หายากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญเรื่องการจัดการสุขาภิบาลในสวนสัตว์เอกชน ซึ่งหลังจากนี้กรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมปศุสัตว์ จะต้องมีมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ของแหล่งที่มาอาหารสัตว์ เพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
อ้างอิง:
สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช,