ทัวร์ลงยับ! “วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์” ซัดแรงหน่วยงานรัฐปัญญาอ่อน หลังสั่งโค่นต้นตาลดาบวิชัยที่โตมานานกว่า 40 ปี เพื่อสร้างถนน ชี้เป็นการทำลายจิตวิญญาณคนปรางค์กู่ที่ประเมินค่าไม่ได้
จากตำนาน “ดาบผีบ้า” สู่สัญลักษณ์แห่งความพยายามตลอด 3 ทศวรรษ วันนี้ถนนสายต้นตาลที่หล่อเลี้ยงร่มเงาให้ชาวศรีสะเกษกำลังถูกตัดโค่นเพื่อขยายถนน ท่ามกลางเสียงสะท้อนถึงความเสียดายและคำถามต่อหน่วยงานรัฐ “ความเจริญต้องแลกด้วยหัวใจของคนปลูกหรือไม่?”
ปิดตำนานร่มเงา 3 ล้านต้น
กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล เมื่อ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ นักเขียนสารคดีชื่อดังและอดีตบรรณาธิการนิตยสารสารคดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเสียใจ และตั้งคำถามต่อกรณีโครงการขยายถนนสาย ต.ตูม – อ.ปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ของกรมทางหลวงชนบท ที่มีการตัดโค่นต้นตาลริมทางซึ่งปลูกโดย ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ดาบวิชัย”
ต้นตาลเหล่านี้ไม่ใช่แค่ต้นไม้ริมทางทั่วไป แต่เป็นมรดกจากหยาดเหงื่อและความมุ่งมั่นของชายที่เคยถูกขนานนามว่า “คนบ้า” ซึ่งใช้เวลาตลอดชีวิตปลูกต้นไม้ไว้กว่า 3 ล้านต้น เพื่อสร้างความเขียวขจีให้บ้านเกิด
ย้อนรอยชีวิต “ดาบวิชัย” ชายผู้เสพติดการปลูกต้นไม้
ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ (เสียชีวิตเมื่อปี 2566) อดีตข้าราชการตำรวจประจำ สภ.ปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ เริ่มต้นเส้นทางสายอนุรักษ์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 ในพื้นที่อำเภอปรางค์กู่ ซึ่งในอดีตเคยเป็นพื้นที่แห้งแล้งที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด
ปลูกเพราะอยากเห็นความร่มเย็น: ดาบวิชัยเริ่มปลูกต้นไม้ทุกวัน ทั้งก่อนเข้าเวรและหลังออกเวร โดยเน้นที่ “ต้นตาล” และ “ต้นโหนด” เนื่องจากเป็นไม้ที่ทนทานและมีประโยชน์สารพัด
นิยามของคำว่า “คนบ้า”: ในช่วงแรกชาวบ้านต่างพากันหัวเราะและเรียกท่านว่า “ดาบผีบ้า” ที่เอาเมล็ดพืชใส่รถมอเตอร์ไซค์ไปตระเวนปลูกตามข้างทางเพียงลำพังโดยไม่มีใครจ้าง
ความสำเร็จที่ประเมินค่าไม่ได้: ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ผลงานของท่านเปลี่ยนจากภาพลักษณ์อำเภอที่แห้งแล้ง กลายเป็นถนนสายสีเขียวที่มีต้นตาลสูงตระหง่านนับล้านต้น จนชื่อของท่านกลายเป็นแรงบันดาลใจระดับประเทศในด้านการอนุรักษ์
ความเจริญที่สวนทางกับความทรงจำ
วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ระบุในโพสต์ว่า ต้นตาลเป็นไม้ที่เติบโตช้ามาก กว่าจะโตเด่นเป็นสง่าต้องใช้เวลา 30-40 ปี แต่กลับถูกหน่วยราชการสั่งโค่นเพียงไม่กี่นาทีเพื่อโครงการขยายถนน
“ไม่รู้เป็นความปัญญาอ่อนขั้นไหนของหน่วยราชการ… ต้นไม้ที่โตขึ้นด้วยสองมือของดาบวิชัย นอกจากจะมีร่มเงาอยู่แนวถนนสายหลักนี้แล้ว หากท่านยังมีชีวิตอยู่และทราบข่าวนี้ น้ำตาของท่านคงไหลนองจนหมดสิ้น” เสียงสะท้อนจากคนทำงานด้านสารคดีรายนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการอาลัยต่อต้นไม้ แต่เป็นการตั้งคำถามถึงการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะของรัฐ ว่าได้พิจารณาถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และจิตวิญญาณของชุมชนควบคู่ไปกับโครงสร้างพื้นฐานมากน้อยเพียงใด
บทเรียนจากต้นตาล
กรณีนี้ทำให้คนในพื้นที่และผู้ที่ติดตามข่าวสารออกมาเรียกร้องให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อสร้าง หรือหาวิธีการล้อมย้าย (Tree Spading) แทนการตัดทิ้ง เพื่อรักษาเจตนารมณ์ของดาบวิชัยที่ต้องการทิ้ง “มรดกสีเขียว” ไว้ให้ลูกหลานชาวศรีสะเกษสืบไป
ข้อมูลอ้างอิง: เฟซบุ๊ก Vanchai Tantivitayapitak