เจาะขุมทรัพย์ ‘กรีนแลนด์’ แรร์เอิร์ธมหาศาลที่มหาอำนาจจ้องครอบครอง

เจาะขุมทรัพย์ “กรีนแลนด์” ดินแดนน้ำแข็งที่กลายเป็นสมรภูมิภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ เมื่อสภาวะโลกร้อนเผยให้เห็นขุมทรัพย์ “แร่หายาก” มหาศาล จุดชนวนศึกชิงทรัพยากรที่มหาอำนาจทั่วโลกไม่อาจมองข้าม

แม้ว่ากรีนแลนด์ (Greenland) จะดูเป็นดินแดนที่ห่างไกลและปกคลุมด้วยน้ำแข็งเกือบทั้งหมด แต่ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจระดับโลก ดินแดนแห่งนี้คือ “ขุมทรัพย์สุดท้าย” ที่มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความสนใจอย่างมาก

สัญญาณเตือนภัยของโลก (Climate Change)

กรีนแลนด์ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก ใกล้กับขั้วโลกเหนือ แม้ในทางภูมิศาสตร์จะตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ แต่ในทางเศรษฐกิจและการเมือง กรีนแลนด์เป็นเขตปกครองตนเองของ ประเทศเดนมาร์ก ทำให้ที่นี่มีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวอินูอิต (Inuit) และกลิ่นอายแบบยุโรปเหนือได้อย่างลงตัว

กรีนแลนด์ นอกจากจะเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติแล้ว กรีนแลนด์ยังเปรียบเสมือน “เครื่องวัดอุณหภูมิของโลก” เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้น้ำแข็งบนเกาะละลายในอัตราที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อระดับน้ำทะเลทั่วโลก ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างจับตามองพื้นที่แห่งนี้อย่างใกล้ชิด

กรีนแลนด์ ทำไมสหรัฐฯ ถึงอยากครอบครอง

ข้อมูลล่าสุด ณ ปี 2026 ระบุว่า กรีนแลนด์คือหนึ่งในแหล่งสำรองแร่หายาก (Rare Earth Elements – REE) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการประเมินปริมาณสำรองไว้หลากหลายระดับ แต่ตัวเลขส่วนใหญ่อ้างอิงว่า กรีนแลนด์มีศักยภาพในการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของโลกได้มหาศาล

ข้อมูลเชิงลึกของปริมาณแร่หายากในกรีนแลนด์

  • ปริมาณสำรองที่ยืนยันแล้ว: จากข้อมูลของ USGS (United States Geological Survey) กรีนแลนด์มีปริมาณสำรองแร่หายากที่พิสูจน์แล้วประมาณ 1.5 ล้านเมตริกตัน ซึ่งติดอันดับท็อป 10 ของโลก (ประมาณอันดับ 8)
  • ศักยภาพแฝงที่มหาศาล: บางรายงานจากสหภาพยุโรป (EU) ประเมินว่า หากรวมแหล่งแร่ที่ยังสำรวจไม่เสร็จสิ้น กรีนแลนด์อาจมีแร่หายากรวมกันสูงถึง 12 ล้านตัน หรือคิดเป็นเกือบ 10% ของทรัพยากรแร่หายากทั่วโลก
  • แหล่งแร่สำคัญ: * Kvanefjeld (Kuannersuit): หนึ่งในแหล่งแร่แรเอิร์ธและยูเรเนียมที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังไม่ได้ขุดเจาะ ประเมินว่ามีแร่ธาตุสูงถึง 1 พันล้านตัน
  • Tanbreez: แหล่งแร่สำคัญอีกแห่งทางตอนใต้ ซึ่งเน้นแร่ที่ใช้ในเทคโนโลยีแม่เหล็กสำหรับกังหันลมและรถยนต์ไฟฟ้า

สภาวะโลกร้อน: วิกฤตที่เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ

เมื่อก่อนการทำเหมืองในกรีนแลนด์ทำได้ยากมาก เนื่องจากน้ำแข็งที่หนาทึบ แต่ สภาวะโลกร้อน (Global Warming) ทำให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้น เปิดโอกาสให้การขุดเจาะแร่ธาตุและน้ำมันทำได้ง่ายและคุ้มค่ากับการลงทุนมากขึ้น รวมถึงการเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ในมหาสมุทรอาร์กติก

ความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์: กรีนแลนด์ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างอเมริกาเหนือ ยุโรป และรัสเซีย การมีฐานทัพที่นี่ (เช่น ฐานทัพอากาศ Thule) ช่วยให้สหรัฐฯ ควบคุมความมั่นคงในแถบขั้วโลกเหนือได้เบ็ดเสร็จ

การที่โดนัลด์ ทรัมป์ อยากได้กรีนแลนด์ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการขยายอาณาเขต แต่เป็นการวางหมากใน “เกมกระดานโลก” เพื่อคานอำนาจกับจีนในสมรภูมิเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด โดยมีแร่แรเอิร์ธเป็นตัวประกันสำคัญที่ใครครอบครองได้ ผู้นั้นจะได้เปรียบในการนำเศรษฐกิจโลกในศตวรรษที่ 21

Related posts

รุกคืบ ดันมาตรฐาน ‘ยูโร 6’ รถเบนซิน-ดีเซล แก้ฝุ่น PM2.5 ยั่งยืน

ทส.ปรับ ‘มาตรฐานน้ำทิ้ง’ สัตว์น้ำทะเล แก้ปมมลพิษ ดันส่งออกโตยั่งยืน

พาณิชย์เคาะนำเข้า ‘ข้าวโพดปี 69’ ต้องปลอดการเผา สกัดฝุ่น PM2.5