วิกฤตฝุ่นพิษและไฟป่า เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ ไม่ใช่แค่ปฏิทิน แต่คือ “สัญญาณเตือนภัย” ลมหายใจคนไทย ร่วมรณรงค์ “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า”
เพราะ “ไฟป่า” ไม่ได้มอดดับไปพร้อมกับเปลวเพลิง แต่ทิ้งมลพิษสะสมที่ทำร้ายสุขภาพนานนับปี กรมลดโลกร้อนร่วมรณรงค์ “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” ชี้วิกฤต Climate Change เร่งหน้าแล้งยาวนานขึ้น 50% ทำไทยเสี่ยงเผชิญฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐาน พร้อมวอนประชาชนหยุดเผาเพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
เจาะลึกสถานการณ์: ทำไมต้นปี “ฝุ่น” ถึงครองเมือง?
ในปัจจุบันเราจะพบว่า สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงต้นปีที่ค่าฝุ่นมักพุ่งสูงเกินมาตรฐานจนเข้าขั้นวิกฤต (สีแดง) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจของประชาชน
ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “อากาศปิด” ประกอบด้วย:
- แหล่งกำเนิดมลพิษ: หลักๆ มาจากการเกิดไฟป่าและการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก
- สภาพอุตุนิยมวิทยา: ในช่วงต้นปี ความกดอากาศสูงมักแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทย ทำให้ลมนิ่ง อากาศไม่ถ่ายเท ฝุ่นละอองขนาดเล็กจึงไม่สามารถฟุ้งกระจายไปไหนได้ และเกิดการสะสมตัวในปริมาณมหาศาล
สารพิษที่มากับควันไฟ: อันตรายที่มองไม่เห็น
การเผาป่าหรือการสันดาปที่ไม่สมบูรณ์ ก่อให้เกิด “มิกซ์เซอร์อันตราย” ของก๊าซพิษหลายชนิดที่ปนเปื้อนอยู่ในอนุภาคหมอกควัน ได้แก่:
- ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)
- ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)
- ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)
- ก๊าซโอโซน (O3)
ความน่ากลัวคือ ในพื้นที่ที่อากาศแห้งและนิ่ง ฝุ่นละอองเหล่านี้สามารถ “แขวนลอย” อยู่ในชั้นบรรยากาศได้นานเป็นปีๆ โดยเฉพาะฝุ่นที่มีขนาดเล็กมาก ยิ่งเล็กเท่าไหร่ ยิ่งลอยอยู่ได้นานและเข้าสู่ร่างกายได้ลึกเท่านั้น
Climate Change: ตัวเร่งปฏิกิริยา “ไฟป่า” ให้ดุเดือดกว่าเดิม
ภาวะโลกร้อน (Global Warming) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์แย่ลง สถิติระบุว่าวิกฤตนี้ทำให้ “ฤดูร้อนหรือฤดูแล้งยาวนานขึ้นถึง 30-50%” หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 6 สัปดาห์จากปกติ
เมื่อหน้าแล้งยาวนานขึ้น โอกาสและความถี่ในการเกิดไฟป่าก็เพิ่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว กลายเป็นวงจรทำลายล้างที่ยากจะควบคุม หากไม่มีการจัดการอย่างจริงจัง
24 กุมภาพันธ์: วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า
เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงภัยเงียบนี้ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2543 เห็นชอบให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาที่มักเกิดปัญหาหมอกควันรุนแรงที่สุดในรอบปี
เป้าหมายหลักของการรณรงค์:
- ปกป้องผืนป่า: ลดอัตราการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ซึ่งเป็นปอดของประเทศ
- รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ: ป้องกันการสูญเสียถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่าและพืชพรรณหายากที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
- ลดมลพิษทางอากาศ: เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนและลดภาระทางสาธารณสุข
กรมลดโลกร้อนจึงขอร่วมรณรงค์ให้พี่น้องประชาชน “งดจุดไฟเผาป่าและหยุดเผาในที่โล่ง” ทุกรูปแบบ การจัดการไฟป่าไม่ใช่เพียงการดับไฟเมื่อเกิดเหตุ แต่คือการเฝ้าระวัง การควบคุม และการฟื้นฟูพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศและคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับลูกหลานในอนาคต