เปิด 5 วิกฤตสิ่งแวดล้อม 2569 อ.สนธิ แฉอุตสาหกรรมสีเทา-ขยะพิษล้นเมือง พร้อมเตือนรับมือเอลนีโญและน้ำทะเลหนุนสูง ปมใหญ่ที่รัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้ ต้องแก้ให้ได้
เข้าสู่ปี 2569 ประเทศไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองจากการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง แต่ยังรวมถึง “ระเบิดเวลา” ด้านสิ่งแวดล้อมที่สะสมมานาน ล่าสุด อ.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาเปิดเผยผ่านโพสต์ส่วนตัวถึง 5 โจทย์ท้าทายที่รัฐบาลและคนไทยต้องเผชิญในปีนี้
วิกฤตขยะมูลฝอย: ภูเขาขยะ 1,800 แห่งทั่วประเทศ
จากข้อมูลปี 2567-2568 ประเทศไทยมีขยะชุมชนเกิดขึ้นสูงถึง 28.63 ล้านตัน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือมีการกำจัดอย่างไม่ถูกวิธีสูงถึง 4.73 ล้านตัน ส่งผลให้เกิด “ภูเขาขยะ” กระจายตัวอยู่กว่า 1,800 แห่งทั่วประเทศ
- ผลกระทบ: ขยะเหล่านี้กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค กลิ่นเหม็น และสารพิษปนเปื้อนลงสู่ดินและน้ำใต้ดิน
- ความเสี่ยง: ในช่วงอากาศร้อน ขยะเหล่านี้มักเกิดไฟไหม้เป็นประจำ สร้างมลพิษทางอากาศซ้ำเติมประชาชน
ทุนจีนสีเทา และ “อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ”
รูปแบบธุรกิจใหม่ที่น่ากลัวคือการที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อหรือเช่าโรงงานในไทย เพื่อทำ “อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ” โดยจ้างแรงงานต่างด้าว ไม่ใช้วัตถุดิบในไทย และผลิตสินค้าไร้มาตรฐานลักลอบขายหรือสวมสิทธิ Made in Thailand เพื่อเลี่ยงภาษี
- พื้นที่สีแดง: ระบาดหนักในโซนภาคตะวันออก (EEC) เช่น ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, ระยอง และปริมณฑลอย่าง สมุทรสาคร, สมุทรปราการ
- ขยะพิษ: ธุรกิจรีไซเคิลผิดกฎหมายมักลักลอบฝังกลบกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ไว้ในบ่อดินหรือโกดังลับ ซึ่ง อ.สนธิ ระบุว่าพื้นที่ “บ้านบึง จังหวัดชลบุรี” เป็นจุดที่ตรวจพบโรงงานเถื่อนจำนวนมาก
โลกร้อนและภัยพิบัติ: น้ำทะเลหนุนสูง และเอลนีโญระลอกใหม่
ปี 2569 จะเป็นปีที่ไทยต้องเริ่มทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในการประชุม COP30 (บราซิล) เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง เราจะเห็นการผลักดัน พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการขยายตัวของพลังงานสะอาด
- น้ำทะเลหนุน: จะเห็นปรากฏการณ์น้ำหนุนสูงผิดปกติในช่วงข้างขึ้น-ข้างแรม จนอาจเข้าถึงพื้นที่เศรษฐกิจชายฝั่ง
- ภัยแล้ง: หลังกลางปี 2569 คาดว่า “เอลนีโญ” จะกลับมาอีกครั้ง ส่งผลให้อากาศร้อนจัดและเกิดภัยแล้งรุนแรง รัฐบาลต้องเตรียมรับมือไม่ให้ซ้ำรอยบทเรียนน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่ในปี 2568
ฝุ่น PM2.5: ปัญหาซ้ำซากที่รอการแก้ไข
ฝุ่นพิษจะกลับมาวิกฤตอีกครั้งในช่วงปลายมกราคมถึงต้นเมษายน
- ในเมือง: ฝากความหวังไว้ที่กรมควบคุมมลพิษและผู้ว่าราชการจังหวัดในการควบคุมแหล่งกำเนิด
- นอกเมือง: โจทย์หลักคือการควบคุม “การเผาในที่โล่ง” ทุกชนิด ซึ่งรัฐบาลมักแก้ไขไปตามสภาพการณ์มากกว่าการวางแผนระยะยาว
พลังประชาชนและการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น
อ.สนธิ เชื่อว่า ปีนี้ภาคประชาชนจะก้าวข้ามการเป็นแค่ “ผู้ฟัง” ในเวทีรับฟังความคิดเห็น แต่จะยกระดับเป็น Partnership หรือหุ้นส่วนในการตัดสินใจโครงการในพื้นที่
EIA/EHIA จะผ่านยากขึ้น: กระบวนการรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดจากภาคประชาชน โดยเฉพาะโครงการในพื้นที่ EEC และภาคใต้ จะถูกจับตามองเป็นพิเศษ
สิ่งแวดล้อมคือตัวแปรชี้วัดผลเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69
อ.สนธิ ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ “นโยบายสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต” จะเป็นตัวตัดสินคะแนนเสียงสำคัญ พรรคการเมืองที่หาเสียงโดยไม่มีข้อมูลจริง หรือไม่มีรายละเอียดมาตรการรองรับภัยพิบัติที่ชัดเจน อาจต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้ เพราะงานสิ่งแวดล้อมไม่ใช่แค่เรื่องปลูกต้นไม้ แต่คือการจัดการสุขาภิบาล ภัยพิบัติ และความอยู่รอดของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม