สทนช.เดินหน้าสร้างคลองระบายน้ำชัยนาท-อ่าวไทย เริ่มก่อสร้างปี 2570 ระยะทาง 270 กม.ลดพื้นที่น้ำท่วมลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้ประมาณ 3.48 ล้านไร่
ความก้าวหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำเจ้าพระยา หรือโครงการคลองระบายน้ำหลาก ชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย เริ่มต้นจาก จ.ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ ความยาว 270 กิโลเมตร โดยโครงการจะอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา จะช่วยแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และกรุงเทพฯ โดยจะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2570
โมเดลการก่อสร้างซูเปอร์ไฮเวย์ระบายน้ำเป็นคลองจากชัยนาท-อ่าวไทย ระยะทาง 270 กม. มีความยาวกว่าแม้น้ำเจ้าพระยา 12 เท่า
โครงการนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกคลองชัยนาท-ป่าสัก ระยะทาง 134 กม. ทำหน้าที่ดึงมวลน้ำช่วงบนตั้งแต่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำลงแม่น้ำป่าสักที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา คลองช่วงนี้เป็นการขุดขยายคลองส่งน้ำเดิมหรือคลองอนุศาสนนันท์ หรือ คลองชัยนาท-ป่าสัก ความกว้าง 37-59 เมตร ลึก 9.5-10.5 เมตร ส่วนคลองช่วงที่ 2 ป่าสัก-อ่าวไทย ระยะทาง 135.5 กม. เริ่มต้นจาก อ.ท่าเรือ ผ่าน จ.สระบุรี ปทุมธานี นครนายก สมุทรปราการ และสิ้นสุดโครงการที่ จ.ฉะเชิงเทรา
คลองช่วงที่ 2 จะออกแบบเป็นซูเปอร์ไซเวย์น้ำขนาดใหญ่ โดยช่วงแรกจะสร้างเป็นคลองดินความยาว 23 กม. รวมพื้นที่คลองและถนนด้านข้าง มีความกว้าง 170 เมตร ความกว้างของคลอง 73 เมตร ความลึก 6 เมตร ส่วนที่เหลือจะปฌนคลลองคอนกรีต ความยาว 112.9 กม. ความกว้างเขตคลองรวมถนน 200 เมตร กว้าง 71 เมตร ลึก 6 เมตร รวมทั้งโครงการการคลองชัยนาท-อ่าวไทยจะมีความยาว 270 กม.
มีศักยภาพดูดน้ำ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะช่วยป้องกันน้ำไม่ให้ลงสู่ จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และกรุงเทพฯ โดยมีความยาวกว่าแม่น้ำเจ้าพระยาถึง 12 เท่า
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผ่านความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น สำนักงานทรัพพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) จะเร่งรัดการดำเนินงานโครงการเพื่อเริ่มก่อสร้างโครงการภายในปี 2570
หลังก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำจากหน้าเขื่อนเจ้าพระยาลงสู่ทะเลได้จาก 210 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเป็น 930 ลบ.ม.ต่อวินาที ช่วยลดพื้นที่น้ำท่วมลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้ประมาณ 3.48 ล้านไร่ และสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งได้อีกกว่า 155 ล้าน ลบ.ม.
นอกจากนี้ จะออกแบบประตูระบายน้ำเป็นขั้นบันไดเป็นระยะๆ เพื่อให้เป็นทางด่วนระบายน้ำในช่วงน้ำหลากลงสู่อ่าวไทย แต่ปลายช่วงฤดูฝนจะปิดประตูระบายน้ำเปลี่ยนให้คลองทั้งสายกลายเป็นอ่างกักเก็บน้ำแนวยาว ซึ่งจะเก็บน้ำได้ 54 ล้าน ลบ.ม.และจะช่วยหล่อเลี้ยงภาคเกษตร 2 ฝั่งคลองที่มีน้ำต้นทุนมากถึง 2.2 ล้านไร่ในช่วงหน้าแล้ง
สำหรับโครงการนี้เป็นคนละโครงการเจ้าพระยา 2 หรือโครงการคลองระบายน้ำบางบาล-บางไทร ที่อยู่ตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีความยาว 22.5 กม.