คนใต้จะเอา ‘แลนด์บริดจ์’ หรือระเบียงเศรษฐกิจชีวภาพเพื่อสร้างศก.ยั่งยืน

“หมอบอส” อดีตผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคประชาชน เสนอโครงการระเบียงเศรษฐกิจชีวภาพภาคใต้ นำจุดแข็งเรื่องสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและพหุวัฒนธรรม มาปลุก ศก.

รศ.นพ.นวมินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ ตัวแทนพรรคประชาชน จ.สงขลา กล่าวในงานเสวนาหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาภาคใต้ที่เป็นธรรม” ณ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2569 ว่า ภาคใต้ขับเคลื่อนด้วยภาคเกษตรและการท่องเที่ยว สัดส่วนภาคเกษตรอยู่ที่ 40% ในจำนวนนี้มีแค่ครึ่งเดียวที่มีสิทธิทำกินถูกต้องตามกฎหมาย

ส่วนการท่องเที่ยว 90% ของรายได้การท่องเที่ยวกระจุกอยู่แค่ 5 จังหวัด อีก 9 จังหวัดมีรายได้ห่างกันถึง 56 เท่า รายได้จากการท่องเที่ยวของภาคใต้ 80% มาจากต่างชาติ ถ้าเกิดปัญหาความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์โลก ไทยจะสูญเสียรายได้ตรงนี้ไปทันที ในอดีตภาคใต้เคยมีรายได้เกือบแตะระดับ 80% ของประเทศ แต่หลังจากนั้นลดลงมาอยู่ที่ 65%

นอกจากนั้น ในภาคใต้พบว่าประชาชนเข้าถึงน้ำประปาอยู่ที่ 77.7% ขณะที่ทั่วประเทศค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 90% ออกจากหาดใหญ่ออกไปไม่เกิน 5 กิโลเมตรเชื่อหรือไม่ว่าบางบ้านไม่มีน้ำประปา ไม่ต้องพูดถึงน้ำประปาดื่มได้ แต่ต้องซื้อน้ำถังกินซึ่งเป็นต้นทุนชีวิต

ด้านการเรียนการศึกษาเด็กใต้ไม่เข้าสู่การศึกษา 7% ใน 3 จังหวัดภาคใต้เฉลี่ย 1 ใน 5 ที่ไม่เข้าเรียน ม. 4 ที่บอกว่า การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ คนใต้ฉลาด แต่พอเห็นตัวเลขนี้แล้วตอบได้ไม่เต็มปาก

สำหรับเรื่องภัยพิบัติที่ ภาคใต้เจอภัยพิบัติซ้ำแล้วซ้ำเล่ามากกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ ทั้งเจอโควิด ภัยแล้ง และอุทกภัย ถึงกับจะลบหาดใหญ่ออกจากพื้นที่เศรษฐกิจเสียด้วยซ้ำ

รศ.นพ.นวมินทร์ ระบุว่า การขับเคลื่อนภาคเกษตรทั้งยางพารา ป่าไม้ ประมง เป็นตัวหลักก็จริง แต่ไม่ได้รับการพัฒนาหรือไม่โต นอกจากนั้นร้านอาหารและที่พักมีร้านค้า ร้านคาเฟ่ จุดเช็กอินเยอะ โรงแรม 5 ดาวเยอะโตขึ้นเยอะ และแรงงานก็กระจุกอยู่ที่อุตสาหกรรมเหล่านี้

พรรคประชาชนขอเสนอการพัฒนาภาคใต้โดยทำโครงการระเบียงเศรษฐกิจชีวภาพภาคใต้ (Southern Biodiversity Regenerative Corridor : SBRC) เนื่องจากภาคใต้ ได้กลิ่นอ่าวไทย เจอสวนเกษตร สวนมะม่วงเบา ส้มโอ ป่ายาง มีภูเขาดิบชื้นเทือกเขาบรรทัด มีป่าชายเลนและไปทะเลอันดามันที่สมบูรณ์และสวยงามมากๆ

“อันนี้คือจุดแข็งของภาคใต้ที่มีอยู่แล้วและควรมีต่อ ถ้าเอาเรื่องสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและวัฒนธรรมหรือพหุวัฒนธรรมที่มีและแข็งแรงมากๆ มารวมกัน จะทำให้ภาคใต้เป็นของคนใต้และพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืน เป็นการกระจายการลงทุนสู่ท้องถิ่น ผู้ได้ประโยชน์หลักคือ ชุมชน, SMEs และเกษตรกร ความเสี่ยงต่ำเพราะโตบนฐานทรัพยากรตัวเอง และเน้นฟื้นฟูระบบนิเวศ

สำหรับเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจในปี 2575 รายได้ภาคใต้เฉลี่ยต่อหัว (GPP) จะเพิ่มขึ้น 4% และลดหนี้ครัวเรือนลง 30%  ต้องการให้ลูกหลานคนใต้กลับมาพัฒนาพื้นที่เพิ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ 10,000 ราย

ตัวแทนพรรคประชาชน สงขลา นำเสนอการพัฒนาภาคใต้ 5 เสาหลัก จะเปลี่ยน “ความหลากหลายทางชีวภาพ” จากอ่าวไทยสู่อันดามันให้เป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสร้างงานคุณค่า ดังนี้

เสาที่ 1 ความมั่นคงในที่ดิน การเพิ่มสิทธิทำกินให้เกษตรกร เพราะไม่มีใครอยากปลูกยางพาราบนดินของคนอื่นแต่อยากปลูกบนที่ดินของตัวเองซึ่ง 40% ของป่ายางมีแค่ครึ่งเดียวที่มีสิทธิ แต่ที่เหลือไม่มีการพิสูจน์สิทธิ ดังนั้นต้องการคืนความเป็นธรรมเรื่องที่ดิน 5 แสนไร่ และฟื้นฟูระบบนิเวศ

เสาที่ 2 เกษตรเพิ่มมูลค่า เกื้อกูลชีวภาพด้วยนวัตกรรม ประกอบด้วย ประมงพื้นบ้าน การปลูกพืช GI หรือพืชที่เป็นที่ภูมิใจของพื้นที่และหวงแหน เช่น มะม่วงเบาเสาที่ 3 เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยกระดับมูลค่าวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น งานปักษ์ ดีไซน์ วีค เรื่อง Gaztronomy (การท่องเที่ยงเชิงอาหาร)

เสาที่ 4 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและนิเวศ กระจายรายได้สู่ชุมชน

“มอ.คือ โรงพยาบาลอันดับ 1 ของภูมิภาค ออกนอกกรุงเทพฯโรงบาลอันดับหนึ่งคือ มอ. เพราะฉะนั้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่คือการเอาสิ่งที่เราถนัดที่สุดมาใช้ ถ้าศัลยกรรมไปเกาหลี ถ้าอยากสุขภาพดีมาที่ มอ.”

เสาที่ 5 สนับสนุนน้ำดื่มไฟโซลาร์เซลล์ รถเมล์ตรงเวลา การศึกษาที่เท่าเทียมและอายุที่ยืนยาว

Related posts

‘วราวุธ’ ดันโครงการ LCC ยกระดับอุตสาหกรรมสีเขียวสู่ Net Zero

คต. แนะไทย เร่งคำนวณคาร์บอน รับมาตรการ CBAM ส่งออกไป EU

ครม. ดันไทยสู่ Net Zero ลุย CCS อ่าวไทย-อัดฉีด SME Green 30 ล้าน