ชัยชนะ’ลูลา’ประธานาธิบดีบราซิล ความหวังปกป้องผืนป่าแอมะซอน

ชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลของ “ลูลา” กลายเป็นความหวังสำคัญของโลกในการปกป้องป่าแอมะซอน และบทบาทสำคัญต่อการรักษาสมดุลภูมิอากาศโลก

การเลือกตั้งประธานาธิบดีของบราซิล เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2026 ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inácio Lula da Silva) ได้รับคะแนนเสียง 64.25 ล้านคะแนน หรือ 51.79% ของคะแนนที่นับเป็นบัตรดี สามารถเอาชนะ ฟลาวิโอ โบลโซนาโร (Flávio Bolsonaro) ผู้สมัครจากพรรคเสรีนิยมที่ได้ 48.21% ส่งผลให้ลูลาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 4 และจะเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 5 ม.ค. 2027

ชัยชนะของลูลาครั้งนี้ถูกทั่วโลกจับตาไปที่นโยบายสิ่งแวดล้อม เพราะในช่วงรัฐบาลชุดที่ผ่านมา บราซิลสามารถลดอัตราการตัดไม้ทำลายป่าแอมะซอนได้อย่างมีนัยสำคัญ หลังจากปัญหาดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นในยุครัฐบาลของฌาอีร์ โบลโซนาโร (Jair Bolsonaro) ระหว่างปี 2019–2022

จากยุคป่าถูกทำลายสู่การฟื้นมาตรการคุ้มครอง
ป่าแอมะซอน (Amazon rainforest) เป็นป่าฝนเขตร้อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่ขนาด 5.5 ล้านตารางกิโลเมตร กินพื้นที่ 8 ประเทศในทวีปอเมริกาใต้ ได้แก่ บราซิล, โบลิเวียร์, เปรู, เอกวาดอร์, โคลอมเบีย, เวเนซูเอลา, กายอานา, ซูรินาม และเฟรนช์เกียนา มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีบทบาทสำคัญในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะโลกร้อน

อย่างไรก็ดี ในช่วงรัฐบาลโบลโซนาโร การบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมอ่อนแอลง หน่วยงานตรวจสอบและปราบปรามการทำลายป่าถูกลดบทบาท ขณะที่นโยบายรัฐบาลให้ความสำคัญกับการขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น เกษตรกรรมและเหมืองแร่ในพื้นที่ป่า

ข้อมูลจากสถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติบราซิล (INPE) ระบุว่า พื้นที่ป่าแอมะซอนที่ถูกทำลายในปี 2021 อยู่ที่ประมาณ 13,038 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 ปีในขณะนั้น

เมื่อลูลากลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2023 รัฐบาลได้รื้อฟื้นมาตรการควบคุมการตัดไม้ทำลายป่า เพิ่มการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงฟื้นแผนปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการตัดไม้ทำลายป่าในแอมะซอน หรือ PPCDAm

รัฐบาลยังแต่งตั้ง มารีนา ซิลวา (Marina Silva) นักสิ่งแวดล้อมที่มีบทบาทในการอนุรักษ์ป่า มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยให้ความสำคัญกับการปราบปรามการบุกรุกป่าและกิจกรรมผิดกฎหมาย

ผลจากการเปลี่ยนทิศทางนโยบายเริ่มสะท้อนผ่านตัวเลขการสูญเสียพื้นที่ป่า ซึ่งลดลงต่อเนื่องหลังรัฐบาลลูลาเข้ารับตำแหน่ง

ปี 2026 การตัดไม้ทำลายป่าลดลงต่อเนื่องต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ข้อมูลล่าสุดจาก INPE ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2026 ระบุว่า ในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ก.ค. 2026 พื้นที่ป่าแอมะซอนที่ถูกทำลายอยู่ที่ 3,335 ตารางกิโลเมตร ลดลง 42% จากปีก่อนหน้า และเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 1988

หากเปรียบเทียบกับปี 2022 ซึ่งมีพื้นที่ป่าถูกทำลาย 11,594 ตารางกิโลเมตร ตัวเลขปี 2026 ลดลงประมาณ 71%

ก่อนหน้านี้ ข้อมูล PRODES ซึ่งเป็นระบบติดตามการตัดไม้ทำลายป่ารายปีของ INPE ระบุว่า พื้นที่ป่าแอมะซอนถูกทำลาย 5,731 ตารางกิโลเมตรในปี 2025 ลดลงจาก 6,518 ตารางกิโลเมตรในปี 2024

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนแนวโน้มการลดลงของการทำลายป่าอย่างชัดเจน แม้ยังไม่สามารถหมายความว่าปัญหาการบุกรุกป่าหรือการทำลายระบบนิเวศหมดไปแล้วก็ตาม

นอกจากข้อมูลพื้นที่ป่าที่ลดลงแล้ว Carbon Brief สำนักข่าวด้านภูมิอากาศที่วิเคราะห์ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์และนโยบาย ยังประเมินว่า นโยบายของรัฐบาลลูลาอาจช่วยรักษาพื้นที่ป่าแอมะซอนไว้ได้อย่างน้อย 20,000 ตารางกิโลเมตร เมื่อเทียบกับสถานการณ์สมมติที่บราซิลไม่บังคับใช้กฎหมายป่าไม้

ตัวเลขนี้เป็นผลจากแบบจำลองเปรียบเทียบสถานการณ์ ไม่ใช่การวัดพื้นที่ป่าที่ได้รับการปกป้องโดยตรงทั้งหมด แต่สะท้อนให้เห็นว่า การบังคับใช้กฎหมายและความเข้มแข็งของนโยบายรัฐมีผลต่ออัตราการสูญเสียป่าอย่างมาก

ชัยชนะของลูลามีความหมายต่อป่าแอมะซอน
เหตุผลสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความต่อเนื่องของนโยบายซึ่งรัฐบาลลูลาวางไว้ในช่วงที่ผ่านมา โดยมีประเด็นสำคัญ 4 ด้าน

1. เดินหน้าสู่เป้าหมายหยุดการตัดไม้ทำลายป่าภายในปี 2030
ลูลาประกาศเป้าหมายยุติการตัดไม้ทำลายป่าที่ผิดกฎหมายและมุ่งสู่การตัดไม้ทำลายป่าเป็นศูนย์ภายในปี 2030 ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่บราซิลนำเสนอในเวทีระหว่างประเทศ

การลดการสูญเสียพื้นที่ป่าในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาเป็นสัญญาณว่าการฟื้นฟูมาตรการควบคุมและบังคับใช้กฎหมายสามารถทำให้แนวโน้มการทำลายป่าเปลี่ยนแปลงได้ แต่การไปถึงเป้าหมายปี 2030 ยังต้องอาศัยการดำเนินงานต่อเนื่องอีกหลายปี

2. ฟื้นบทบาทหน่วยงานตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย
การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและการปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมายเป็นกลไกสำคัญในการลดการบุกรุกป่า โดยเฉพาะการตัดไม้ผิดกฎหมาย การทำเหมืองเถื่อน และการยึดครองที่ดินในเขตป่า

หากไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แม้จะมีพื้นที่อนุรักษ์หรือกฎหมายคุ้มครองป่าที่เข้มแข็งเพียงใด ก็ยากที่จะหยุดยั้งเครือข่ายที่แสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติได้

3. สนับสนุนการคุ้มครองพื้นที่ของชนเผ่าพื้นเมือง
ชนเผ่าพื้นเมืองเป็นกลุ่มประชากรที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลผืนป่าแอมะซอน เนื่องจากพื้นที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่มีความสำคัญต่อการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และลดแรงกดดันจากการบุกรุกป่า

รัฐบาลลูลาฟื้นกระบวนการรับรองเขตแดนและสิทธิในที่ดินของชนเผ่าพื้นเมือง รวมถึงเพิ่มความพยายามในการป้องกันการบุกรุกและการทำเหมืองผิดกฎหมายในพื้นที่เหล่านี้

การคุ้มครองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองจึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับการอนุรักษ์ป่าและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว

4. ยกระดับบทบาทบราซิลบนเวทีภูมิอากาศโลก
ลูลาพยายามผลักดันให้บราซิลกลับมาเป็นประเทศที่มีบทบาทในการเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการปกป้องป่าเขตร้อนและการระดมทุนเพื่อการอนุรักษ์

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือกองทุนแอมะซอน (Amazon Fund) ซึ่งสนับสนุนโครงการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่าและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาค โดยได้รับเงินสนับสนุนจากประเทศผู้บริจาคและองค์กรต่างๆ

การรักษาป่าแอมะซอนไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะบราซิล แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและรักษาระบบนิเวศที่มีความสำคัญต่อโลก

ภายใต้ความหวังยังมีแรงกดดันจากเกษตรกรรมและเหมืองแร่
แม้ตัวเลขการตัดไม้ทำลายป่าจะลดลงอย่างมาก แต่การรักษาแอมะซอนยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน และชัยชนะของลูลาไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะสามารถผลักดันนโยบายอนุรักษ์ได้โดยปราศจากแรงต้าน

รายงานของ Congressional Research Service (CRS) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยของรัฐสภาสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลลูลายังคงเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มการเมืองและผลประโยชน์ด้านเกษตรกรรมในรัฐสภาบราซิล โดยเฉพาะข้อเสนอที่อาจทำให้การคุ้มครองพื้นที่ป่าอ่อนแอลง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลลูลายังสนับสนุนการขยายการผลิตน้ำมันและก๊าซในบราซิล รวมถึงพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำแอมะซอน ซึ่งเป็นประเด็นที่นักอนุรักษ์ตั้งคำถามถึงความสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ

อีกปัจจัยที่น่ากังวลคือการสิ้นสุดของข้อตกลงพักการซื้อถั่วเหลืองจากพื้นที่ป่าแอมะซอนที่ถูกตัดหลังปี 2008 หรือ Amazon Soy Moratorium ซึ่งเป็นความร่วมมือภาคสมัครใจของบริษัทค้าสินค้าเกษตรที่มีบทบาทลดแรงจูงใจในการบุกรุกป่า

งานศึกษาที่ Carbon Brief อ้างถึงประเมินว่า การยุติข้อตกลงนี้อาจทำให้พื้นที่ป่าถูกทำลายเพิ่มขึ้นอีก 14,000 ตารางกิโลเมตรภายในปี 2036

นอกจากนี้ รัฐบาลลูลายังต้องทำงานร่วมกับรัฐสภาที่มีแนวโน้มขยับไปทางขวา ซึ่งอาจทำให้การผลักดันกฎหมายและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในสมัยที่ 4 เผชิญแรงต้านมากขึ้น

โลกต้องช่วยปกป้องแอมะซอนด้วย
ป่าแอมะซอนเป็นมากกว่าผืนป่าขนาดใหญ่ เพราะทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน แหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตจำนวนมหาศาล และเป็นส่วนหนึ่งของระบบหมุนเวียนความชื้นที่ส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาค

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากการตัดไม้ทำลายป่าและภาวะโลกร้อนดำเนินต่อไปจนถึงระดับวิกฤต ระบบนิเวศแอมะซอนบางส่วนอาจเปลี่ยนสภาพจากป่าฝนเขตร้อนที่ชุ่มชื้นไปสู่ระบบนิเวศที่แห้งแล้งมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและระบบฝนในทวีปอเมริกาใต้

การเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลจึงมีความหมายเกินกว่าการแข่งขันทางการเมืองภายในประเทศ เพราะทิศทางนโยบายของรัฐบาลที่ดูแลพื้นที่ป่าแอมะซอนย่อมส่งผลต่อความพยายามรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศของโลก

ชัยชนะของลูลาในปี 2026 ทำให้บราซิลมีโอกาสเดินหน้ามาตรการลดการทำลายป่าที่เริ่มเห็นผลในช่วงที่ผ่านมา แต่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะรักษาความเข้มแข็งของกฎหมาย ปกป้องสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง และจัดการกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่กดดันผืนป่าได้มากเพียงใด

พื้นที่ป่าแอมะซอนที่ถูกทำลาย (ตารางกิโลเมตร)
– ปี 2022: 11,594 ตารางกิโลเมตร
– ปี 2024: 6,518 ตารางกิโลเมตร
– ปี 2025: 5,731 ตารางกิโลเมตร
– ปี 2026: 3,335 ตารางกิโลเมตร

ข้อมูลปี 2026 ครอบคลุมช่วง 1 ส.ค. 2025 – 31 ก.ค. 2026 ลดลง 41.8% จากรอบปีก่อนหน้า และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 1988 หากเปรียบเทียบกับปี 2022 พื้นที่ป่าที่ถูกทำลายในปี 2026 ลดลงประมาณ 71.2% หรือคิดเป็นพื้นที่ลดลง 8,259 ตารางกิโลเมตร

ดังนั้น ความหวังในการรักษาแอมะซอนไม่ได้จบลงที่ชัยชนะในคูหาเลือกตั้ง แต่ต้องพิสูจน์ด้วยการรักษาผืนป่าให้คงอยู่ต่อไป โดยทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นของผู้นำประเทศว่า จะพาบราซิลขึ้นมายืนอย่างโดดเด่นบนแถวหน้าการปกป้องสภาพภูมิอากาศโลกได้เพียงใด

อ้างอิง:
• Presidente do TSE anuncia reeleição de Lula e faz balanço do 2º turno das Eleições 2026 , Tribunal Superior Eleitoral (TSE)
• Amazon deforestation falls 42% to a record low , Mongabay
• Sistema do INPE aponta 5.731 km² de desmatamento na Amazônia em 2025 , Instituto Nacional de Pesquisas Espaciais (INPE)
• Analysis: Lula presidency saved at least 20,000km2 of Brazilian Amazon since 2022 , Carbon Brief
• Brazil: Background and U.S. Relations , Congressional Research Service (CRS)
เครดิตภาพ: earth.org

Related posts

ชาวปราจีนฯยื่นกว่า 3 หมื่นชื่อให้กก.สิ่งแวดล้อมประกาศเขตควบคุมมลพิษ

ยุโรปเตรียมรับมือคลื่นความร้อนล่วงหน้า หลังมีคนเสียชีวิต 3.5 หมื่นคน

โลกเดินหน้าจัดทำ’พิธีสารอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม’ เสียหาย 2 ล้านล้าน/ปี