ประธานสภาหอการค้าภาคใต้พูดชัด ภาคเอกชนเสนอสร้างทางรถไฟจากชุมพรไปยังท่าเรือระนอง ใช้งบฯ ลงทุนแค่ 3-5 หมื่นล้าน
นายสลิล โตทับเที่ยง ประธานหอการค้าภาคใต้ กล่าวในเวทีเสวนาหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาภาคใต้ที่เป็นธรรม” ณ คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2569 ว่า ในฐานะภาคเอกชนไม่ขอแตะเรื่องท่าเรือมากเพราะรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการศึกษา 90 วัน จึงไม่ขอก้าวล่วง แต่เอกชนเคยเสนอสร้างท่าเรือที่ จ.ระนอง เพื่อส่งสินค้าไปยังประเทศกลุ่มบีมสเทคที่เป็นตลาดที่ใหญ่มาก เช่น บังคลาเทศ เมียนมา และอินเดีย ซึ่งมีประชากรประมาณ 2,000 ล้านคน (ประเทศกลุ่มบิมสเทค (BIMSTEC) ประกอบด้วยสมาชิก 7 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล ศรีลังกา และไทย)
นาสลิล กล่าวอีกว่า เอกชนต้องการใช้ท่าเรือที่ อ.สวี จ.ชุมพร เป็นที่พักสินค้าที่มาจากทั่วประเทศและขนไปยังท่าเรือ จ.ระนอง ซึ่งลงทุนประมาณ 30,000 ล้านบาท ไม่เกิน 50,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ท่าเรือระนองเกิดประโยชน์มากขึ้นในการขนส่งสินค้าไปกลุ่มประเทศบีมสเทค
“ตอนนี้ถ้าเรือระนองตอนนี้เกิดแล้ว แต่ยังใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ยังมีข้อจำกัดเรื่องความสามารถในขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ ฉะนั้นเราเสนอว่าให้สวีเป็นจุดพักถ่ายโดยนำสินค้าจากภาคอื่นทั่วประเทศมาจอดที่สวีแล้วขนทางรถไฟไปยังท่าเรือระนอง แล้วส่งออกไปได้ เป็นสิ่งที่เรามองว่าเกิดประโยชน์ ไม่ต้องศึกษาอะไรเยอะเพราะมีการศึกษาไปแล้วระดับหนึ่ง นี่คือการค้าการลงทุน”
สำหรับการสร้างสนามบินที่ภูเก็ตที่เป็นเสมือนประตูที่ออกไปยังทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีเที่ยวบินเข้า 300 ไฟลท์ต่อวัน จะใช้ประโยชน์จากภูเก็ตยังไง เช่น นำสินค้าไปพ่วงขายที่ภูเก็ตก็สามารถขายได้ทั่วโลก
ด้านสินค้าเกษตรและอาหาร ประธานหอการค้าภาคใต้ ระบุว่า ภาคใต้ผูกติดอยู่กับยางพาราและปาล์มซึ่งราคาไม่เพิ่ม จึงได้ส่งเสริมให้มีการพัฒนาในเชิงนวัตกรรมหรือมีคุณค่าสูงขึ้น หรือการพัฒนาปาล์มไปใช้ประโยชน์มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ประธานหอการค้าภาคใต้ กล่าวด้วยว่า จากการประชุมหอการค้าทั่วประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ได้ไปพูดในเวทีนี้ว่า ภาคใต้คือภาคที่จนที่สุด พูดต่อหน้าประธานหอการค้าและสมาชิกหอการค้าทั่วประเทศ
“ทุกคนก็หัวเราะ เขาบอกว่าไม่จริง เพราะภาคใต้ที่เขาเห็นคือนายหัว เจ้าของสวนยาง ผมว่านั่นมันคือสิ่งที่รัดคอเรา ที่พูดอย่างนั้น เพราะในภาคใต้ของเรา ถนนหนทางแย่ที่สุด ถ้าเดินทางไปต่างภาคจะเห็นข้อเท็จจริงอันนี้ ในขณะที่เราหลงอยู่กับคำเป่าหูบอกว่าภาคใต้ คนรวย เสียภาษีเยอะ แต่สิ่งที่เราได้กลับมาได้ไม่เท่ากัน ผมจึงอยากให้พัฒนาประเทศอย่างเป็นธรรมกับภาคใต้
“ภาคเอกชนทำได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถทำได้เหมือนพรรคการเมืองที่มีสิทธิ์ไปพูดในสภา เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง แต่พวกเราในฐานะภาคเอกชนราบรวมความคิดเห็นทุกส่วนในนาม 3 สถาบันคือสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมและสมาคมธนาคาร หรือ กกร.
“ความต้องการของภาคเอกชนสำหรับภาคใต้มี 3 ประเด็น 1) การค้าการลงทุน เกษตรอาหาร ท่องเที่ยวบริการ การลงทุนภาคใต้มีศักยภาพในการค้าขายกับทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะบางพื้นที่ แต่จะทำให้เป็นอย่างนั้นได้เราต้องการถนนหนทางที่เชื่อมโยงกัน
“ท่านพูดถึงโครงการขนาดใหญ่ เช่น แลนด์บริดจ์ ผมขออนุญาตไม่แตะเพราะมันยังไม่เกิด แต่ภาคเอกชนมีข้อเสนออันดับแรกเรามีข้อจำกัดเรื่องถนน ปัจจุบันนี้เราอาศัยสาย 4 จากส่วนกลางลงไปภาคใต้ เมื่อปีที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่พุนพินภาคใต้โดนตัดขาด ภาคเอกชนจึงเสนอให้พัฒนาสายเดิมคือเส้นเพชรเกษมจากสองช่องจราจรเป็นสี่ช่องจราจรเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับภาคใต้
“ก็โชคดีที่รัฐบาลในยุคนั้นเริ่มฟังและเริ่มใส่ลงไปในแผน แต่สาย 4 ถ้า 4 เลนที่ขอไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วใช้เวลาอีกเกือบ 20 ปี สายที่ 2 คือเส้น 41 ถ้าพัฒนาการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้า เราต้องการเสนอให้ขยายเส้นนี้เป็น 8 ช่องจราจร ตั้งแต่จากชุมพรลงไปข้างล่าง
“อีกเส้นที่เราเสนอคือหลังสวน-พะโต๊ะ การมีสองเส้นแล้วถ้าไม่มีอะไรเชื่อมกลางไม่สามารถทำให้เราขนส่งหรือลดระยะเวลาได้ เราจึงเสนอเส้นขวางเพื่อเชื่อมทั้งสองข้างเข้าหากันเพื่อเพื่อส่งเสริมการเกษตร การท่องเที่ยว ให้มันทั่วถึงกัน
“เรื่องของรถไฟเราควรใช้เครือข่ายรถไฟที่มีอยู่ให้มีประโยชน์มากขึ้น วันนี้ขยายเป็นรางคู่มาจบที่ชุมพรกำลังต่อไปสุราษฎร์และต่อหาดใหญ่ จนไปจบที่ปาดังเบซาร์หรือโก-ลก เมื่อปลายเดือนที่แล้วการรถไฟมาเสนอแผนโครงการที่ว่าจะเสร็จสิ้นประมาณปี 2580 ผมไม่ทราบว่าใครจะอยู่ถึง ผมอาจจะอยู่ไม่ถึง
“จึงฝากตัวแทนพรรคการเมืองช่วยไปขับเคลื่อนเพราะถ้าทำได้มันจะเกิดประโยชน์มหาศาลทุ กวันนี้ตั๋วเครื่องบินแพง แต่รถไฟยังราคาเดิม แต่เราไม่สามารถหาที่นั่งได้ เพราะที่มันจำกัด ถ้าเราเพิ่มตู้เพิ่มขบวนจะทำให้การเดินทางของพี่น้องชาวใต้สะดวกขึ้น
“นอกจากนั้นเสนอให้มีการเชื่อมรถทางรถไฟจากสุราษฎร์ไปยังพังงาเพื่อที่จะเชื่อมสองฟากระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน ทั้งหมดนี้อยู่ในแผนแล้ว เราขับเคลื่อนมาประมาณ 10 กว่าปี แต่ปัญหาคือมันจะเสร็จประมาณ 30 ปีข้างหน้าตอนนี้มีการขยายรถไฟจากท่านุ่น พังงาไปยังกระบี่ ซึ่งตรังมีอยู่แล้วต่อไปยังสตูลเพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมของภาคใต้ที่สมบูรณ์แบบ”
นายสลิล กล่าวว่า เขาไม่ค่อยภูมิใจเรื่องตัวเลขจีดีพีเพราะเป็นกับดักความเจริญ แต่ต้องการเห็นความสุขของพี่น้องชาวใต้มากกว่า ไปถามพรรคพวกที่ระยองซึ่งมีจีดีพีสูงมาก แต่ประชาชนไม่มีความสุข เพราะตัวเลขนั้นไม่ได้ตกถึงคนส่วนใหญ่แต่ตกถึงบางกลุ่มหรือองค์กรที่จดทะเบียนในกรุงเทพฯ