ป่าฝนคองโกแซงหน้าแอมะซอน ยืนหนึ่งดูดซับคาร์บอนโลก

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกนต์ ระบุว่าป่าฝนเขตสงวนชีวมณฑลของยูเนสโกในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกจะกลายเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนอันดับหนึ่งที่สำคัญสุดในโลก แทนที่ป่าแอมะซอนในอเมริกาใต้

ตุลาคม 2020 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกนต์ เบลเยี่ยม ได้ทำการสร้างหอคอยตรวจวัดสภาพภูมิอากาศ สูง 57 เมตร ในป่าฝนของคองโก เพื่อตรวจวัดความสามารถในการดูดซับและปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ก่อนนำผลลัพธ์ทั้งหมดมาคำนวนปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ป่าฝนดูดซับและกักเก็บไว้ได้ในแต่ละปี

แม้การคำนวณยังไม่ได้ข้อสรุปแน่ชัด แต่จากข้อมูลเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า 1 เฮกตาร์ หรือ 10,000 ตารางเมตรของป่าฝนคองโกมีอัตราการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ อยู่ที่ 5 ตัน ต่อปี ซึ่งมากกว่าความสามารถในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ในป่าแอมะซอน

โดยธรรมชาติในระหว่างกระบวนการสังเคราะห์แสงต้นไม้จะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศตามธรรมชาติ และปล่อยออกทางรากและลำต้น แต่ปริมาณในการปล่อยจะน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณที่กักเก็บไว้ เว้นแต่ไม้ต้นนั้นถูกตัดทำลาย

ทุกปีป่าไม้ทั่วโลกจะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิ 7.6 พันล้านเมตริกตัน จากการวิจัยพบว่าป่าไม้ของโลกกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์มากได้เป็นสองเท่ากว่าที่ปล่อยออกมาระหว่างปี 2544-2562 แต่หากการตัดไม้ทวีความรุนแรงขึ้น ความสมดุลนี้จะเปลี่ยนไป

ลุ่มแม่น้ำแอมะซอนดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 1.2 พันล้านตันต่อปี ซึ่งมากกว่าปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาจากการตัดไม้ทำลายป่า 1.1 พันล้านตัน

มีการสร้างหอหอคอยตรวจวัดสภาพภูมิอากาศที่คล้ายกันมากกว่าพันแห่งทั่วโลก อย่างเช่นในป่าฝนแอมะซอนมีประมาณ 15 แห่ง แต่ในป่าฝนน้ำคองโกไม่มีเลย แม้ว่าจะเป็นป่าเขตร้อนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของของโลกรองจากอเมซอนก็ตาม

ที่มา

  • Mar 14, 2023. Climate tower in Congo fills a big gap in our knowledge. Ghent Unicersity
  • Mar 31, 2023. ‘First lung’: This rainforest could be the world’s most important carbon sink. EuroNews

Related posts

Data Center เริ่มพ่นพิษแอบทิ้งขยะที่บ้านฉาง 20 ตัน ในกทม.มี 49 แห่ง

รัฐบาลเปิดแข่งขันลงทุน Data Center ต้องหนุนไทยบรรลุ Net Zero

Data Center โผล่ กทม. 45 แห่ง รองนายกฯตื่นเรียกประชุมด่วน