Data Center โผล่ กทม. 45 แห่ง รองนายกฯตื่นเรียกประชุมด่วน

ณ ปี 2568 มี Data Center ในไทย 36 โครงการ มูลค่า 728,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ใน 6 จังหวัด รวมทั้งกรุงเทพฯ ล่าสุดพบสำรองน้ำมัน 2 แสนลิตร

Data Center หรือศูนย์ข้อมูลที่ออกแบบมาเพื่อรองรับเซิร์ฟเวอร์และระบบคอมพิวเตอร์จำนวนมากไว้ด้วยกัน ล่าสุด BOI ระบุว่า ณ ปี 2568 มีโครงการ Data Center รวม 36 โครงการ มูลค่ากว่า 728,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ใน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ปทุมธานี ระยอง และสมุทรปราการ แต่คณะกรรมการกำกับนโยบายที่มีรองนายกฯ เอกนิติ เป็นประธาน จะเรียกประชุมบอร์ดนัดแรก 4 ก.ย.นี้ หลังพบ DataCenter แห่งหนึ่งสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงใจกลางกรุงเทพฯ 2 แสนลิตร

ความเข้าใจของ Data Center ในสายตาคนทั่วไปคงเป็นเพียงอาคารที่เต็มไปด้วยเซิร์ฟเวอร์ อาจไม่รู้ว่าคลังข้อมูลขนาดใหญ่เหล่านี้กินไฟฟ้ามหาศาล ใช้น้ำมโหฬารเพื่อรองรับระบบหล่อเย็น ต้องมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง แบตเตอรี่ และเชื้อเพลิงสำรอง ซึ่งทั้งหมดนี้ฝ่ายนโยบายกำลังแตกตื่น เพราะแทบไม่มีข้อมูลการดำเนินการที่ผ่านมามาก่อน กระทั่งวันนี้ไทยมีการ Data Center แล้วถึง 65 แห่ง

ข้อมูลจาก Data Center Map ระบุว่า ในจำนวน 65 แห่ง อยู่ในกรุงเทพมหานครถึง 45 แห่ง ที่เหลือกระจายอยู่ในชลบุรี 7 แห่ง ระยอง 6 แห่ง และจังหวัดอื่นๆ ประเด็นที่น่าสนใจทำไม Data Center ขนาดใหญ่มาตั้งอยู่ใจกลาง กทม. แทนที่จะตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม

ล่าสุดวันที่ 2 ก.ย. 2569 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ออกมาประกาศชะลอการพิจารณาใบอนุญาต Data Center ขนาดใหญ่ 3 แห่ง จากโครงการที่ยื่นขออนุญาต 6 แห่ง เพื่อทบทวนกฎหมาย มาตรฐาน ผังเมือง การใช้น้ำ ไฟฟ้า และผลกระทบต่อประชาชน

อย่างไรก็ตาม Data Center ในกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งเป็นของบริษัท/หน่วยงานเดิมราว 30–40 แห่ง และที่สร้างขึ้นเพื่อให้บริการภายนอกมี 6 แห่ง โดยได้รับใบอนุญาตไปแล้ว 3 แห่ง และกำลังขออนุญาตอีก 3 แห่ง

ข้อมูลของ International Energy Agency (IEA) ระบุว่า ระบบทำความเย็นสามารถคิดเป็นประมาณ 7% ของการใช้ไฟฟ้าใน Data Center ที่มีประสิทธิภาพสูง ไปจนถึงมากกว่า 30% ในศูนย์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่า นั่นหมายความว่า ยิ่ง AI และ Cloud ต้องประมวลผลข้อมูลมากขึ้น ความต้องการไฟฟ้าของ Data Center ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

IEA ประเมินว่า Data Center ทั่วโลกใช้ไฟฟ้าประมาณ 240–340 TWh ในปี 2022 และการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ขนาดใหญ่เติบโตประมาณ 20–40% ต่อปีในช่วงที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ยังมีการใช้น้ำจำนวนมากด้วย โดย IEA ประเมินว่า Data Center ทั่วโลกมีการใช้น้ำรวมประมาณ 560,000 ล้านลิตรในปี 2023 โดยประมาณ 373,000 ล้านลิตรเป็นการใช้น้ำทางอ้อมจากการผลิตไฟฟ้า และประมาณ 140,000 ล้านลิตรเป็นการใช้น้ำโดยตรงของ Data Center

ขณะที่การประปานครหลวง (กปน.) ชี้ให้เห็นว่า Data Center ขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ ปัจจุบันใช้น้ำหล่อเย็นเฉลี่ยประมาณ 7,800 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน ซึ่งยังต่ำกว่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่และห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และยังไม่กระทบต่อการให้บริการน้ำประปาประชาชนในปัจจุบัน

ก่อนนี้ เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2569 ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ภายหลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างระเบียบเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เตรียมยกระดับการคัดกรองโครงการผ่านกรอบพิจารณา 4 มิติ ทั้งประโยชน์ต่อประเทศ ความพร้อมด้านพลังงานและน้ำ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การลงทุนเติบโตควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ ในช่วงปี 2567–2569 มีโครงการ Data Center ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้ว 42 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 750,000 ล้านบาท โดยรัฐบาลต้องการใช้การลงทุน Data Center เป็นฐานต่อยอดระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ (AI) เปิดโอกาสให้ธุรกิจไทย สตาร์ตอัป และมหาวิทยาลัยเข้าถึงบริการคลาวด์ กำลังประมวลผล และเครื่องมือ AI มากขึ้น รวมถึงส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศไทย โดยไทยมีฐานการผลิตสำคัญอยู่แล้ว ทั้งฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และระบบทำความเย็น

สำหรับมิติด้านพลังงานและน้ำ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการไม่ผลักภาระต้นทุนจากการลงทุนขนาดใหญ่ไปยังประชาชน โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบให้แยกประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าสำหรับ Data Center เพื่อให้อัตราค่าไฟฟ้าสะท้อนต้นทุนการให้บริการ พร้อมกำหนดหลักประกันการขอใช้ไฟฟ้าเพื่อคัดกรองโครงการที่มีความพร้อม ส่วนด้านน้ำอยู่ระหว่างศึกษาทั้งอัตราค่าน้ำสำหรับผู้ใช้รายใหญ่ การส่งเสริมระบบหล่อเย็นที่ใช้น้ำน้อย และมาตรการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง

ส่วนมิติด้านสิ่งแวดล้อม จะพิจารณาครอบคลุมทั้งการใช้ประโยชน์ที่ดินและผังเมือง การป้องกันอัคคีภัย การจัดการความร้อนและเสียง ตลอดจนผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างบูรณาการข้อมูลจัดทำแผนที่ศักยภาพระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Power Map) และแผนที่ระบบน้ำและชลประทาน (Water Map) เพื่อประกอบการกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับ Data Center ในอนาคต

“รัฐบาลสนับสนุนการลงทุน Data Center แต่ต้องเป็นการลงทุนที่มีคุณภาพและสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทย เม็ดเงินลงทุนต้องนำไปสู่การสร้างงานทักษะสูง พัฒนาคนไทย เชื่อม SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน และต่อยอดระบบนิเวศ AI ขณะเดียวกัน ผู้ลงทุนต้องรับผิดชอบต้นทุนการใช้ไฟฟ้าและน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อให้เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตโดยไม่ผลักภาระให้ประชาชน” ลลิดากล่าว

ตัวอย่างโครงการที่ BOI อนุมัติในปี 2569 แสดงให้เห็นขนาดของ Data Center รุ่นใหม่อย่างชัดเจน โครงการหนึ่งของ True มี IT Load รวม 223 MW
อีกโครงการของ GSA มี IT Load รวม 120 MW ขณะที่โครงการ Stellar DC ในกรุงเทพฯ รองรับ IT Load 25 MW

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า Data Center ไม่ใช่อาคารสำนักงานธรรมดา แต่เป็นผู้ใช้พลังงานขนาดใหญ่ และหากไฟฟ้ายังมาจากระบบที่มีการปล่อยคาร์บอนสูง การขยาย Data Center ก็ย่อมมีผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม

IEA ประเมินว่า Data Center ทั่วโลกปล่อย CO₂ ทางอ้อมจากการใช้ไฟฟ้าประมาณ 180 ล้านตันในปัจจุบัน และตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากในทศวรรษนี้

ดังนั้น คำว่า “Digital Economy” ไม่ได้แปลว่า “เศรษฐกิจไร้มลพิษ” และยังมี “น้ำมันสำรอง” อยู่ใต้เมืองอีกด้วย ล่าสุดพบการเก็บน้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองย่านพระราม 9 กว่า 200,000 ลิตร หลังมีประชาชนร้องเรียนว่าได้กลิ่นน้ำมันเหม็นคลุ้งในพื้นที่

นอกจากประเด็นสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีความเสี่ยงในการใช้ชีวิต เพราะนี่คือการยกคลังน้ำมันมาอยู่กลางชุมชนกลางเมือง แต่ BOI บอกว่าได้ยกระดับการคัดกรอง Data Center โดยพิจารณาเรื่องการใช้ไฟฟ้า น้ำ ประสิทธิภาพพลังงาน สิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานสะอาด

ความไม่พร้อมของหน่วยงานรัฐเริ่มปรากฎชัดขึ้น เมื่อ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง บอกว่า จะประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรก ในวันที่ 4 ก.ย. 2569 ในฐานะทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการชุดดังกล่าว โดยจะเชิญทางผู้ว่าฯ กทม. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องมาหารือ

“เรื่องดาต้าเซ็นเตอร์เป็นเรื่องใหม่ ขณะที่กฎหมายกระจายอยู่ในหลายหน่วยงานและยังไม่มีผู้รับผิดชอบภาพรวม จึงเกิดช่องว่างให้บางโครงการอาศัยข้อจำกัดของกฎหมายเดิม” เอกนิติกล่าว

จากคำพูดของรองนายกฯ ที่เป็นประธานกำกับนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ แปลความได้ว่าหน่วยงานรัฐไม่ได้มีความพร้อมใดๆ สำหรับการลงทุน Data Center ที่ผ่านมา และ “เอกนิติ” คงไม่ทราบด้วยซ้ำว่าบริษัทที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่านเงื่อนไขการลงทุนมาได้อย่างไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไม Data Center ถึงมาตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ

อ้างอิง:
• Data Center Map — ฐานข้อมูล Data Center ในประเทศไทย 65 แห่ง กรุงเทพฯ 45 แห่ง
• BOI — 36 โครงการ Data Center มูลค่ากว่า 728,000 ล้านบาท
• BOI — แนวทางกลั่นกรอง Data Center ด้านพลังงาน น้ำ และสิ่งแวดล้อม
• BOI — Power & Water Map และมาตรการจัดการพลังงานสำหรับ Data Center
• IEA — Energy demand from AI และการใช้ไฟฟ้าของ Data Center
• IEA — Data centres, water use, e-waste และผลกระทบตลอดวงจรชีวิต
• The Active/Thai PBS — ข้อมูลการใช้น้ำของ Data Center ในกรุงเทพฯ และมาตรการรัฐวันที่ 2 ก.ย. 2569
• กรุงเทพมหานคร/ข่าวการชะลอใบอนุญาต Data Center
• การตรวจสอบน้ำมันสำรอง Data Center พระราม 9
• “เอกนิติ” เพิ่งตื่นจัดระเบียบ “ดาต้าเซ็นเตอร์” สั่งรื้อระบบกำกับดูแล-อุดช่องโหว่ กม. นัด “ชัชชาติ” ถก 4 ก.ย.นี้

Related posts

พื้นที่ป่ามีมูลค่ามากกว่าเขื่อน มอง’เขาสิบห้าชั้น’ให้มากกว่าใช้ขังน้ำ?

เร่งพัฒนาดัชนีพหุภัย–แผนที่ความเสี่ยงรับมือโลกเดือดล่วงหน้า 6 เดือน

TOA ผนึกพันธมิตรสร้าง Green Ecosystem ขับเคลื่อนอุตฯ ก่อสร้างไทย