เจาะรอยร้าวใต้ด้ามขวาน ทำไม ‘สุราษฎร์ธานี’ ถึงสั่นสะเทือน?

เมื่อยักษ์หลับขยับตัว ทำความรู้จัก 2 กลุ่มรอยเลื่อนมีพลัง “ระนอง-คลองมะรุ่ย” กลไกธรรมชาติที่ทำให้ภาคใต้ไม่ใช่แค่สวรรค์ของคนรักทะเล แต่คือพื้นที่เฝ้าระวังทางธรณีวิทยา

เหตุการณ์แผ่นดินไหวในจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ได้จุดประกายความสงสัยให้กับคนไทยจำนวนมากว่า เหตุใดดินแดนที่ดูสงบเงียบและห่างไกลจากแนววงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) อย่างภาคใต้ของไทย ถึงเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นได้?

คำตอบนี้ไม่ได้อยู่ที่ผิวดิน แต่อยู่ลึกลงไปใต้ “กระดูกสันหลัง” ของด้ามขวาน ซึ่ง GISTDA และกรมทรัพยากรธรณีระบุว่า เป็นผลมาจาก “กลุ่มรอยเลื่อนมีพลัง” (Active Faults) ที่ยังมีลมหายใจ

ทำความรู้จัก 2 ยักษ์ใหญ่ใต้พิภพภาคใต้

โครงสร้างทางธรณีวิทยาของภาคใต้ถูกพาดผ่านด้วยรอยร้าวขนาดใหญ่ 2 แนวหลักที่วางตัวในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ (NE-SW) ได้แก่:

รอยเลื่อนระนอง (Ranong Fault):  ฉายา: พี่ใหญ่แห่งด้ามขวาน

  • ขนาด: ยาวประมาณ 270 กิโลเมตร
  • เส้นทาง: ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ระนอง ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ไปจนถึงพังงา
  • ลักษณะเฉพาะ: เป็นรอยร้าวที่แบ่งแยกหินต่างยุคออกจากกันอย่างชัดเจน การขยับตัวเพียงเล็กน้อยสามารถส่งแรงสั่นสะเทือนเป็นวงกว้าง

รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย (Khlong Marui Fault)

  • ฉายา: เส้นทางสายแผ่นดินไหวสู่ไข่มุกอันดามัน
  • ขนาด: ยาวประมาณ 150 กิโลเมตร
  • เส้นทาง: ตัดผ่านสุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และภูเก็ต

ชื่อ “คลองมะรุ่ย” มาจากลักษณะภูมิศาสตร์ที่แม่น้ำกัดเซาะไปตามแนวรอยแตกของโลก เป็นข้อพิสูจน์ว่าธรณีวิทยานั้นกำหนดรูปร่างของแผ่นดินที่เราเห็น

ทำไมต้องเป็น “สุราษฎร์ธานี”?

การสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการสะสม “แรงเค้น” (Stress) จากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกขนาดใหญ่ (แผ่นอินเดีย-ออสเตรเลีย ที่มุดตัวใต้แผ่นยูเรเซีย) เมื่อหินใต้ดินแบกรับพลังงานไม่ไหว จึงเกิดการปลดปล่อยออกมาในรูปแบบของการเลื่อนตัว

ลักษณะการเลื่อนในอดีตมักเป็นแบบแนวระนาบเหลื่อมขวา (Right-lateral strike-slip) ซึ่งส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวระดับตื้นที่ประชาชนสามารถรู้สึกได้ชัดเจนแม้ขนาดจะไม่ใหญ่มาก

สถิติและความน่าจะเป็น: ควรตระหนกหรือแค่ตระหนัก?

แม้ประเทศไทยจะไม่ได้ตั้งอยู่บนรอยต่อแผ่นเปลือกโลกโดยตรงเหมือนญี่ปุ่นหรืออินโดนีเซีย แต่จากบันทึกในอดีต พบว่ารอยเลื่อนในภาคใต้เคยสร้างแรงสั่นสะเทือนที่สำคัญ เช่น:

  • พ.ศ. 2478: แผ่นดินไหวบริเวณรอยเลื่อนระนอง ขนาดประมาณ 5.0
  • พ.ศ. 2555: เหตุการณ์ที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต (รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย) ขนาด 4.3 สร้างความตื่นตระหนกไปทั้งเกาะ

สรุปความแรงแผ่นดินไหวในไทย

ระดับ 1.0 – 2.9 (เบามาก)

  • ความรู้สึก: เครื่องมือตรวจพบได้ แต่คนแทบไม่รู้สึก
  • โอกาสเกิดในภาคใต้: เกิดขึ้นบ่อยเป็นปกติ

ระดับ 3.0 – 4.9 (ปานกลาง)

  • ความรู้สึก: รู้สึกเหมือนมีรถบรรทุกวิ่งผ่าน บ้านสั่น โคมไฟแกว่ง
  • โอกาสเกิดในภาคใต้: เกิดขึ้นเป็นระยะ (ต้องเฝ้าระวัง)

ระดับ 5.0 ขึ้นไป (รุนแรง)

  • ความรู้สึก: อาคารที่ไม่แข็งแรงอาจมีรอยร้าว ของในบ้านตกหล่น
  • โอกาสเกิดในภาคใต้: พบน้อยมากในประวัติศาสตร์

การเตรียมพร้อม: รับมืออย่างเข้าใจธรรมชาติ

ปัจจุบันเทคโนโลยีอวกาศจาก GISTDA และระบบเฝ้าระวังจากกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วยให้เราติดตามความเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกได้แม่นยำขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ:

  • การออกแบบอาคาร: ในพื้นที่ภาคใต้ควรใช้ออกแบบตามมาตรฐานต้านทานแผ่นดินไหว (กฎหมายควบคุมอาคาร)
  • ความรู้รอบตัว: การเข้าใจว่าเราอยู่บนรอยเลื่อน จะช่วยลดความตื่นตระหนกเมื่อเกิดเหตุจริง

ธรรมชาติไม่ได้ลงโทษ แต่ธรรมชาติกำลังดำเนินไปตามวิถีของมัน การเรียนรู้เรื่องรอยเลื่อนระนองและคลองมะรุ่ย คือการทำความรู้จักกับบ้านที่เราอาศัยอยู่ เพื่อที่จะอยู่ร่วมกับ “พลังงานใต้พิภพ” ได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

อ้างอิง :

ที่มาข้อมูล: GISTDA, กรมทรัพยากรธรณี, กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา

Related posts

13 ก.พ. ‘วันรักนกเงือก’ สัญลักษณ์แห่งรักแท้ และลมหายใจผืนป่าไทย

เตือน ‘เอลนีโญ’ จ่อทำโลกอุณหภูมิพุ่งปี 2027 ระดับน้ำทะเลสูงวิกฤต

วิกฤตกรีนแลนด์ ‘ฝุ่นแร่-สาหร่าย’ ตัวเร่งน้ำแข็งละลายเร็วเกินคุม