‘น้ำบาดาล’ สร้างความมั่นคงด้านน้ำ รับมือแล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่ขาดแคลนน้ำต่อเนื่อง ในปีงบประมาณ 2569 ได้จัดหาแหล่งน้ำบาดาลเพื่ออุปโภคบริโภคและการเกษตร 403 แห่ง

แม้ “น้ำบาดาล” จะเป็นทรัพยากรที่มองไม่เห็น แต่กลับเป็นแหล่งน้ำหลักที่หล่อเลี้ยงผู้คนโดย องค์การยูเนสโก (UNESCO) ระบุว่า ประชากรโลกประมาณ 50% หรือมากกว่า 4,000 ล้านคน พึ่งพาน้ำบาดาลเป็นแหล่งน้ำดื่ม จึงสะท้อนให้เห็นว่า “น้ำบาดาล” คือ ทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงด้านน้ำ ความมั่นคงทางอาหาร และเศรษฐกิจของโลกอย่างยิ่ง

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจัดหาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตร ในปีงบประมาณ 2569 จำนวนทั้งสิ้น 403 แห่ง รวม 886 บ่อ

 

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจัดหาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตร ในปีงบประมาณ 2569 จำนวนทั้งสิ้น 403 แห่ง รวม 886 บ่อ

 

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจัดหาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตร ในปีงบประมาณ 2569 จำนวนทั้งสิ้น 403 แห่ง รวม 886 บ่อ

 

สำหรับประเทศไทย น้ำบาดาลมีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ชุมชนชนบท โรงเรียน โรงพยาบาล และพื้นที่ประสบภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งต้องพึ่งพาน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร

อย่างไรก็ตาม การค้นหาแหล่งน้ำบาดาลในปัจจุบันไม่ได้อาศัยการ “ลองเจาะ” อีกต่อไป แต่ใช้หลักการทางธรณีฟิสิกส์เช่นเดียวกับการสำรวจทรัพยากรใต้ดินประเภทอื่น เช่น แร่และปิโตรเลียม โดยนักธรณีวิทยาจะใช้ข้อมูลธรณีวิทยา อุทกธรณีวิทยา การสำรวจทางธรณีฟิสิกส์ (Geophysical Survey) ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) และฐานข้อมูลน้ำบาดาล เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างใต้ดินก่อนเลือกตำแหน่งเจาะ ช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดต้นทุน และลดความเสี่ยงจากการเจาะในพื้นที่ที่ไม่มีศักยภาพน้ำบาดาล

ปัจจุบันกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้พัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดทำฐานข้อมูลน้ำบาดาล แผนที่ศักยภาพน้ำบาดาล ระบบติดตามสถานการณ์น้ำใต้ดิน และการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำของประเทศ

นอกจากนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลยังเดินหน้าพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงการเปิดจุดจ่ายน้ำบาดาลบริการประชาชน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งและเพิ่มการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดแก่ประชาชน

ผลการดำเนินงานของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลในช่วงปีงบประมาณ 2569 มีการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค และน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร กระจายอยู่ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 403 แห่ง รวม 886 บ่อ ได้แก่

  • น้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค 122 แห่ง รวม 325 บ่อ ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนมากกว่า 14.2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และมีประชาชนได้รับประโยชน์มากกว่า 41,662 ครัวเรือน

 

 

 

  • น้ำบาดาลเพื่อการเกษตร 281 แห่ง รวม 561 บ่อ ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนมากกว่า 18.1 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เกษตรกรได้รับประโยชน์มากกว่า 2,604 ครัวเรือน และครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 44,380 ไร่
  • มีบ่อสังเกตการณ์เพื่อใช้ติดตามตรวจวัดระดับน้ำบาดาลและคุณภาพน้ำบาดาลกว่า 2,109 สถานี 3,152 บ่อ

ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนว่า “น้ำบาดาล” ไม่ใช่เพียงแหล่งน้ำสำรอง แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ประเทศ โดยเฉพาะในยุคที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ปริมาณฝนมีความผันผวนและภัยแล้งเกิดถี่ขึ้น

ทุกการเจาะบ่อน้ำบาดาลที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากข้อมูลทางวิชาการ วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม เพราะน้ำที่อยู่ใต้ผืนดิน คือความหวังของคนไทยในวันที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายด้านน้ำ

Related posts

เปลี่ยน ‘คาร์บอนเป็นโปรตีน’ พลิกวิกฤตโลกเดือด สู่ขุมทรัพย์อาหารโลก

5 วิกฤตสิ่งแวดล้อมหมักหมม ผู้ว่าฯ กทม.กี่คนก็ยังสอบตก

ยุโรปร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา นี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะครั้งใหญ่