อภิสิทธิ์’ ยก 5 เหตุผลซัดโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่า เป็นนำทรัพยากรที่มากคุณค่าของชาวใต้ไปยกให้ต่างชาติขนส่งสินค้า และมีแต่ผู้รับเหมากับผู้ที่ไปซื้อที่ดินแล้วเก็งกำไรที่ได้ผลประโยชน์ แต่คน 10 กว่าจังหวัดที่เหลือกลับไม่ได้อะไร
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายสรุปญัตติการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (ชุมพร-ระนอง) หรือ แลนด์บริดจ์ และระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิจารณาญัตติด่วนศึกษา เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2569
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แลนด์บริดจ์เป็นโครงการที่ใช้งบงบประมาณมากที่สุดในประวัติประวัติศาสตร์ 1 ล้านล้านบาท และเป็น “มายาคติ” ว่าประเทศไทยจะอาศัยลักษณะของภูมิประเทศที่มีส่วนที่แคบที่สุดของประเทศมาใช้เพื่อประโยชน์ในการเข้าไปทดแทนช่องแคบมะละกา
ทั้งนี้ การศึกษาทุกการศึกษายกเว้นของ สนข.ยอมรับว่าจะเกิดปัญหามากมายโดยมีประเด็นหลักๆ 5 ประเด็น ประเด็นที่ 1 คือความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจความเชื่อที่ว่าการใช้แลนด์บริดจ์จะลดระยะเวลาของการเดินเรือจากการผ่านช่องแคบมะละกาประมาณ 4 วันจะเป็นการประหยัดทั้งเวลาและเป็นการประหยัดเงินนั้นไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิงเพราะมายาคติที่บอกว่าประหยัดเวลาไปนั้นไม่ได้คำนึงถึงกระบวนการของการขนของ
“สมมุติว่าเรือ 20,000 ตัน ต้องมีการขนของลงลงมาที่ท่าเรือฝั่งหนึ่ง ขนขึ้นรถไฟเพื่อเดินทางไปอีกฝั่งหนึ่ง ขนลงอีกฝั่งหนึ่งเพื่อขนขึ้นเรืออีกครั้งหนึ่ง ทั้งหลายทั้งปวงนี้จะทำให้ในที่สุดแล้วไม่ได้มีการประหยัดเวลา ซ้ำร้ายกว่านั้นมีการคำนวณตัวเลขชัดเจน ว่านอกจากจะไม่ประหยัดเวลาแล้วต้นทุนกลับสูงขึ้นประมาณ 3 เท่า จึงมีความจำเป็นจะต้องศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบและชัดเจนว่าแนวคิดที่เริ่มต้นจากมายาคติตรงนี้จะเป็นจริงได้หรือไม่”
ประการที่ 2 การพูดถึงโครงการขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างนี้ยังไม่ได้มีการศึกษาอย่างละเอียดต่อผลกระทบถึงสิ่งแวดล้อมหรือถ้ามีการศึกษาก็ได้ถูกโต้แย้งจากนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมแทบจะเรียกได้ว่าเสียงเป็นเอกฉันท์
ผลกระทบที่เกิดขึ้นในเรื่องสิ่งแวดล้อมและทุนทางวัฒนธรรมเป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่ว่าจะเป็นการตัดผ่านพื้นที่ซึ่งเป็นมรดกโลก การตัดผ่านพื้นที่ชุ่มน้ำส่งผลกระทบในเรื่องบลูคาร์บอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งผลกระทบต่อสัตว์หน้าดิน ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อโครงสร้างสีเขียวซึ่งมีอยู่โดยธรรมชาติ
สิ่งเหล่านี้เป็นต้นทุนที่สูงมาก ซึ่งเป็นการทำลายทุนของการที่พี่น้องในภาคใต้สามารถต่อยอดจากทรัพยากรและทุนเหล่านี้เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องทางชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและอื่นๆ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าควรจะเป็นอนาคตของเศรษฐกิจไทย
ยังไม่นับว่าถ้ามีการเปิดเส้นทางตรงนี้จริง การเดินเรือโดยเฉพาะในฝั่งอันดามันสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งต่อต่อการทำลายศักยภาพในเรื่องการท่องเที่ยวของภาคใต้ทั้งหมด หมู่เกาะที่มีชื่อเสียงระดับโลก แม้กระทั่งภูเก็ตเองก็อาจจะได้รับผลกระทบจากการเดินเรือซึ่งไปกระทบกับศักยภาพของการท่องเที่ยวและซ้ำร้ายกว่านั้น หากเกิดอุบัติเหตุหนึ่งครั้ง อะไรจะเกิดขึ้นกับทรัพยากรที่ถือว่ามีค่าที่สุดสำหรับภาคใต้และพี่น้องประชาชนคนไทย
ประการที่ 3 เหตุผลที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการก็คือยังมีมายาคติอีกว่าถ้าไม่มีโครงการนี้หรือถ้าไม่มีโครงการ SEC หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษในภาคใต้แล้วพี่น้องชาวใต้จะไม่สามารถลืมตาอ้าปาก ไม่สามารถพัฒนาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเพื่อมีรายได้ที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งถ้ามีโครงการนี้เกิดขึ้นจากระนองถึงชุมพรถามว่าพี่น้องอีก 10 กว่าจังหวัดในภาคใต้ได้อะไร
พี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหาความยากจนมากที่สุดในประเทศไทยอยู่แล้วจะมาใช้ประโยชน์ตรงนี้อย่างไรและไม่ต้องถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดใหญ่ๆ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นสงขลา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานีนครศรีธรรมราช ได้อะไรจากโครงการเหล่านี้เพราะโครงการนี้เป็นเพียงแค่ทางผ่าน สำหรับการขนส่งสินค้าของชาวต่างชาติเป็นหลัก
ถ้าจะมีคนได้ประโยชน์ก็มีผู้รับเหมากับผู้ที่ไปซื้อที่ดินแล้วก็เก็งกำไร 1 ล้านล้านบาทถ้าเรามีความจริงใจที่จะทำให้ชีวิตของพี่น้องคนใต้ดีขึ้น ทำได้มากมายใช้เงินน้อยกว่านี้อีกเราสามารถมีมอเตอร์เวย์ที่วิ่งจากกรุงเทพฯ ไปถึงชายแดน พร้อมกับการมีรถไฟรางคู่ ซึ่งเป็นระบบไฟฟ้าเพื่อเชื่อมต่อกับมาเลเซีย สิงคโปร์ และมาถึงกรุงเทพฯ และสามารถต่อไปยังเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงในอนาคตต่อไป
ยังไม่นับว่าการพัฒนาท่าเรือไม่ใช่เพื่อจะไปรับเรือต่างชาติเป็นหลัก แต่เพื่อส่งออกสินค้าของคนใต้สามารถทำได้หลายท่าทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทยแล้วก็จะทำให้เชื่อมโยง โดยถนนโดยรางในแนวขวางได้อีกหลายเส้นทางเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ตไปถึงสมุย รวมไปถึงระนองกับชุมพรเอง เงินที่ใช้น้อยกว่าคือการสร้างระบบโลจิสติกส์มาทดแทนสิ่งที่ภาคใต้ถูกละเลยมาเป็นระยะเวลายาวนานหรือในบางยุคถูกกลั่นแกล้งด้วยซ้ำจากรัฐบาลบางชุด และเครือข่ายโลจิสติกส์เหล่านี้เราสามารถเปิดและสร้างโอกาสให้กับพี่น้องคนใต้ทุกจังหวัดในภาคใต้
“พวกผมคือฝ่ายที่บอกว่า ภาคใต้ไม่ควรเป็นแค่ทางผ่านของคนต่างชาติ ภาคใต้ต้องมีโอกาสในการสร้างทางไกลเชื่อมกับโลก”
ประเด็นที่ 4 ที่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการกรรมาธิการศึกษาด้วยเหตุที่โครงการนี้มันไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจมาแต่ต้นและรัฐบาลมีแนวคิดว่าในที่สุดการผลักดันเรื่องนี้จำเป็นจะต้องอาศัยรูปแบบของการให้เอกชนเข้ามาลงทุน หรือที่เรียกกันว่า PPP นั่นหมายความว่าจะต้องมีการเสนอเงื่อนไขที่พิเศษมากๆ จึงจะดึงดูดต่างชาติหรือใครก็ตามที่จะมาลงทุนในโครงการแบบนี้
เราถึงเคยได้ยินว่าในอดีตมีความพยายามจะเสนอกฎหมายเพื่อให้สิทธิถึง 99 ปีปัจจุบันลดลงมาเหลือ 50 ปี ซึ่งน่าจะหมายความว่าต้องมีเงื่อนไขอื่นๆ ที่ดีกว่านี้และสิ่งที่มันซ่อนอยู่ในนั้นก็คือในที่สุดถ้าจะเขียนโครงการนี้ให้สำเร็จและโดยตัวสะพานเศรษฐกิจที่ไม่คุ้มค่า โอกาสสูงมากในที่สุดก็จะต้องหันเหไปสู่การดึงให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมที่เป็นอุตสาหกรรมหนักหรืออุตสาหกรรมปิโตรเคมีซึ่งเป็นสิ่งที่สวนทางกับยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้ที่ควรจะเป็น
”ย้ำอีกครั้งครับภาคใต้ต้องการพัฒนา ภาคใต้ต้องเจริญกว่านี้ แต่เจริญบนพื้นฐานของทรัพยากรของทุนที่ชาวใต้มีอยู่แล้ว ไม่ใช่วาดหวังว่าเป็นทางผ่านให้ชาวต่างชาติและทำลายสิ่งเหล่านี้ไปโดยสิ้นเชิง ถ้าดึงดันพยายามทำโครงการนี้สุดท้ายไม่มีใครมาใช้ สิ่งที่ถูกทำลายถูกทำลายไปแล้ว แต่สิ่งที่ถูกทิ้งค้างไว้เหมือนกับเป็นอนุสาวรีย์ของการตัดสินใจที่ผิดพลาดหรือการตัดสินใจที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของคนเพียงหยิบมือเดียว“
ประเด็นสุดท้ายประเด็นที่ 5 ถ้ามีคนมาทำโครงการนี้เพราะมันไม่คุ้มค่า จะมีเหตุผลที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือ เรื่องของปัญหาความมั่นคง สมมติจะดันจุดตรงนี้ให้เป็นจุดยุทธศาสตร์จริงๆ หลายคนพูดถึงคลองเอช ปานามา ปัจจุบันมาพูดถึงฮอร์มุซ ไปดูประวัติศาสตร์มันกลายเป็นสมรภูมิการรบ และโครงการนี้ซึ่งอาจจะเป็นการต่อยอดแนวคิดมาจากหรือการทดแทนแนวคิดเรื่องการขุดคลอง สถานการณ์ปัจจุบันมันล่อแหลมกว่าในอดีตที่เขาคิดเรื่องนี้ เพราะปัจจุบันกลายเป็นว่ามหาอำนาจที่มีความขัดแย้งกันคือสหรัฐอเมริกากับจีน จุดที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อการขัดแย้งมากที่สุด ก็คือทะเลจีนใต้
หากโครงการนี้เดินหน้าขึ้นมา ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในทะเลจีนใต้เมื่อไหร่ ทั้งสองมหาอำนาจจะต้องมายึดตรงนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอาจจะมายึดตั้งแต่ตอนทำ PPP
ถ้าใครตามข่าวต่างประเทศปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าสหรัฐกับจีนงัดข้อกันในเรื่องของปานามา เพราะสหรัฐเห็นว่าบริษัทจีนสามารถเข้าไปควบคุมเส้นทางการเดินเรือได้ จนกระทั่งเป็นเรื่องความขัดแย้ง และกดดันปานามาในที่สุด
“ที่จริงๆ ผมก็สับสนที่คนบอกว่าอยากให้เราเป็นฮอร์มุซ ทรัพยากรที่ต้องใช้อย่างของอิหร่านในขณะนี้ ถ้าอิหร่านยืนยันจะเก็บเงินในในการที่จะต้องต่อสู้ ความขัดแย้ง สงครามความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นมหาศาล ประเทศไทยอยากเป็นอย่างนั้นหรือ
ห้าเหตุผลนี้สำหรับผมมันเพียงพอด้วยซ้ำที่จะปฏิเสธ แล้วตั้งหลักกันใหม่ในการสร้างโอกาสให้กับชาวใต้จริงๆ ผมถามว่าถ้าเพื่อนสมาชิก ที่นั่งอยู่ในซีกของรัฐบาลท่านมั่นใจจริงๆ ว่าท่านมีเหตุผลมาหักล้างนี้ซีกฝั่งนี้ที่ได้อภิปรายไป ทำไมท่านไม่ตั้งกรรมาธิการล่ะครับ
“ท่านอย่าลืมว่าโครงการนี้ผมอภิปรายตั้งแต่วันแถลงนโยบายว่าเป็นเมกะโปรเจกต์ด้วยและเป็นโครงการลับลับล่อๆ ด้วย ไม่แถลงอยู่ในนโยบายรัฐบาล ไม่แถลงนโยบายที่เสนอต่อ กกต. แต่เดินหน้าผลักดันและหลีกเลี่ยงทุกวิถีทางไม่ให้ประชาชนหรือตัวแทนของประชาชนมีส่วนร่วม การปฏิเสธการตั้งคณะกรรมาธิการคือการตอกย้ำถึงความมีพิรุธความไม่ชอบมาพากล ความพยายามที่จะรวบรัดให้ฝ่ายบริหารเพียงฝ่ายเดียวอ้างการศึกษาที่ค้านกับการศึกษาอื่นๆ เพื่อดันเรื่องนี้ต่อไป
“จะให้คนเข้าใจเป็นอื่นได้อย่างไร ว่าไม่มีเรื่องของผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่เอื้อให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือเตรียมการที่จะแสวงประโยชน์จากเรื่องนี้ทั้งๆ ที่เป็นการแสวงประโยชน์บนการทำลายทุนและทรัพยากรและโอกาสของพี่น้องชาวใต้และสุ่มเสี่ยงต่อการทำให้ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้ความขัดแย้งในทางภูมิรัฐศาสตร์
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้เราอยากให้ผู้แทนของประชาชนทุกคนได้มีโอกาสมาศึกษาและติดตามเรื่องนี้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ”