เอลนีโญจ่อแรงถึงต้นปี 70 ไทยเสี่ยงแล้ง-PM2.5 ปีหน้าลุ้นน้ำท่วมใหญ่

หลังวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ผ่านไปสถานการณ์จะขยับเข้าสู่ภัยแล้งและฝุ่น PM2.5 ก่อนฝนหนักจะมาอีกครั้ง จึงต้องเตรียมตัวล่วงหน้า ไม่ใช่รอภัยมาถึงตัว

สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2569 อาจเป็นบททดสอบด้านสภาพอากาศสุดขั้วครั้งสำคัญที่ทำให้ทุกเริ่มตระหนักแล้วว่า สภาพอากาศแปรปรวนและไม่แน่นอนเป็นอย่างไร และเมื่อสัญญาณเอลนีโญกำลังแรงขึ้นต่อเนื่อง ในแบบจำลองระยะยาวพบสัญญาณฝนน้อยในช่วงต้นปีหน้า ความเสี่ยงจึงอาจเปลี่ยนจากน้ำท่วมเป็นภัยแล้ง อากาศร้อน ไฟป่า และฝุ่น PM2.5 ก่อนกลับมาจับตาฝนตกหนักอีกครั้งเมื่เข้าหน้าฝน (ประมาณต้น พ.ค.)

ลองนึกภาพประเทศไทยหลังเหตุการณ์น้ำท่วมปีนี้คลี่คลาย บ้านเรือนเริ่มทำความสะอาด เมืองต้องฟื้นฟู เกษตรกรต้องเงยหน้าสู่ต่อ และหลายจังหวัดกำลังรอฝนรอบใหม่เพื่อเติมน้ำต้นทุน แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกอาจทำให้ปี 2570 ไม่ได้เป็นปีแห่งการฟื้นตัวอย่างที่หวัง

ข้อมูลขององค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ระบุว่า เอลนีโญกำลังแรงขึ้น และมีโอกาสมากกว่า 83% ที่จะคงอยู่ในระดับรุนแรงถึงรุนแรงมากตลอดช่วงมกราคม–มีนาคม 2570 โดยมีสัญญาณว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจอยู่ในกลุ่มรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีข้อมูลเปรียบเทียบตั้งแต่ปี 2493

คำว่า “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่กำลังถูกพูดถึงมาเป็นระยะก่อนหน้านี้ จึงสะท้อนความกังวลต่อความรุนแรงของปรากฏการณ์ แต่ต้องเข้าใจว่าเอลนีโญไม่ได้ทำให้ทุกประเทศร้อนและแล้งเหมือนกันทั้งหมด ผลกระทบขึ้นอยู่กับตำแหน่งของระบบอากาศ ลมมรสุม และปัจจัยภูมิอากาศอื่นร่วมด้วย

พ.ย ถึง มี.ค. ฝนน้อย น้ำลด เสี่ยงแล้งเพิ่ม
ข้อมูลคาดการณ์ระยะยาวจากศูนย์พยากรณ์อากาศยุโรป (ECMWF) ที่เพจ “ฝ่าฝุ่น” นำมาเผยแพร่ ส่งสัญญาณว่าปริมาณฝนในประเทศไทยอาจต่ำกว่าค่าปกติในช่วงต้นปี 2570 โดยเฉพาะเดือนมกราคม–มีนาคม และอาจต่อเนื่องถึงเดือนเมษายน

หากแนวโน้มนี้เกิดขึ้นจริง ประเทศไทยจะเผชิญความเสี่ยงหลายด้านพร้อมกัน ได้แก่ น้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่เติมเข้ามาได้น้อยลง แหล่งน้ำชุมชนที่มีโอกาสลดระดับเร็วขึ้น และเกษตรกรที่ต้องวางแผนใช้น้ำอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน

อย่างไรก็ตาม แผนที่พยากรณ์ฤดูกาลต้องอ่านอย่างระมัดระวัง สีที่แสดงความน่าจะเป็นของฝนต่ำกว่าปกติไม่ได้หมายความว่าฝนจะไม่ตกเลย หรือยืนยันว่าทุกพื้นที่จะเผชิญภัยแล้งรุนแรงแน่นอน เพราะการพยากรณ์ระยะไกลเป็นการประเมินความเป็นไปได้เมื่อเทียบกับสภาพภูมิอากาศปกติ ไม่ใช่คำทำนายปริมาณฝนรายวัน

สำหรับประเทศไทย สิ่งที่ควรจับตาคือ ช่วงปลายฤดูหนาวต่อเนื่องถึงฤดูร้อน ตั้งแต่ประมาณมกราคม–เมษายน 2570 ซึ่งเป็นช่วงที่ความแห้งแล้งตามฤดูกาลเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว หากฝนต่ำกว่าปกติและอากาศร้อนกว่าค่าเฉลี่ย ความเสี่ยงขาดแคลนน้ำก็จะเพิ่มขึ้น

แล้งนานขึ้นเสี่ยงไฟป่าและ PM2.5 รุนแรง
เมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์–เมษายน ความเสี่ยงจะไม่ได้หยุดอยู่ที่น้ำในเขื่อนหรือผลผลิตทางการเกษตร แต่จะลามไปถึงไฟป่าและมลพิษทางอากาศ

เมื่อฝนทิ้งช่วงนาน ความชื้นในดินและพืชลดลง ใบไม้แห้งและเศษวัสดุบนพื้นป่ากลายเป็นเชื้อเพลิงที่ติดไฟได้ง่าย หากเกิดการเผาในพื้นที่เกษตรหรือมีการลักลอบป่าหลายจุดพร้อมกัน การควบคุมไฟก็จะยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อสภาพอากาศร้อนและแห้งต่อเนื่อง

งานวิจัยเกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทยพบว่า ช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่ฝุ่นมีระดับสูงในหลายภูมิภาค และในปีเอลนีโญ การเผาชีวมวลมีบทบาทสำคัญต่อมลพิษ โดยงานศึกษาที่เปรียบเทียบปี 2560 กับ 2562 พบว่าค่า PM2.5 ในภาคเหนือช่วงฤดูร้อนปี 2562 เพิ่มขึ้น 70.9% จากปี 2560 ซึ่งเป็นผลจากหลายปัจจัย รวมถึงการเผาชีวมวลที่เพิ่มขึ้น

นั่นหมายความว่า ช่วงกุมภาพันธ์–เมษายน 2570 เป็นช่วงเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หากสัญญาณแล้งเกิดขึ้นจริง แต่ยังไม่อาจฟันธงได้ว่าฝุ่นจะรุนแรงกว่าทุกปี เพราะยังขึ้นอยู่กับจำนวนจุดความร้อน การจัดการไฟป่า การเผาในที่โล่ง ทิศทางลม และการระบายอากาศในแต่ละพื้นที่

สิ่งที่น่ากังวลจึงไม่ใช่เพียงว่าอากาศจะร้อนขึ้นเท่าใด แต่คือความเสี่ยงที่ความร้อน ความแห้งแล้ง และการเผาจะเสริมแรงกัน จนกลายเป็นวิกฤตสุขภาพที่ประชาชนต้องรับผลกระทบอีกครั้ง

ไทยจะเข้าสู่ลานีญาเมื่อใด?
นี่เป็นคำถามสำคัญ เพราะหลายคนอาจคาดหวังว่า เมื่อเอลนีโญอ่อนกำลังลง ลานีญาจะเข้ามาแทนที่และทำให้ฝนกลับมาเพิ่มขึ้น
แต่ข้อมูลล่าสุดยังไม่สนับสนุนการระบุเดือนที่ประเทศไทยหรือโลกจะเข้าสู่ลานีญาอย่างชัดเจน

การคาดการณ์ของ NOAA ในเดือนตุลาคม 2569 ให้น้ำหนักว่าเอลนีโญจะยังอยู่ต่อถึงต้นปี 2570 ก่อนมีโอกาสเปลี่ยนสู่สภาวะเป็นกลางในช่วงเมษายน–มิถุนายน โดยแบบจำลองประเมินโอกาสเกิดลานีญาในช่วงดังกล่าวไว้ต่ำมาก และเพิ่มขึ้นเพียงบางส่วนในช่วงพฤษภาคม–กรกฎาคม

ดังนั้น เอลนีโญที่จะอ่อนกำลังลง ไม่ได้หมายความว่าลานีญาจะเกิดขึ้นทันที โลกอาจผ่านช่วงเป็นกลางก่อน และการคาดการณ์ที่ไกลออกไปยังมีความไม่แน่นอนสูง

สำหรับไทย สิ่งที่ต้องติดตามคือผลต่อการเกิดฝนตกในแต่ละเดือน เพราะแม้เข้าสู่สภาวะเป็นกลาง ก็ไม่ได้รับประกันว่าฝนจะกลับมาตกตามปกติทุกพื้นที่

เข้าหน้าฝนปี 2570 จะท่วมหนักซ้ำปี 2569 หรือไม่?
หลังผ่านช่วงแล้งและไฟป่า คำถามต่อมาคือ เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนประมาณกลางปี 2570 ไทยจะเสี่ยงน้ำท่วมใหญ่ซ้ำเหมือนปี 2569 หรือไม่
คำตอบคือ ยังสรุปไม่ได้ว่าไทยจะท่วมหนักซ้ำ หรือฝนจะมากกว่าปีนี้เพียงเพราะเอลนีโญอ่อนกำลังลง

แน่นอนว่า เอลนีโญเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อรูปแบบฝน แต่ไม่ใช่ตัวกำหนดน้ำท่วมเพียงอย่างเดียว ความรุนแรงของน้ำท่วมยังขึ้นอยู่กับฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ต้นน้ำ ฝนหนักต่อเนื่องจากมรสุมหรือพายุ เส้นทางระบายน้ำ สภาพดินที่อุ้มน้ำ และการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำ

แม้ภาพรวมฤดูกาลจะมีแนวโน้มฝนน้อยกว่าปกติ ก็ยังเกิดฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่และน้ำท่วมฉับพลันได้ ขณะเดียวกัน หากระบบอากาศเปลี่ยนไปสู่สภาวะเป็นกลางหรือมีปัจจัยอื่นทำให้ฝนเพิ่มขึ้น ก็ยังต้องติดตามข้อมูลใหม่ก่อนประเมินความเสี่ยงน้ำท่วม

บทเรียนจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2569 ไม่อาจนำไปสู่การคาดเดาว่าปีหน้าจะท่วมหนักเหมือนเดิม แต่ควรใช้เป็นเหตุผลให้รัฐเตรียมรับมือทั้งสองด้าน คือ น้ำไม่พอในช่วงแล้ง และน้ำมากเกินไปในช่วงฝนหนัก

หลังหน้าฝนจะกลับมาแล้งหรือมีฝนมากขึ้น?
หากฤดูฝนปี 2570 ผ่านไปโดยมีฝนสะสมต่ำกว่าปกติ ปัญหาน้ำต้นทุนอาจส่งผลต่อเนื่องเข้าสู่ปลายปี ทำให้ความเสี่ยงภัยแล้งกลับมาอีกครั้งในฤดูแล้งถัดไป แต่หากมีฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้นๆ ปริมาณฝนรวมอาจดูเพียงพอ ขณะที่น้ำส่วนหนึ่งไหลบ่าจนไม่สามารถกักเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้งได้เต็มที่

ส่วนความเป็นไปได้ที่จะเข้าสู่ลานีญาในช่วงปลายปี 2570 ยังต้องรอการคาดการณ์รอบใหม่ หากเกิดขึ้นจริง ก็อาจเปลี่ยนรูปแบบฝนในภูมิภาคได้ แต่ไม่ใช่หลักประกันว่าทุกพื้นที่จะมีน้ำเพียงพอ หรือไม่มีน้ำท่วม

จึงควรติดตามพยากรณ์รายฤดูของกรมอุตุนิยมวิทยาและการอัปเดต ENSO จาก NOAA อย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่รัฐต้องทำก่อนภัยรอบใหม่จะมาถึง นั่นคือ
– ก่อนสิ้นปี 2569: ประเมินน้ำต้นทุนและแผนจัดสรรน้ำ เตรียมสำรองน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และวางแผนเพาะปลูกให้เหมาะกับปริมาณน้ำที่คาดว่าจะมี
– มกราคม–เมษายน 2570: เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงแล้ง ไฟป่า และฝุ่น PM2.5 เพิ่มการป้องกันไฟตั้งแต่ต้นเหตุ และเตรียมระบบดูแลสุขภาพประชาชนในช่วงฝุ่นสูง
– ก่อนและระหว่างฤดูฝน 2570: ตรวจสอบความพร้อมของอ่างเก็บน้ำ ระบบระบายน้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ และระบบเตือนภัย พร้อมใช้พยากรณ์ฝนระยะสั้นประกอบการตัดสินใจ
– ปลายปี 2570: ประเมินฝนสะสมและน้ำต้นทุนใหม่ เพื่อวางแผนรับมือฤดูแล้งถัดไป โดยไม่ตั้งสมมติฐานล่วงหน้าว่าจะเกิดลานีญาหรือฝนมากกว่าปกติ

ประเทศไทยอาจกำลังเดินจากวิกฤตน้ำท่วม ไปสู่ความเสี่ยงภัยแล้งและฝุ่น ก่อนกลับมารับมือฝนหนักอีกครั้ง แต่สิ่งที่ควรทำและทำได้ก็คือการเตรียมตัวล่วงหน้า ไม่ใช่การถอดบทเรียนที่ไม่เคยมีอยู่จริง หรือรอให้ภัยแต่ละระลอกมาถึงตัวแล้วค่อยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นคราวๆ ไป เหมือนที่ผ่านมา

อ้างอิง:
• “ENSO Diagnostic Discussion”, NOAA
• “Official NOAA CPC ENSO Probabilities” , NOAA
• “คาดหมายลักษณะอากาศฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2570”, กรมอุตุนิยมวิทยา
• “Seasonal forecasts” , ศูนย์พยากรณ์อากาศยุโรป (ECMWF)
• “Understanding the seasonal dynamics of surface PM2.5 mass distribution and source contributions over Thailand”, Atmospheric Environment
• “Contrasting compositions of PM2.5 in Northern Thailand during La Niña (2017) and El Niño (2019) years”, Journal of Environmental Sciences

Related posts

คนปราจีนบุรีเคราะห์ซ้ำกรรมซัด น้ำท่วมเริ่มลด-ขยะพิษโผล่กระหน่ำ

นัดค้านผังเมืองใหม่ พื้นที่รับน้ำ กทม.ลดแสนไร่กลายเป็นหมู่บ้านจัดสรร?

การประชุม IMF–World Bank ในไทย จุดกระแสต่อต้านทุนผูกขาด?