วิกฤต ‘โลกรวน’ เคาะประตูบ้าน 24 ปีข้างหน้า มีคนเสียชีวิต 14.5 ล้าน

วิกฤตสภาพภูมิอากาศอาจคร่าชีวิตผู้คนมากทั่วโลกมากถึง 14.5 ล้านคน ในจำนวนนี้จากรายงานของ World Economic Forum บอกว่า น้ำท่วมจะเป็นภัยพิบัติที่เสี่ยงจะทำให้คนเสียชีวิตมากที่สุดถึง 8.5 ล้านคน ภายในปี 2050 หรือในอีก 24 ปีข้างหน้านี้ ซ้ำร้ายจะสร้างต้นทุนต่อเศรษฐกิจถึง 7.1 ล้านล้านดอลลาร์

 

นอกจากนั้น รายงานฉบับที่ชื่อว่า Quantifying the Impact of Climate Change on Human Health ซึ่งจัดทำร่วมกับโอลิเวอร์ ไวแมน (Oliver Wyman) ระบุด้วยว่า  ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงจากโลกรวน อาจก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 12.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 444 ล้านล้านบาท ภายในปี 2050 (พ.ศ. 2593)

 

วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่กำลังคืบคลานจะยิ่งซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพทั่วโลก โดยกลุ่มเปราะบางจะเป็นผู้ที่เผชิญความเสี่ยงสูงสุด ประชาคมโลกจำเป็นต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และปกป้องสุขภาพของมนุษย์จากผลกระทบเชิงลบหลายมิติของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลก

 

รายงานฉบับใหม่ของเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรัม ระบุว่า ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อธรรมชาติและเศรษฐกิจโลกจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นจะตกอยู่กับสุขภาพของมนุษย์และระบบสาธารณสุขโลก ทั้งในแง่ของผลลัพธ์ด้านสุขภาพ (การเสียชีวิตและการสูญเสียปีชีวิตที่มีสุขภาวะ) รวมถึงต้นทุนทางเศรษฐกิจที่ระบบสาธารณสุขต้องแบกรับ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2050

 

การวิเคราะห์ของรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากฉากทัศน์ที่พัฒนาโดยคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ที่คาดการณ์อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่จะสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมประมาณ 2.5 ถึง 2.9 องศาเซลเซียส

 

รายงานได้วิเคราะห์ว่า โลกร้อนส่งผลกระทบ 6 ด้าน และก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพ ได้แก่ น้ำท่วม ภัยแล้ง คลื่นความร้อน พายุเขตร้อน ไฟป่า และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น

 

“น้ำท่วม” เป็นภัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงเฉียบพลันต่อการเสียชีวิตจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด โดยคาดว่าจะคร่าชีวิตผู้คนถึง 8.5 ล้านคนภายในปี 2050

 

ขณะที่ภัยแล้งซึ่งมีความเชื่อมโยงทางอ้อมกับความร้อนจัด เป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับสอง คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตราว 3.2 ล้านคน ส่วนคลื่นความร้อนสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงที่สุด โดยคาดว่าจะทำให้เกิดต้นทุนถึง 7.1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 252 ล้านล้านบาท ภายในปี 2050 จากการสูญเสียผลิตภาพทางเศรษฐกิจ

 

การเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากมลพิษทางอากาศ ซึ่งเกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็กและมลพิษโอโซน คาดว่าจะเป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดการเสียชีวิตมากที่สุด โดยมีผู้เสียชีวิตเกือบ 9 ล้านคนต่อปี

 

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังจะกระตุ้นให้เกิดการเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงของโรคที่ไวต่อสภาพภูมิอากาศหลายประเภท รวมถึงโรคที่มียุงและแมลงเป็นพาหะ ซึ่งมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคที่เคยได้รับผลกระทบน้อยมาก่อน เช่น ยุโรปและสหรัฐอเมริกา รายงานระบุว่า ภายในปี 2050 อาจมีประชากรเพิ่มขึ้นอีก 500 ล้านคนที่เสี่ยงต่อการสัมผัสโรคจากพาหะเหล่านี้

 

“วิกฤตสภาพภูมิอากาศคือวิกฤตด้านสุขภาพ และกำลังขับเคลื่อนวงจรอุบาทว์ของโรค ความเสียหายทางเศรษฐกิจ และความทุกข์ทรมาน”าเนสซา เคอร์รี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Seed Global Health และทูตพิเศษด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสุขภาพขององค์การอนามัยโลก กล่าว

 

รายงานฉบับนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เรายังไม่เข้าใจผลกระทบทั้งหมดอย่างถ่องแท้ หากเราไม่ลงมือดำเนินการ ไม่เพียงจำนวนผู้เสียชีวิตจะน่าตกตะลึงเท่านั้น แต่เรายังเสี่ยงที่จะสูญเสียความก้าวหน้าด้านสุขภาพที่สั่งสมมาหลายทศวรรษ ประเทศที่มีศักยภาพรับมือได้น้อยที่สุด และมีส่วนต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยที่สุด จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

 

รายงานเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะยิ่งตอกย้ำความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพในระดับโลก โดยกลุ่มประชากรที่เปราะบางที่สุด ได้แก่ ผู้หญิง เยาวชน ผู้สูงอายุ กลุ่มรายได้น้อย และชุมชนที่เข้าถึงบริการได้ยากจะได้รับผลกระทบรุนแรงมากที่สุด โดยเฉพาะภูมิภาคอย่างแอฟริกาและเอเชียใต้เผชิญความเปราะบางต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับสูงยิ่งขึ้น

 

จากข้อจำกัดด้านทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอ และการขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ซึ่งยิ่งทำให้ความสามารถในการรับมือและปรับตัวต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมซับซ้อนมากขึ้น

 

ดังนั้น ภาคส่วนต่างๆ ยิ่งจะต้องสร้างความร่วมมือในระดับที่เข้มข้นมากขึ้น ทั้งข้ามพรมแดนและข้ามอุตสาหกรรม ตลอดจนการปฏิรูประบบสาธารณสุขโลกอย่างรอบด้าน เพื่อให้มีความยืดหยุ่น ปรับตัวได้ และเป็นธรรมมากขึ้นที่จะเป็นก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายนี้

Related posts

จี้ 2 บิ๊กโปรเจกต์โคราชแก้ ‘ฝุ่น PM2.5’ พบไฮสปีดไทย-จีนฝ่าฝืน EIA

‘กาแฟเกอิชา’ ราชากาแฟโลก กิโลละล้าน สู่ ‘เกอิชาไทย’

เจาะโพล TEI เผย คนไทย 88% บอบช้ำจากปัญหาสิ่งแวดล้อม