สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2022 ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล ทำให้โลมา-สัตว์ทะเลเสียชีวิตสะสมกว่า 120,000 ตัว
สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งเริ่มต้นจากการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบของรัสเซีย เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2022 ได้สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมในทะเลดำอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนแล้ว ปฏิบัติการทางทหารยังส่งผลต่อสัตว์ทะเล แหล่งอาหาร คุณภาพน้ำ และถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด
รายงานของสำนักข่าวอัลจาซีรา เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2026 อ้างคำพูดของ อิวาน รูเซฟ (Ivan Rusev) หัวหน้านักวิจัยแห่งอุทยานแห่งชาติตูซลี ลากูนส์ (Tuzly Lagoons National Nature Park) ทางตอนใต้ของยูเครนว่า นับตั้งแต่สงครามเต็มรูปแบบเริ่มขึ้น จำนวนโลมาและสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่มวาฬขนาดเล็กที่เสียชีวิตในทะเลดำอาจสูงกว่า 120,000 ตัว
รูเซฟระบุว่า เฉพาะปี 2022 ปีแรกของสงคราม มีสัตว์กลุ่มดังกล่าวเสียชีวิตประมาณ 50,000 ตัว และสถานการณ์ยังดำเนินต่อเนื่องจนถึงปี 2026
เสียงระเบิดและโซนาร์รบกวนระบบนำทางของโลมา สัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลดำที่ได้รับผลกระทบมี 3 ชนิดหลัก ได้แก่
– โลมาปากขวดทะเลดำ (Black Sea bottlenose dolphin)
– โลมาธรรมดาปากสั้น (Short-beaked common dolphin)
– พอร์พอยส์ท่าเรือทะเลดำ (Black Sea harbour porpoise) ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทะเลกลุ่มเดียวกับโลมา แต่ไม่ใช่วาฬขนาดใหญ่
สัตว์เหล่านี้อาศัยระบบเสียงสะท้อน (Echolocation) ในการระบุตำแหน่งและทิศทาง สื่อสารกับสัตว์ตัวอื่น รวมถึงค้นหาเหยื่อใต้น้ำ การระเบิดใต้น้ำ การยิงขีปนาวุธจากเรือรบ และการใช้ระบบโซนาร์ทางทหารจึงอาจรบกวนการรับรู้เสียงและพฤติกรรมของสัตว์เหล่านี้
รูเซฟอธิบายว่า เมื่อโลมาไม่สามารถระบุตำแหน่งเหยื่อหรือหาอาหารได้ตามปกติ ร่างกายจะเริ่มสูญเสียไขมันสะสมและอ่อนแอลง ขณะที่มลพิษที่สะสมอยู่ในเนื้อเยื่อไขมันอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพและการติดเชื้อ
นักวิจัยยังพบซากสัตว์ทะเลจำนวนหนึ่งที่มีสภาพผอมแห้ง แต่ไม่ปรากฏร่องรอยการติดอวนประมงอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อสังเกตที่ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการตายอาจเกี่ยวข้องกับผลกระทบจากกิจกรรมทางทหาร
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Biology Letters เมื่อเดือน เม.ย. 2023 ซึ่งมีรูเซฟเป็นหนึ่งในผู้เขียน ใช้ข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ รายงานจากประชาชน และการสำรวจภาคสนาม เพื่อติดตามการเกยตื้นของสัตว์ทะเลในช่วงวันที่ 27 เม.ย.–31 ก.ค. 2022
งานวิจัยรวบรวมข้อมูลซากสัตว์ทะเลที่พบตามชายฝั่งทะเลดำและทะเลอาซอฟประมาณ 2,500 ตัว จาก 6 ประเทศ ได้แก่ ยูเครน บัลแกเรีย โรมาเนีย จอร์เจีย ตุรกี และรัสเซีย
เมื่อนำจำนวนซากที่พบมาประเมินร่วมกับอัตราการค้นพบซากสัตว์ที่เกยตื้น ซึ่งอ้างอิงงานศึกษาก่อนหน้า ผู้วิจัยประเมินว่า ในช่วง 3 เดือนดังกล่าว อาจมีสัตว์ทะเลเสียชีวิตประมาณ 37,500–48,000 ตัว หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 6 ถึง 1 ใน 5 ของประชากรก่อนสงครามที่ประเมินไว้ราว 253,000 ตัว
งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าการตายของสัตว์ทะเลเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงสงคราม แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคำนวณจากซากที่พบและสมมติฐานเกี่ยวกับสัดส่วนซากที่ถูกพัดขึ้นฝั่ง ไม่ใช่การสำรวจสัตว์ที่เสียชีวิตโดยตรงทั้งหมด
ขณะเดียวกัน การรายงานตัวเลข 50,000 ตัวในปี 2022 ของรูเซฟก็มีที่มาจากการประเมินในลักษณะเดียวกัน โดยอ้างว่าพบซากประมาณ 2,500 ตัว และคาดว่ามีซากเพียงประมาณ 5% ที่ถูกพัดขึ้นฝั่ง จึงคำนวณย้อนกลับเป็นจำนวนสัตว์ที่เสียชีวิตราว 50,000 ตัว
นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์บางส่วนยังตั้งข้อสังเกตต่อการประเมินจำนวนสัตว์ที่เสียชีวิต โดยรายงานของวารสาร Science ในปี 2023 อ้างนักวิจัยจากยูเครนที่ระบุว่า มีซากโลมาและพอร์พอยส์ประมาณ 900 ตัวที่ได้รับการยืนยันด้วยภาพถ่ายในพื้นที่ทะเลดำฝั่งตะวันตกในปี 2022 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วงปี 2018–2021 ประมาณ 2 เท่า แต่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการตายของสัตว์แต่ละตัวได้อย่างชัดเจน
ข้อมูล 900 ตัวนี้เป็นเพียงจำนวนที่มีหลักฐานภาพถ่ายในพื้นที่ศึกษา ไม่ใช่จำนวนสัตว์ที่เสียชีวิตทั้งหมดในทะเลดำ จึงไม่สามารถใช้หักล้างค่าประเมิน 37,500–50,000 ตัวได้โดยตรง แต่สะท้อนว่าการประเมินความสูญเสียในช่วงสงครามยังมีข้อจำกัดและความไม่แน่นอนสูง
น้ำมันรั่ว สารเคมีจากอาวุธ และเรือรบจมซ้ำเติมทะเลดำ
ผลกระทบจากสงครามไม่ได้จำกัดอยู่ที่เสียงระเบิดและโซนาร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงมลพิษจากเรือรบ เรือบรรทุกน้ำมัน และเรือขนส่งสินค้าที่ถูกโจมตีหรือได้รับความเสียหาย
อัลจาซีรารายงานว่า ตั้งแต่ปี 2022 มีเรือดำน้ำรัสเซียถูกจม 2 ลำ และเรือรบอีกหลายสิบลำ รวมถึงเรือลาดตระเวนมอสควา (Moskva) ซึ่งเป็นเรือธงของกองเรือทะเลดำ สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงที่น้ำมันเชื้อเพลิงและสารเคมีจากเรือจะรั่วไหลลงสู่ทะเล
เมื่อน้ำมันกระจายตัวในน้ำทะเล อาจเกิดฟิล์มน้ำมันปกคลุมผิวน้ำและชายฝั่ง ส่งผลกระทบต่อสาหร่าย สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ปลา และสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในห่วงโซ่อาหาร ขณะที่สารเคมีจากวัตถุระเบิดและอาวุธยุทโธปกรณ์ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในระบบนิเวศ
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Marine Pollution Bulletin ในเดือน ก.ย. 2026 ซึ่งศึกษาคุณภาพน้ำชายฝั่งทะเลดำทางตะวันตกเฉียงเหนือบริเวณเมืองโอเดซา ใช้ข้อมูลตรวจวัดทางเคมีระหว่างปี 2019–2025 และตรวจสอบสารมลพิษในพื้นที่แม่น้ำ ปากแม่น้ำ และชายฝั่ง รวมถึงวิเคราะห์คราบน้ำมันที่เกยตื้นในปี 2025
ผู้วิจัยระบุว่า สงครามเต็มรูปแบบเพิ่มช่องทางการปนเปื้อนที่เกิดขึ้นเป็นระยะและเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางทหาร ขณะเดียวกันยังทำให้การเข้าถึงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลภาคสนามทำได้ยากขึ้น
เขื่อนคาคอฟกาพังปล่อยน้ำปนเปื้อนลงสู่ทะเล
อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ซ้ำเติมระบบนิเวศทางทะเลคือการพังทลายของเขื่อนพลังน้ำคาคอฟกา (Kakhovka Dam) บนแม่น้ำนีเปอร์ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2023 ส่งผลให้น้ำจากอ่างเก็บน้ำไหลทะลักลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำและบริเวณชายฝั่งทะเลดำ
อัลจาซีรารายงานว่า น้ำจากอ่างเก็บน้ำประมาณ 18 ลูกบาศก์กิโลเมตรไหลออกมา พร้อมพาสารปนเปื้อนจากปุ๋ย โลหะหนัก และน้ำมันเครื่องเข้าสู่สิ่งแวดล้อม
งานทบทวนทางวิชาการที่ตีพิมพ์ในวารสาร Ecological Processes เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2025 ระบุว่า การพังของเขื่อนคาคอฟกาเป็นภัยพิบัติทางนิเวศครั้งใหญ่ที่สุดของสงครามจนถึงเวลาที่งานวิจัยจัดทำ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบริเวณท้ายน้ำและปล่อยมลพิษลงสู่ระบบนิเวศน้ำจืด ปากแม่น้ำ และทะเล ทำลายประชากรสิ่งมีชีวิตและถิ่นอาศัยหลายแห่ง
ผลกระทบจึงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับโลมาและสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม แต่ยังครอบคลุมปลา สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง พืชน้ำ และระบบนิเวศชายฝั่งที่เชื่อมโยงกับแม่น้ำและทะเล
โลมาเป็นผู้ล่าระดับสูงความสูญเสียกระทบทั้งห่วงโซ่อาหาร
โลมาและพอร์พอยส์มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศทะเลดำ เพราะเป็นสัตว์ผู้ล่าระดับสูง (Apex predators) ที่ช่วยควบคุมประชากรสัตว์น้ำในห่วงโซ่อาหาร
เมื่อประชากรสัตว์กลุ่มนี้ลดลงอย่างรุนแรง จึงไม่ได้หมายถึงการสูญเสียสัตว์เพียงชนิดเดียว แต่ยังสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศและความสมดุลของประชากรสัตว์น้ำชนิดอื่นด้วย
งานวิจัยเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพในทะเลดำระบุว่า สงครามมีผลกระทบหลายด้าน ทั้งการปนเปื้อนสารพิษ ความเสียหายต่อถิ่นอาศัย เสียงใต้น้ำ และการทำลายแหล่งอาหาร อย่างไรก็ตาม ผลกระทบบางส่วนอาจมีความซับซ้อน เช่น การลดลงของกิจกรรมประมง การเดินเรือ และการท่องเที่ยวในบางพื้นที่ อาจทำให้แรงกดดันจากกิจกรรมมนุษย์บางประเภทลดลงชั่วคราวด้วย
สำหรับระยะเวลาฟื้นฟู รูเซฟประเมินว่า ประชากรสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลดำอาจต้องใช้เวลา 30–50 ปีจึงจะฟื้นตัวกลับมาได้ในระดับที่ระบบนิเวศมีสภาพใกล้เคียงปกติ โดยระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับความรุนแรงของความเสียหาย การหยุดกิจกรรมทางทหาร และความสามารถในการฟื้นตัวของประชากรสัตว์แต่ละชนิด
สงครามรัสเซีย-ยูเครนจึงเป็นตัวอย่างของความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้สิ้นสุดพร้อมกับการหยุดยิง เพราะสารปนเปื้อนจากเรือที่จม อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ตกค้าง และความเสียหายต่อถิ่นอาศัยอาจส่งผลต่อระบบนิเวศต่อไปอีกหลายสิบปี
นอกจากนั้นแล้ว นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2022 สงครามได้สร้างความสูญเสียต่อชีวิตมนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ระบุว่า จนถึงวันที่ 31 ส.ค. 2026 มีพลเรือนในยูเครนเสียชีวิตที่ได้รับการตรวจสอบยืนยันแล้ว 17,257 คน และบาดเจ็บ 51,273 คน
ในขณะที่กำลังทหารยังไม่มีตัวเลขที่ทั้งสองฝ่ายยืนยันร่วมกัน แต่ประธานาธิบดียูเครนเคยเปิดเผยว่า มีทหารยูเครนเสียชีวิตประมาณ 50,000–55,000 คน ขณะที่การรวบรวมรายชื่อโดย BBC Russian Service และ Mediazona สามารถยืนยันชื่อทหารรัสเซียที่เสียชีวิตได้แล้วมากกว่า 276,000 คน ณ เดือน ต.ค. 2026 ซึ่งเป็นเพียงยอดขั้นต่ำจากรายชื่อที่ตรวจสอบได้
ความสูญเสียเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าสงครามได้สร้างผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อชีวิตมนุษย์ เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะระบบนิเวศทะเลดำที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากกิจกรรมทางทหารและมลพิษต่อเนื่องมาหลายปี
อ้างอิง:
• “Dead dolphins, naval mines: Russia-Ukraine war destroys the Black Sea” , Al Jazeera
• “The use of social media in assessing the impact of war on cetaceans” , Biology Letters / The Royal Society
• “Density and abundance estimates of cetaceans in the Black Sea through aerial surveys (ASI/CeNoBS)” , Frontiers in Marine Science
• “Biodiversity effects of the Russia–Ukraine War and the Kakhovka Dam destruction” , Ecological Processes / Springer Nature
• “War-related pollution in Black Sea coastal waters: Hydrochemistry, priority pollutant profiles and shoreline oil backtracking” , Marine Pollution Bulletin
• “Ukrainian scientists tally the grave environmental consequences of the Kakhovka Dam disaster” , Science / AAAS
• “Black Sea dolphins and the war: where the ‘120,000’ estimate comes from” , Reptiles.ge
• “Protection of Civilians in Armed Conflict — September 2026” , สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR)
• “Russia and Ukraine Death Toll” , Death Toll — รวบรวมข้อมูล OHCHR, BBC Russian Service, Mediazona และคำแถลงของรัฐบาลยูเครน
• “Russian lives for Ukrainian lands” , Reuters