น้อมนำพระราชปณิธานสืบสานฯ การพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลอย่างยั่งยืน

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้น้อมนำแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่การให้บริการไม่ทั่วถึง

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 กรมทรัพยากรน้ำบาดาลน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” งานพัฒนาแหล่งน้ำมาขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ พื้นที่แล้งซ้ำซาก ตลอดจนสถานพยาบาลและชุมชนทั่วประเทศ มีน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ ปลอดภัย และยั่งยืน

นายปริญญา คุ้มสระพรม รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า น้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของชีวิตและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจึงได้น้อมนำแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่ที่ระบบประปาหรือแหล่งน้ำผิวดินยังไม่สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึง

ปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 47 โครงการ รวม 48 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 25 จังหวัด ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ดำเนินการศึกษา สำรวจ และพัฒนาแหล่งน้ำบาดาล เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำ ให้สามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้อย่างเพียงพอต่อการดำรงชีวิต

ในปีมหามงคล กรมทรัพยากรน้ำบาดาลมีแนวทางขยายผลและยกระดับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่ รวมถึงเร่งดำเนินงานในพื้นที่แล้งซ้ำซาก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรน้ำ และช่วยให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภคและการประกอบอาชีพ

นอกจากนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลในโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และประชาชนผู้เข้ารับบริการ มีน้ำสะอาดใช้อย่างเพียงพอ รวมถึงมีแหล่งน้ำสำรองรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือวิกฤตภัยแล้ง

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เข้าไปศึกษา สำรวจ และพัฒนาแหล่งน้ำในโรงพยาบาลหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดเชียงใหม่ กาญจนบุรี สุรินทร์ และศรีสะเกษ โดยนำองค์ความรู้ด้านอุทกธรณีวิทยา เทคโนโลยีการสำรวจ และระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำมาใช้ เพื่อให้โรงพยาบาลมีระบบน้ำที่มั่นคง ปลอดภัย และเหมาะสมต่อการใช้งาน

“การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการน้อมนำพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อค้นหาและพัฒนาแหล่งน้ำให้ประชาชนมีน้ำกินน้ำใช้อย่างเพียงพอ พร้อมวางระบบบริหารจัดการที่ช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากน้ำบาดาลได้อย่างยั่งยืน” รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลกล่าว

รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลกล่าวเพิ่มเติมว่า น้ำบาดาลเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าและต้องใช้ระยะเวลายาวนานในการสะสมตัว น้ำจากชั้นน้ำบาดาลระดับลึกบางแห่งอาจมีอายุนับหมื่นปี โดยผลการศึกษาร่วมกับสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติพบว่า น้ำบาดาลในชั้นน้ำลึกประมาณ 200–300 เมตร บางพื้นที่อาจมีอายุประมาณ 20,000–30,000 ปี ดังนั้นแม้น้ำบาดาลจะเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำ แต่การสูบขึ้นมาใช้จำเป็นต้องดำเนินการอย่างประหยัด เหมาะสมกับศักยภาพของชั้นน้ำ และอยู่ภายใต้หลักวิชาการ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างปริมาณน้ำที่นำขึ้นมาใช้กับปริมาณน้ำที่เติมกลับลงสู่ชั้นน้ำตามธรรมชาติ

ทั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้จัดทำบ่อสังเกตการณ์และระบบเฝ้าระวังในหลายพื้นที่ เพื่อติดตามระดับน้ำ คุณภาพน้ำ และป้องกันความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของสารเคมีหรือสารอันตรายลงสู่ชั้นน้ำบาดาล พร้อมส่งเสริมการเติมน้ำใต้ดินในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำสำรองและฟื้นฟูสมดุลของระบบน้ำใต้ดิน นอกเหนือจากนี้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลมีการประชาสัมพันธ์และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์น้ำบาดาลไปสู่นักเรียน นักศึกษา เยาวชน เครือข่ายผู้ใช้น้ำ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทุกภูมิภาค เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลบ่อน้ำบาดาล ป้องกันการปนเปื้อน และใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า

“เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมกันน้อมนำพระราชปณิธานด้านการบริหารจัดการน้ำมาปฏิบัติ ใช้น้ำอย่างประหยัด รู้คุณค่า และช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อส่งต่อแหล่งน้ำที่สะอาด ปลอดภัย และยั่งยืนให้แก่ลูกหลานในอนาคต” รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลกล่าว

Related posts

Data Center เริ่มพ่นพิษแอบทิ้งขยะที่บ้านฉาง 20 ตัน ในกทม.มี 49 แห่ง

รัฐบาลเปิดแข่งขันลงทุน Data Center ต้องหนุนไทยบรรลุ Net Zero

Data Center โผล่ กทม. 45 แห่ง รองนายกฯตื่นเรียกประชุมด่วน