22 มิ.ย. ‘คนใต้’ นัดเจอกันที่หน้าทำเนียบฯ เพื่อคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ ด้าน ‘ลิซ่า ภคมน’ ถาม ‘อาม่า’ ไหนกว้านซื้อที่ชุมพรยกเกาะ
เครือข่ายประชาชนภาคใต้และกลุ่มศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) กำหนดจะเดินทางมาปักหลักคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์หน้าทำเนียบรัฐบาล 22 มิ.ย. 2569 โดยพวกเขายังมีคำถามและข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์และร่างพ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) อย่างเช่น
- รัฐบาลกำลังนำพาประเทศ (ภาคใต้)ไปสู่จุดเสี่ยงจากการผลักดันกฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEC) ที่ให้สิทธิในที่ดินแก่นักลงทุนต่างชาติ 99 ปี (ตอนหลังบอกว่าลดลงเหลือ 50 ปี)
- ภายใต้กฎหมาย SEC เป็นการนำทรัพยากรภาคใต้ไปให้อุตสาหกรรมต่างชาติผลิตสินค้า โดยที่คนภาคใต้ไม่ได้ประโยชน์และอาจนำไปสู่การสูญเสียอธิปไตยของประชาชนในชาติ
ฯลฯ
ฟากการเมืองฝ่ายค้าน ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งเธอเป็นคนใต้เช่นกัน ได้เสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการดำเนินงานโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือ โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge)
เธอกล่าวไว้น่าสนใจว่า โครงการแลนด์บริดจ์เป็นนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ปี 2562 เธอไม่ได้ขัดขวางการพัฒนาภาคใต้ แต่โครงการนี้ถูกประชาชนส่งเสียงทักท้วงในทุกแวดวง
ทุกครั้งที่รัฐบาลสื่อสารเรื่องโครงการแลนบริดจ์จะบอกกับประชาชนว่าแลนด์บริดจ์จะเป็นโอกาสของประชาชนในภาคใต้ จะเป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจตัวใหม่ จะเป็นโอกาสสร้างเงิน สร้างงาน สร้างรายได้
“ดิฉันยอมรับว่ามันถูกเส้นคนใต้ เพราะภาคใต้ต้องการเครื่องจักรเศรษฐกิจตัวใหม่จริง และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ได้มีแค่นั้น รัฐบาลไม่เคยพูดให้ชัดว่าก่อนจะมีโครงการแลนด์บิดมันต้องมีกฎหมายพิเศษหรือพ.ร.บ.SEC ขึ้นก่อนหรือกฎหมายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้
พ.ร.บ.SEC มีอำนาจแบบรัฐเหนือรัฐ
“พ.ร.บ.SEC นี้มีอำนาจแบบรัฐเหนือรัฐ สามารถอนุมัติอนุญาตและยกเว้นกฎหมายปกติได้อย่างน้อย 16 ฉบับ สามารถที่จะอนุมัติ อนุญาต สัมปทานที่ดินให้แก่ต่างชาติได้ชั่วลูกชั่วหลาน 99 ปี แม้วันนี้รัฐบาลจะบอกว่ามีการปรับปรุงแก้ไขแล้วเหลือเพียง 50 ปี แต่กรรมการชุดนี้สุดท้ายแล้วก็สามารถแก้ไขต่อสัญญา เพิ่มเติมได้อีก 49 ปีก็เป็น 99 ปีอยู่ดี
“ยังเปิดทางให้แรงงานข้ามชาติเข้ามาประกอบอาชีพที่เคยถูกสงวนไว้ให้กับคนไทยได้อีกด้วย สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกพูดถึง และนี่คือความจริงที่ถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้คำโฆษณา แล้วถ้ามีแลนด์บริดจ์งานเหล่านี้ รายได้เหล่านี้จะตกเป็นผลประโยชน์ของใคร คนไทยในพื้นที่หรือทุนใหญ่หรือทุนต่างชาติ
“เมื่อมีทุนใหญ่เข้ามาลงทุน แน่นอนตัวเลข GDP ก็พุ่งสูงขึ้น รัฐบาลก็พูดได้ว่าเป็นผลงานรัฐบาล แต่เม็ดเงินจริงๆ แล้ว มันเข้ากระเป๋าใคร เมื่อสู้ทุนใหญ่ไม่ได้ประชาชนในพื้นที่ก็จะถูกผลักให้เป็นพลเมืองชั้นสอง เหมือนที่เกิดขึ้นใน EEC (ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก)
“นี่ถ้าเป็นคนอื่นตั้งท่าจะผลักดันกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติขนาดนี้ ท่านคงกล่าวหาเขาได้ว่าเป็นโครงการขายชาติ, โครงการไม่รักชาติ พอมันถูกผลักดันด้วยคนที่ ‘รักชาติ’ เสียเองเลยไม่เป็นไร ท่านไม่รักให้ตลอดล่ะท่านรักเป็นเรื่องๆ”
‘อาม่า’ คนไหนกว้านซื้อที่ยกเกาะชุมพร
“…ดิฉันไปลงพื้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร แล ะจ.ระนอง มีการกว้านซื้อที่ดินจากนายทุนเพียงเจ้าเดียว จึงเรียกร้องให้รัฐมนตรีพิพัฒน์ (รัชกิจประการ รมว.คมนคม แกนหลักผู้ผลักดันแลนด์บริดจ์) ลงไปในพื้นที่ท่านจะได้ทราบว่านายทุนที่ไปกว้างซื้อที่ดินที่เขาเรียกว่า “อาม่า” แท้จริงเป็นอาม่าไหน
“แต่ท่านไม่ได้ลงพื้นที่ พอดิฉันเปิดไปว่าอาม่า ท่านก็ตกใจขวัญอ่อน เอา “อาม่ามารีน” (สัดส่วนผู้ถือหุ้น บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน))https://www.set.or.th/th/market/product/stock/quote/AMA/major-shareholders) บริษัทน้องชายของท่านมาแถลงข่าวว่าไม่เกี่ยวข้อง คนเขาขำกันทั่วบ้านทั่วเมืองเพราะมันคนละอาม่า แทนที่ท่านจะสวมบทบาทรัฐมนตรีปกป้องทรัพยากรชาติ ท่านกลับสวมบทบาทนายทุนปกป้องสมบัติตัวเอง”
ภคมน ระบุว่า จากการลงพื้นที่พบว่า “นายทุน” คนที่กว้านซื้อที่ดินมีการคำนวณพื้นที่ว่าถ้า SEC ผ่านจะถูกแปลงเป็นอะไรและลักษณะการซื้อจะซื้อห่างจากที่ดินเวนคืนราว 200 เมตร
อำนาจล้นซื้อที่ออกโฉนดตามหลังได้
“ซื้อหมดไม่สนว่ามีโฉนด ไม่มีโฉนดซื้อหมด และบอกชาวบ้านว่า เขาสามารถไปออกโฉนดได้และพื้นที่สำคัญที่เขาซื้อไปแล้วคือพื้นที่แหลมริ่ว (อ.หลังสวน จ.ชุมพร) เป็นพื้นที่หลังท่า เรารู้กันดีว่าเป็นที่อุตสาหกรรมสำคัญและมีมูลค่าสูงมากหากมีท่าเรือเกิดขึ้นจริงๆ
“ตอนนี้อาม่าซื้อภูเขาริ่วไปแล้วทั้งลูก ซื้อตั้งแต่หน้าหาด ขึ้นภูเขาทะลุไปออกถนนใหญ่และล้อมไว้แล้ว ชาวบ้านบางคนไม่อยากขาย แต่สุดท้ายโดนบีบเขาก็ต้องขายอยู่ดี เมื่อขายแล้วอาม่าก็ใจดี ไม่ไล่ประชาชนออกจากพื้นที่ แต่ให้ประชาชนเช่าที่ตัวเอง เช่าปีละ 50,000 บาท ตั้งแต่ตอนซื้อหักเงินตอนขายเลย
“นี่ขนาดกฎหมายยังไม่ถูกบังคับใช้ แต่นายทุนเดินเกมล่วงหน้าไปแล้ว แถมยังทำเงินได้อีกด้วย นายทุนเจ้านี้ครอบครองที่ดินตามที่ประชาชนในพื้นที่เขาแซวกันอำเภอนี้จะเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อนายทุนคนนี้ได้แล้ว”
สส.พรรคประชาชน แนะให้รัฐบาลต้องไปตรวจสอบว่าการซื้อที่ดินที่ไม่มีโฉนดแล้วบอกว่าสามารถออกโฉนดได้เกี่ยวข้องกับใครบ้าง มีหน่วยงานไหนบ้างที่อำนวยความสะดวก
“แม้ว่าท่านจะได้ยินข้อมูลของดิฉันวันนี้ว่าเป็นการลงทุนปกติของนักธุรกิจ แต่เชื่อเหลือเกินไม่มีรัฐบาลที่ไหนปล่อยให้นายทุนเจ้าเดียวกว้านซื้อที่ดินเกือบทั้งอำเภอ ท่านไม่ตามหน่อยเหรอค่ะว่าใครที่มันยิ่งใหญ่เหลือเกินที่อำนวยความสะดวกอยู่
“อย่าเมินเฉยค่ะ อย่าให้ชาวบ้านเขาจำได้ว่าครั้งหนึ่งในรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย จากที่เคยหากินบนที่ดินตัวเอง วันนี้ถูกบีบให้ต้องขายและเช่าดินตัวเองแล้ว ย้อนกลับไปดูดิฉันไม่เชื่อเด็ดขาดว่าคนที่เป็นนายทุนใหญ่จะไม่ได้รับสัญญาณจากผู้ที่มีอำนาจ ว่าการลงทุนหลักหมื่นล้านพันล้านมันจะไม่ได้รับกำไรที่มีมูลค่าสูงกลับมา
“วันนี้ดิฉันคิดว่ารัฐบาลกำลังแบ่งรับแบ่งสู้กับโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะท่านรู้ดีว่านี่คือการตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญของรัฐบาลภูมิใจไทย คณะกรรมการศึกษาของท่านเอกนิติ (นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯ และรมว.คลัง) จะไฟเขียวหรือจะหาทางลง ท่านตัดสินใจดีๆ
“ถึงขนาดนี้ดิฉันอยากทราบเหลือเกินว่ารัฐมนตรีพิพัฒน์ท่านยังยืนกรานเสียงแข็งผลักดันแลนด์บริดจ์หรือไม่ ท่านยังรักคนใต้เหมือนที่รักช่วงตอนหาเสียงหรือไม่ เพราะพักหลังมานี้ท่านยกเลิกภารกิจบ่อย ภารกิจที่จะลงไปรับฟังความเห็นพี่น้องประชาชนในพื้นที่แลนด์บริดจ์ท่านก็ยกเลิก
“ล่าสุด ครม.สัญจรก็ถูกเลื่อนออกไป พี่น้องประชาชนในพื้นที่เขาเฝ้ารอสะท้อนปัญหา จะเฝ้าถามถึงความชัดเจนของโครงการแลนด์บริดจ์ก็ไม่ได้ถาม ดังนั้นการเผชิญหน้ารับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน มีความจำเป็นในฐานะผู้บริหารประเทศนี้”
แฉใช้เลห์ซอยย่อยโครงการรับฟังความเห็น
ภคมน อภิปรายด้วยว่า จากการไปรับฟังปัญหาในพื้นที่ประชาชนได้ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลกำลังเล่นแร่แปรธาตุด้วยการซอยย่อยการรับฟังความคิดเห็นในโครงการแลนด์บริดจ์หรือไม่ เช่น ซอยย่อยการรับฟังความคิดเห็น โครงการก่อสร้างทางรถไฟ 1.43 เมตร ชุมพร-ระนอง เมื่อวันที่ 20 – 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในเขตแนวแลนด์บริดจ์โดยไม่ได้ใส่คำว่าแลนด์บริดจ์ลงไปในชื่อโครงการ
ยังใช้วิธีเดียวกันกับการสร้างถนนโครงการ MR8 มอเตอร์เวย์ชุมพร-ระนอง ให้ชาวบ้านมาเซ็นหลังเอกสารหน้าสุดท้ายว่ารับโครงการถนนสี่เลน โดยไม่บอกความจริงว่าถนนสี่เลนมอเตอร์เวย์นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการแลนด์บริดจ์
“ทั้งที่การพูดผลกระทบของโครงกาสรต้องพูดภาพใหญ่ทั้งหมดหรือเพราะท่านรู้ว่าแลนด์บริดจ์มันเป็นยาขม ถ้าพูดแลนด์บริดจ์ออกไปประชาชนจะออกมาคัดค้าน ท่านเลยเอาความฝันของการอยากมีถนนหนทางของพี่น้องประชาชน ท่านเอาเรื่องของการอยากมีรถไฟเชื่อมต่อระหว่างเมืองและชนบทของพี่น้องประชาชนมาใช้เล่ห์กล มาสอบถามพวกเขาแบบนี้ เพราะท่านไปถามแยกย่อยโครงการแบบนี้ชาวบ้านเขาก็บอกว่างบไม่เยอะรู้ตัวอีกทีต่อจิ๊กซอว์เสร็จเป็นภาพใหญ่เรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านเขายอมรับโครงการไปโดยที่เขาโดยไม่รู้ตัวไปแล้ว”
ภคมน ระบุว่า รัฐบาลต้องวางมูลค่าผลประโยชน์ที่คำนวณเอาไว้ลงก่อน แล้วกลับมาตามโจทก์ตามญัตติที่เธอเสนอว่า การพัฒนาภาคใต้ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนควรจะเป็นแบบไหน
“ถ้าเราคิดกันโดยปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน เราจะมีตัวเลือกที่เป็นโอกาสให้กับประชาชนได้ วันนี้หน้าที่ของรัฐบาลไม่ใช่การไปคุยกับนายทุนแล้วเอาโครงการใหญ่มายัดเยียดให้กับประชาชน แต่ต้องสร้างบรรยากาศให้เกิดบทสนทนาในรูปแบบใหม่ๆ โดยให้ประชาชนเป็นเป็นศูนย์กลาง
เสียดายต้นทุนภาคใต้ที่ถูกมองข้าม
“ดิฉันรู้สึกเสียดายเสียโอกาสแทนคนใต้มากๆ เราเสียเวลาจินตนาการกับเรื่องแลนด์บริดจ์นานเกินไป นานจนไม่มีกระจิตกระใจจะจินตนาการถึงการพัฒนาในแบบอื่นๆ เลย ทั้งๆ ที่พื้นที่ภาคใต้มีความอุดมสมบูรณ์ มีทรัพยากรที่หลากหลาย
“มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดและสร้างมูลค่าได้มหาศาล พื้นที่ภาคใต้มีศักยภาพเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานสะอาดได้ หรือรัฐบาลไม่ต้องรอลงทุนตูมเดียวกับแลนด์บริดจ์ ท่านค่อยๆ ทำไป
“ท่านไปผลักดันโครงการท่าเรือระนองและยกระดับให้เป็นประตูทางการค้าฝั่งทะเลอันดามันไปสู่พม่าและเอเชียใต้ ยกระดับจังหวัดข้างเคียงคู่ขนานกับการผลักดันโครงการท่าเรือระนอง พัฒนาโครงการท่าเรือสงขลาและยกระดับให้เป็นศูนย์กลางขนส่งของภาคใต้ตอนล่าง ยกระดับเส้นทางรถไฟรางคู่ ที่รัฐมีโครงการจะทำอยู่แล้วให้เชื่อมต่อกับท่าเรือปีนัง-หาดใหญ่-สงขลาด้วยทางราง
“เชื่อมโยงเส้นทางสินค้าผ่านชายแดนไปยังมาเลเซีย เชื่อมกับด่านสะเดาแห่งใหม่ให้ครบทุกเส้นทางทั้งทางเรือ ทางราง ทางรถยนต์ ดิฉันคิดว่ารัฐบาลควรวางผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพองไว้ก่อน
“และกลับที่คำถามสำคัญที่สุดของวันนี้ว่าเราจะพัฒนาภาคใต้อย่างไรให้คนใต้มีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนจริงๆ การพัฒนาที่แท้จริงไม่ใช่ตัวเลขการลงทุนหรือเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่และย้ำอีกครั้งว่าภาคใต้ไม่ได้ขาดโปรเจกต์ขนาดใหญ่
“แต่ต้องทำให้เห็น ให้ประชาชนในพื้นที่เขารู้สึกมั่นคงให้มันมีรายได้ที่เป็นธรรมมีที่ดินทำกิน มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินของตัวเองมีโอกาสในบ้านเกิดตัวเอง ให้ลูกหลานมีโอกาสเติบโตได้อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรีในบ้านเกิดตัวเอง
“รัฐบาลควรสร้างพื้นที่พูดคุยให้กับประชาชน อย่ายัดเยียดโครงการขนาดใหญ่เด็ดขาดและอย่าปล่อยให้การพัฒนามันผูกขาดกับกลุ่มทุนใหญ่ ขณะที่ประชาชนได้รับเพียงเศษเสี้ยวของผลประโยชน์และต้องแบกรับผลกระทบตลอดไป” ภคมน จากพรรคประชาชนทิ้งท้ายการอภิปรายญัตติด่วนแลนด์บริดจ์ ในที่ประชุมสภาฯ เมื่อ 28 พ.ค. 2569