เครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC Watch ทวงถามการเบี้ยวบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่าง SEC Watch กับ พิพัฒน์ เมื่อ 30 มิ.ย. 69
เครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC Watch แถลงการณ์ทวงถามการเบี้ยวบันทึกข้อตกลง (MOU) ที่ลงนามระหว่าง SEC Watch กับ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2569 โดยได้มีข้อสังเกตของความไม่ปกติในการบริหารงานราชการระหว่างนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ดังนี้
1.การลงนามบันทึกข้อตกลงของรองนายกฯ ได้รับความเห็นชอบจากนายกฯ หรือไม่ แม้ว่ารองนายกฯ จะยืนยันในการเจรจากับผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2569 ว่าได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้มาทำการเจรจา แต่ปรากฎการณ์หลายประการทำให้น่าสงสัยว่านายกฯ ไม่ได้เห็นชอบด้วยกับบันทึกข้อตกลง เช่น คำให้สัมภาษณ์ในโครงการแลนด์บริดจ์ว่าสามารถนำมาดำเนินการได้ทุกเมื่อในช่วงเวลาที่เหมาะสม
ซึ่งตรงกันข้ามกับสาระสำคัญในบันทึกข้อตกลงที่ระบุให้โครงการนี้ต้องตัดสินด้วยงานศึกษาของคณะกรรมการจำนวน 2 ชุดและข้อตกลงข้อที่ 3 คือการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทภาคใต้ไม่ได้รับการปฏิบัติเช่นกัน โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า บันทึกข้อตกลงทั้ง 3 ข้อของเครือข่ายจะไม่ได้รับการปฏิบัติ รวมทั้งข้อเรียกร้องข้อที่ 1 คือ การยกเลิก พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ด้วย
2.บทพิสูจน์สำคัญเรื่องความขัดแย้งระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ กับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ มีอยู่จริงหรือไม่ สามารถพิจารณาได้จากการที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ยอมลงนามในบันทึกข้อตกลงทั้ง 3 ประการหรือไม่ หากไม่ยอมลงนามตามบันทึกข้อตกลงและสั่งการให้ปฏิบัติตามข้อตกลงแสดงว่าความขัดแย้งนี้ค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากผู้มาลงนามกับเครือข่าย SEC Watch คือรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ด้วยฐานะและศักดิ์ศรีดังกล่าวหากยังถูกนายกฯ ปฏิเสธแสดงว่าความขัดแย้งระหว่างสองคนนี้ถึงขั้นไม่ไว้หน้ากันแล้ว ซึ่งจะพิสูจน์ได้ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าหลังจากยื่นหนังสือถึงนายกฯ
3.ในวันลงนามบันทึกข้อตกลงมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เกือบทั้งภาคมาร่วมเป็นสักขีพยาน แต่บันทึกข้อตกลงที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาร่วมเป็นสักขีพยานนั้นกำลังถูกเบี้ยว นั่นแสดงให้เห็นถึงเครดิตในพรรคของรองหัวหน้าพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสายภาคใต้ทั้งหมดว่า ไม่มีราคาพอให้นายกฯ รักษาหน้าและเครดิตของพรรคภูมิใจไทยสายใต้
ทั้งนี้ เพราะการลงนามในครั้งนี้เป็นที่รับรู้กันทั่วประเทศ แต่สุดท้ายแล้วพรรคภูมิใจไทยสายภาคใต้ก็ไม่มีราคามากพอที่จะรักษาข้อตกลงในกระดาษแผ่นเดียวไว้ได้
4.การบริหารงานของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นการบริหารที่อยู่ภายใต้ความละโมบโลภมาก ไม่มีความเป็นมืออาชีพมุ่งเน้นโครงการก่อสร้างที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้เกิดการถอนทุนจากภาษีประชาชน ซึ่เราจะเห็นได้จากความดึงดันที่จะผลักดันโครงการก่อสร้างให้จงได้ แม้ว่าการก่อสร้างนั้นจะกลายเป็นงานที่จะถูกทิ้งร้างในอนาคตก็ไม่สนใจ หวังเพียงให้ได้ทำงานก่อสร้างก่อนสิ้นอำนาจ
เห็นได้จากการประกาศโครงการก่อสร้าง missing link หลังจากโครงการแลนด์บริดจ์ถูกต่อต้าน ทั้งที่ควรจะต้องทบทวนให้หนักว่าภายใต้ภาวะวิกฤติการคลัง รัฐบาลควรจะต้องใช้งบประมาณไปกับสิ่งใด ซึ่งเครือข่าย SEC Watch ได้นำเสนอแล้วว่าขอให้จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ซึ่งเป็นแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมก่อนการจัดทำโครงการคมนาคมขนส่ง เพื่อให้โครงการตอบสนองต่อแผนแม่บทและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติจริง
แต่ดูเหมือนว่าเส้นทางที่เที่ยงธรรมเป็นเส้นทางที่รัฐบาลไม่เลือก และภาคใต้มีแนวโน้มจะถูกใช้งบประมาณสนองผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าพัฒนาเศรษฐกิจ
เครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้จึงขอยืนยันให้รัฐบาลปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงตามหนังสือที่ได้ยื่นให้กับนายกฯ แล้ว โดยเครือข่ายจะปักหลักรอการปฏิบัติตามข้อเรียกร้องอยู่หน้าประตู 2 ทำเนียบรัฐบาล จนกว่าจะได้รับคำตอบตามข้อเรียกร้อง
ก่อนที่เครือข่ายประชาชจะมาปักหลักชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ก่อนนี้เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ ได้แถลงสรุปผลการศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเพื่อเชื่อมโยงอ่าวไทย-อันดามัน (แลนด์บริดจ์) โดยจะยุติโครงการดังกล่าว เนื่องจากผลการศึกษาพบว่าไม่คุ้มค่้าในการลงุทนหลายประการ
อาทิ มีความเสี่ยงต่อภาระงบประมาณ, มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมค่อนข้างสูงทั้งระบบนิเวศทางทะเล วิถีชีวิตชุมชนชายฝั่ง และความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงผืนป่า ตลอดจนกระทบการท่องเที่ยว ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติได้เสนอให้มีการปรับปรุงท่าเรือระนองที่มีอยู่แล้วเชื่อมโยงระบบการขนส่งทางราง หรือ Missing Link ที่สามารถใช้โอกาสเชื่อมโยงไปทางเหนือขึ้นไปประเทศจีน รวมถึงเชื่อมโยงไปยังท่าเรือฝั่งตะวันออก
ทั้งนี้ ประชาชนกลุ่ม SEC WATCH และ EEC WATCH ได้มีการชุมนุมรอบแรกตั้งแต่วันที่ 22-30 มิ.ย. 2569 โดยมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 5 ข้อดังนี้
1.หยุดการผลักดันร่างกฎหมาย SEC
2.หยุดโครงการเเลนด์บริจด์ชุมพร-ระนอง
3.เขียนเเผนการพัฒนาภาคใต้ใหม่
4.หยุดการขยาย EEC ไปยังจังหวัดปราจีนบุรี
5.ชดเชยเยียวยาผลกระทบให้เเก่ประมงพื้นบ้านจังหวัดระยองที่ได้รับผลกระทบจากการถมทะเล
ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. พิพัฒน์ได้เปิดโต๊ะเจรจากับแกนนำทั้ง 2 กลุ่ม จนได้ข้อยุติและมีการลงนาม MOU จำนวน 2 ฉบับ คือ
1.บันทึกข้อตกลง ระหว่างกระทรวงคมนาคม และกลุ่มศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) ลงนามเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2569
2.หนังสือสั่งการให้ สนข. /ทางหลวง/การรถไฟ ดำเนินการตามบันทึกข้อตกลง ซึ่งมีการลงนามและสั่งการในวันที่ 1 ก.ค. 2569
ข้อตกลงมีดังนี้
#ภาคใต้
1. ยุติการผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พ.ศ…. โดยกระทรวง คมนาคม (สนข.) จะไม่นำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
2.ให้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม (นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ) เป็นประธาน ผู้แทนหน่วยงานราชการ ได้แก่ สำนักงาน นโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เป็นผู้แทนหลัก ร่วมกับตัวแทนภาคประชาชน ได้แก่ กลุ่มศึกษา การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) เพื่อทำการศึกษาภาพรวมของความเหมาะสมการพัฒนา ภาคใต้
3. ชะลอการดำเนินการ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียง เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร- ระนอง) โดยให้รอผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) โดยมี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) เป็นประธาน และ คณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ตามข้อ 2 ให้แล้วเสร็จ
#ภาคตะวันออก
4.การขยาย EEC ไปยังจังหวัดปราจีนบุรี เเจ้งนายกรัฐมนตรีให้ทบทวน EEC ไปยังปราจีนบุรี
5.การเยียวยาผลกระทบของการถมทะเล จะมีการเร่งให้นายกดำเนินการให้เกิดการชดเยียวยากับประชาชน ภายใน 6 เดือน
เครดิตภาพ: เพจปกป้องแผ่นดินใต้ SEC WATCH