ทุบสถิติประวัติศาสตร์! ไทยลดอ้อยเผาเหลือ 3.8% ดันอ้อยสดพุ่ง 96.2% แก้วิกฤต PM2.5 เพิ่มรายได้เกษตรกรกางยุทธศาสตร์ “ONE MIND” 3 ด้าน มุ่งสู่ Zero Burning ชิงตลาดส่งออกโลก
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย โดยข่าวดีคือ หลังปิดหีบอ้อยฤดูกาล 2568/2569 ไทยสามารถลดสัดส่วนอ้อยเผาลงมาต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์เหลือเพียง 3.80% จากเดิมในอดีตสูงถึง 60-70% และต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ที่ 10% บางพื้นที่ลดได้ต่ำสุดถึง 0.25% โดยนำอ้อยสดเข้าหีบพุ่งสูงถึง 96.20% จากโรงงานน้ำตาล 58 แห่ง ใน 29 จังหวัด
ทั้งนี้ ความสำเร็จนี้เกิดจาก “พลัง 3 ประสาน” พลังแรก มาจากเกษตรกรชาวไร่อ้อย 1.5 ล้านคน จากพื้นที่เพาะปลูก 10 ล้านไร่ ที่ตัดสินใจปรับเปลี่ยนแนวทาง วิธีการจากการเผาอ้อยมาเป็นการตัดอ้อยสดสะอาด และมีคุณภาพดี
พลังที่สองคือ ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทั้ง 58 แห่ง ร่วมมือกันจัดการระบบหีบอ้อยอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างแรงจูงใจ และพลังสุดท้ายคือ ภาครัฐที่ขับเคลื่อนนโยบายอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และเดินหน้าสู่เศรษฐกิจสีเขียวตามพันธกรณี Net Zero 2050 ที่ตนเองเคยไปประกาศเจตนารมณ์ไว้ในการประชุม COP27 เมื่อปี 2565 ในสมัยที่ดำรงตำแหน่ง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ซึ่งตอนนั้นมีสัดส่วนอ้อยเผาสูงถึง 60-70%
นายวราวุธ กล่าวอีกว่า ขณะนี้บางพื้นที่บางโรงงานมีสัดส่วนอ้อยเผาต่ำกว่า 1% และที่ต่ำที่สุดลงถึง 0.25% หมายความว่าช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศลดฝุ่น PM2.5 และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมาก โดยเฉพาะ “หิมะดำ” จากเขม่าควันจากการเผาอ้อยที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ
“เมื่อหันมามองแง่ของเศรษฐกิจ การตัดอ้อยสดยังทำให้น้ำตาลมีคุณภาพดีขึ้น โดยค่าเฉลี่ยของผลผลิตน้ำตาลต่อตันอ้อยพุ่งสูงขึ้นจาก 110 กิโลกรัม เป็น 113 กิโลกรัม ส่งผลให้เกษตรกรและโรงงานมีรายได้เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดซึ่งอุตสาหกรรมนี้สร้างรายได้เข้าประเทศสูงถึงปีละกว่า 2 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) โดยไทยเป็นผู้ผลิตน้ำตาลอันดับ 5 และเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก”
สำหรับก้าวต่อไป นายวราวุธ ยืนยันว่า จะไม่หยุดอยู่แค่นี้ โดยได้มอบนโยบาย “ONE MIND” ให้กับทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมมือกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 3 ด้านอย่างเข้มข้น เริ่มต้นที่ “ต้นน้ำ” ด้วยการเร่งรัดใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีปรับปรุงพันธุ์อ้อยให้มีไฟเบอร์ต่ำลงแต่มีความหวานสูงขึ้น มีความทนทานต่อสภาพภูมิอากาศผันผวน ทั้งปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง พร้อมสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรซื้อเครื่องจักรกลทดแทนการเผาเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Burning
“เป้าหมายจะต้องลดสัดส่วนอ้อยเผาทั่วประเทศให้ได้ต่ำกว่า 3 % และจะมุ่งสู่ Zero Burning หรือทำให้สัดส่วนอ้อยเผาเป็นศูนย์ได้ในที่สุด”
ขณะที่ “กลางน้ำ” จะส่งเสริมสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการลงทุนให้ผู้ประกอบการ การเข้าถึงตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างรายได้เสริม ตลอดจนการต่อยอดอุตสาหกรรมชีวภาพมูลค่าสูง เช่น การผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ และพลังงานชีวมวล
สุดท้ายในส่วน “ปลายน้ำ” อยากชี้ให้เห็นถึงโอกาสทองหลังจากที่รัฐบาลอินเดียประกาศงดส่งออกน้ำตาล ซึ่งไทยในฐานะผู้ส่งออกอันดับสองต้องช่วงชิงโอกาสนี้ในการขยายตลาดส่งออกน้ำตาลทรายรักษ์โลกที่ผลิตจากอ้อยสดเกือบ 100% เพื่อรองรับมาตรการกีดกันทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมที่นับวันจะทวีความเข้มข้นขึ้นในเวทีโลก โดยมั่นใจว่าพลัง 3 ประสานจะอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยเติบโตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม