‘โรงไฟฟ้าขยะหนองแขม’ คืบหน้า 91% จ่อเดินเครื่อง มิ.ย. 69

รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมโรงไฟฟ้าขยะหนองแขม 1,000 ตัน/วัน มั่นใจเทคโนโลยีเตาเผาสะอาด ทันสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เตรียมรับขยะทดสอบระบบมิถุนายน

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม เพื่อตรวจสอบความพร้อมของอาคารหลักและระบบควบคุมการผลิต

จากการติดตามผลการดำเนินงานพบว่า ปัจจุบันโครงการมีความก้าวหน้าในภาพรวมร้อยละ 91.99 โดยงานส่วนใหญ่ประกอบด้วยการก่อสร้างสะพานขนส่งมูลฝอย ถังบำบัดน้ำเสียแบบไม่ใช้ออกซิเจน ระบบน้ำหมุนเวียนภายใน และการติดตั้งเครื่องจักรสำคัญอย่างเตาเผาหม้อไอน้ำ (Boiler) ทั้ง 2 ชุด รวมถึงการสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงเพื่อเตรียมจ่ายไฟให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และระบบสายส่งโดยการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึ่งคาดว่าโครงการจะสามารถเปิดรับขยะเข้าสู่ระบบเพื่อทดสอบการเผาไหม้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 และจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามสัญญาในเดือนพฤศจิกายน 2569

โรงไฟฟ้าขยะหนองแขม’ คืบหน้า 91%

ในการนี้ รองผู้ว่าฯ กทม. ได้ให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันผลกระทบต่อชุมชน โดยกำชับให้บริษัทผู้รับจ้างติดตั้งประตูระบบปิดบริเวณทางเข้า-ออกอาคารรับขยะเพื่อควบคุมกลิ่นอย่างเข้มงวด พร้อมเน้นย้ำมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานและการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 เช่น การล้างทำความสะอาดล้อรถบรรทุกก่อนออกจากโครงการ เพื่อลดมลพิษทางอากาศและรักษาความสะอาดในพื้นที่ใกล้เคียง

โรงไฟฟ้าขยะหนองแขม’ คืบหน้า 91%

สำหรับโครงการนี้ดำเนินการโดยบริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด บนเนื้อที่ 30 ไร่ ภายใต้รูปแบบการจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอยด้วยเทคโนโลยีเตาเผาแบบตะกรับ (Stoker Type) ซึ่งจะควบคุมความร้อนที่ 850-1,100 องศาเซลเซียส เพื่อนำพลังงานความร้อนมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าขนาด 30 เมกะวัตต์ โดยขยะจะถูกพักไว้ในบ่อระบบปิด 3-5 วันเพื่อลดความชื้นก่อนเข้าสู่กระบวนการเผาไหม้ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบในจังหวัดใกล้เคียงแล้ว ยังถือเป็นโมเดลการจัดการขยะที่เปลี่ยนมูลฝอยให้เป็นพลังงานสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเอกชนจะเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารจัดการและเดินระบบต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 20 ปี

Related posts

‘วันคุ้มครองโลก’ 22 เม.ย. รีเซ็ตโลก ก่อนภาวะโลกเดือดทำลายเรา

‘เชียงดาวโมเดล x สโตอิก’ ผสานพลังชุมชน แก้วิกฤตฝุ่น PM2.5

วิจัยเผย ‘ก้นบุหรี่’ ขยะพิษย่อยสลายยากกว่า 10 ปี