ไม่ใช่แค่เผาป่า เปิดตัวการ PM 2.5 พิษสูงรุนแรงที่คาดไม่ถึง

by Pom Pom

ไม่ใช่แค่ปริมาณที่น่ากลัว แต่คือ “ชนิดของพิษ” เปิดข้อมูลวิชาการเปรียบเทียบฝุ่น PM2.5 จากการเผาป่า vs ไอเสียรถยนต์-โรงงาน แหล่งไหนทำลายสุขภาพระยะยาวรุนแรงที่สุดที่คุณต้องระวัง

ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 กลายเป็นวิกฤตสุขภาพที่คนไทยต้องเผชิญทุกปี ด้วยขนาดที่เล็กจนสามารถแทรกซึมเข้าสู่ถุงลมปอดและกระแสเลือดได้โดยตรง แต่รู้หรือไม่ว่า “แหล่งกำเนิด” ที่ต่างกัน นำมาซึ่งความอันตรายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เปิด 3 แหล่งกำเนิดหลัก: ใครคือตัวการร้าย?

  • การเผาในที่โล่ง (เกษตร/ขยะ/ป่า): โดดเด่นด้านปริมาณที่มหาศาล กระจายวงกว้าง มีคาร์บอนอินทรีย์และสารก่อมะเร็งกลุ่ม PAHs สูง มักทำให้เกิดการอักเสบเฉียบพลันในระบบทางเดินหายใจ
  • เครื่องยนต์และการคมนาคม (โดยเฉพาะดีเซล): ฝุ่นมีขนาดเล็กมาก (Ultrafine particles) เกาะติดสารพิษได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะเขม่าดีเซล (Diesel Soot) ที่เป็นสารก่อมะเร็งโดยตรง
  • โรงงานอุตสาหกรรม: แหล่งรวมโลหะหนักและสารเคมีอนินทรีย์ เช่น สารหนู แคดเมียม และนิกเกิล ซึ่งร่างกายไม่สามารถสลายเองได้

ทำไมฝุ่นจาก “เครื่องยนต์และโรงงาน” ถึงอันตรายที่สุด?

แม้การเผาในที่โล่งจะทำให้ค่าฝุ่นพุ่งสูงจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ในเชิง “ความเป็นพิษต่อหน่วย” นักวิชาการระบุว่าฝุ่นจากเครื่องยนต์ดีเซลและอุตสาหกรรมหนักมีความร้ายแรงกว่าด้วยเหตุผลดังนี้

  • องค์ประกอบทางเคมี: มีโลหะหนักที่เป็นพิษรุนแรง สะสมในตับ ไต และสมอง
  • การแทรกซึม: ขนาดที่เล็กละเอียดกว่าฝุ่นประเภทอื่น ทำให้เข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย ส่งผลกระทบต่อหัวใจวาย อัมพาต และสมองเสื่อมได้โดยตรง
  • ผลกระทบระยะยาว: แม้ได้รับในปริมาณไม่สูงมากแต่ต่อเนื่อง จะก่อให้เกิดโรคเรื้อรังที่รักษายากกว่า

เปรียบเทียบระดับความอันตรายของฝุ่น PM2.5 ตามแหล่งกำเนิด

การเผาในที่โล่ง (ป่า/เกษตร/ขยะ)

  • ระดับความอันตราย: สูง
  • ลักษณะเด่น: มีปริมาณมหาศาลและกระจายตัวเป็นวงกว้าง มีคาร์บอนอินทรีย์และสารก่อมะเร็งสูง
  • ผลกระทบ: ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในระบบทางเดินหายใจ และเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งปอด

เครื่องยนต์และการคมนาคม (โดยเฉพาะดีเซล)

  • ระดับความอันตราย: สูงมาก
  • ลักษณะเด่น: ฝุ่นมีขนาดเล็กละเอียดมาก (Ultrafine Particles) จนแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง พร้อมเขม่าดีเซลที่เป็นสารพิษร้ายแรง
  • ผลกระทบ: เพิ่มความเสี่ยงหัวใจวาย อัมพาต และภาวะสมองเสื่อมจากการที่ฝุ่นเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต

โรงงานอุตสาหกรรม (หลอมโลหะ/ปิโตรเคมี)

  • ระดับความอันตราย: สูงรุนแรง
  • ลักษณะเด่น: มีสารอนินทรีย์และโลหะหนัก (สารหนู, แคดเมียม, นิกเกิล) สะสมสูง ซึ่งร่างกายไม่สามารถขับออกหรือสลายเองได้
  • ผลกระทบ: ทำลายอวัยวะภายในในระยะยาว เช่น ตับ ไต และระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ

ข้อแนะนำเชิงสาธารณสุข

เพื่อป้องกันผลกระทบระยะยาว เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และมะเร็งปอด ประชาชนควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน สวมหน้ากาก N95 หรือ KN95 เสมอ และกลุ่มเสี่ยง (เด็ก/ผู้สูงอายุ) ควรติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในที่พักอาศัย

แม้การเผาป่าจะทำให้ค่าฝุ่นพุ่งสูงจนน่ากลัว แต่ในเชิง “พิษสะสม” ฝุ่นจาก เครื่องยนต์ดีเซลและโรงงานอุตสาหกรรม ถือว่าอันตรายที่สุดต่อสุขภาพมนุษย์ เนื่องจากสารพิษที่เกาะมากับฝุ่นนั้นรุนแรงและทำลายร่างกายได้ลึกกว่า

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: กรมควบคุมมลพิษ และข้อมูลทางวิชาการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

Copyright @2021 – All Right Reserved.