“ชัชชาติ” เริ่มทำงานผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2 วันแรก ตั้ง 4 รองผู้ว่าฯ เดินหน้า 261 นโยบาย ให้ความสำคัญปราบทุจริต
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดตัวคณะทีมผู้บริหารหลังจากเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 17 และดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2569 ประกอบด้วย รองผู้ว่าฯ กทม. 4 คน คือ 1.รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล 2.รศ.ทวิดา กมลเวชช 3.นายศานนท์ หวังสร้างบุญ และ 4.นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดตัวคณะทีมผู้บริหารหลังจากเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 17 และดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 อย่างเป็นทางการ เมื่อ 9 ก.ค. 2569
สำหรับคณะที่ปรึกษาของผู้ว่า กทม. 9 ตำแหน่ง ประกอบด้วย 1.นายจักกพันธุ์ ผิวงาม ประธานที่ปรึกษาฯ 2.พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี 3.นายนรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร 4.พล.อ.อ.นพ.ทวีพงษ์ ปาจรีย์ 5.นายสุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ 6.นายเอกวรัญญู อัมระปาล 7.นายดนุดา จิวจินดา 8.น.ส.ลัพธวรรณ ลีรพงษ์กุล และ 9.น.ส.ณัฐพัชร ทวีวรรณบูลย์
นอกจากนี้ นายคุณานพ เลิศไพรวัลย์ เป็นเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ส่วนผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ประกอบด้วย 1.นายสิทธิชัย อรัณยกานนท์ 2.นายยุทธนา ปัญจธนศักดิ์ 3.น.ส.ภาพพิมพ์ พิมมะรัตน์ และ 4. น.ส.นริศรา สื่อไพศาล
นายชัชชาติ เปิดเผยว่า งานวันแรกหัวใจต้องถอด 261 นโยบายออกมาให้เป็นแผนปฏิบัติงาน และมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อให้ข้าราชการและลูกจ้างทุกคนรู้หน้าที่ตัวเอง สำหรับโครงการต่างๆ ที่ยังคงค้างอยู่จะต้องเร่งดำเนินงานต่อในทันที เช่น เรื่องการออกกฎระเบียบต่างๆ เรื่องศูนย์เด็กเล็ก ซึ่ง กทม.มีข้อบัญญัติแล้ว จึงต้องออกระเบียบเพื่อให้สามารถสนับสนุนศูนย์เด็กเล็กของเอกชนได้
นอกจากนี้ การรับคนป่วยเพิ่มขึ้นของศูนย์บริการสาธารณสุข หากศูนย์ใดที่ยังรับได้ไม่ถึงหมื่นก็ต้องปรับขยายขึ้น เพราะมีนโยบายที่จะเพิ่มบัตรทองให้เป็น 1,300,000 คน ส่วนการปรับระบบรอหมอที่กำหนดว่าจะรอไม่เกิน 1 ชั่วโมงนั้น คาดว่า 100 วัน จะทำได้สำเร็จ
ทั้งนี้ในช่วง 100 วันแรก แต่ละโครงการจะมีความก้าวหน้าขึ้น รวมทั้งเรื่องที่ค้างมาจากช่วงหาเสียงและเป็นเรื่องที่คนกังวลคือ เรื่องความทุจริตโปร่งใสเกี่ยวกับลู่วิ่งที่ต้องไปดำเนินการต่ออย่างเข้มงวด การเปิดเผยข้อมูลที่เป็น Machine Readable เรื่องโรงขยะอ่อนนุช ตลอดจนต่างด้าวที่มาแย่งงาน เหล่านี้จะเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อตอบโจทย์พี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด
นอกจากนั้น ยังมีนโยบายปลูกต้นไม้ 2 ล้านต้น คาดว่า 100 วันแรก ต้องปลูกอย่างน้อย 100,000 ต้นให้ได้ ประกอบกับช่วงฤดูฝุ่นที่จะมาถึงจะมีการตั้งศูนย์จัดการเผาแบบครบวงจรดูแลกรุงเทพ-ปริมณฑล ขยายการใช้ Low Emission Zone (LEZ) ให้ครอบคลุมรถปิกอัพและรถ 4 ล้อ ซึ่งต้องเริ่มทำทันที
ขณะเดียวกัน จะมีการเพิ่ม Adaptive Signaling อีกจำนวน 10 ทางแยก ปรับปรุงป้ายรถเมล์ 300 จุด แบ่งเป็นป้ายเสาเดี่ยว 200 ป้ายและแบบศาลา 100 หลัง และจากที่มีจุดเสี่ยงน้ำท่วม 737 จุด จะแก้ไขเพิ่มอีก 100 จุด ภายใน 100 วัน รวมถึงเตรียมความพร้อมอุโมงค์ระบายน้ำประเวศที่จะทำเชื่อมจากคลองประเวศมาที่บึงหนองบอน จะเร่งดำเนินการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องโซนลาดกระบัง
ด้าน Traffy Fondue จะเริ่มทำเชิงรุก คือ ใช้ระบบออกไปตรวจ ควบคู่กับให้ประชาชนแจ้งเข้ามา และสามารถตรวจสอบความคืบหน้าการสอบสวนเรื่องทุจริตคอร์รัปชันของข้าราชการ เพื่อให้ประชาชนติดตามความคืบหน้าของแต่ละเคสได้ รวมถึงเดินหน้าเสนอข้อบัญญัติเข้าสภาฯ เช่น ข้อบัญญัติการปรับปรุงอาคารเก่า ข้อบัญญัติสนับสนุนโรงเรียนผู้สูงอายุ ข้อบัญญัติเกี่ยวกับดูแลคนไร้บ้านซึ่งปัจจุบันเราไปดูแลคนไร้บ้านที่นอนบนถนนไม่ได้ จึงพยายามจะช่วยนำส่งไปยังพื้นที่ที่เหมาะสมได้อย่างไร
ตลอดจนข้อบัญญัติเกี่ยวกับการจัดการขยะต้นทาง ส่วนเรื่องหาบเร่แผงลอยจะเริ่มประชุมคณะกรรมการหาบเร่แผงรอยให้เร็วที่สุด เพื่อจะดูเกี่ยวกับเพิ่มพื้นที่ขายที่เหมาะสม อาจมีจุดผ่อนผันขนาดย่อย โดยย้ำว่าทั้ง 261 นโยบาย 100 วัน ต้องมีผลงานทุกอัน
สำหรับการขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่การเป็นเมืองระดับโลกนั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า หัวใจของเมืองคือเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งเศรษฐกิจในเมืองมี 2 ส่วน คือ เศรษฐกิจระดับที่เป็นบริษัทใหญ่ๆ ซึ่งมี 8,000 บริษัท และเศรษฐกิจฐานราก SME ซึ่งมี 500,000 กว่าคน ซึ่งต้องดูแลควบคู่ทั้ง 2 ส่วน และอาจต้องปรับแก้เรื่องกฎระเบียบต่างๆ ที่ไม่จำเป็นออก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ เพราะหัวใจของ 4 ปีนี้ ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เอากฎหมายที่ล้าสมัยทิ้งออกไป
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงเรื่องการปราบทุจริตคอร์รัปชันว่า 4 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าทำได้ดีขึ้นมาก ตัวเลขต่างๆ ชี้ว่าทำได้ดีขึ้นและต้องทำต่อ และยกให้เรื่องการปราบทุจริตคอร์รัปชันเป็นอันดับ 1 แม้เรื่องเล็กน้อยก็ไม่ละเว้นต้องเอาให้หมด เรื่องที่ค้างอยู่ก็ต้องเต็มที่
“ทีมของเรามีคนรุ่นใหม่เข้ามามาก เชื่อว่าถึงเวลาที่ต้องให้คนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง และมีผู้มีประสบการณ์ช่วยกำกับดูแล นำจุดแข็งของทั้ง 2 ส่วนมาผสมผสานกัน เพื่อสร้างผลประโยชน์ให้กับกรุงเทพมหานครให้ได้มากที่สุด” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
ทั้งนี้ นายชัชชาติ เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2569 ด้วยคะแนนเสียงรวมทั้งสิ้น 1,537,784 คะแนน โดยเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อย่างเป็นทางการ และเข้ารับตำแหน่งผู้สมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2569
