พรรคประชาชน ประกาศ 12 ภารกิจบริหารประเทศ ชูประเด็น “รับมือโลกรวน พร้อมปฏิรูปพลังงานไทย” มุ่งแก้ปัญหาน้ำท่วม-อากาศพิษ-วิกฤตขยะ พร้อมรื้อโครงสร้างไฟฟ้าทั้งประเทศ เปลี่ยนสัญญาผาสุกสู่พลังงานของประชาชน
เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ พรรคประชาชนได้จัดกิจกรรมประกาศวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน พร้อมเปิดตัวทีมบริหารและ 12 ภารกิจหลักในการบริหารประเทศ โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือภารกิจด้านที่ 11 “รับมือโลกรวน พร้อมปฏิรูปพลังงานไทย” นำเสนอโดย พูนศักดิ์ จันทร์จำปี และ ศุภโชติ ไชยสัจ ทีมบริหารพรรคประชาชนด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน
ด้านสิ่งแวดล้อม: เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนโครงสร้าง รับมือวิกฤตโลกรวน
พูนศักดิ์ จันทร์จำปี ได้นำเสนอนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยระบุว่า ปัจจุบันวิกฤตโลกรวนคือวิกฤติของประเทศอย่างแท้จริง หากย้อนกลับไปดูในรอบปีที่ผ่านมา เกิดเหตุน้ำท่วมตั้งแต่ต้นปีที่แม่สาย ต่อเนื่องมาถึงอยุธยา สุโขทัย และปลายปีที่เกิดวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่ ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนไปมากกว่า 126 คน พูนศักดิ์เน้นย้ำว่านี่ไม่ใช่ความโชคร้ายแต่คือความล้มเหลวของรัฐ
รัฐบาลประชาชนจะเปลี่ยนวิธีคิดในการแก้ปัญหา
- ออกแบบเมืองใหม่: ไม่รอให้น้ำท่วมแล้วค่อยแจกถุงยังชีพ แต่จะออกแบบเมืองให้ไม่ท่วมตั้งแต่แรก เร่งป้องกันและปรับเมืองให้พร้อมรับมือวิกฤต
- การประเมินลุ่มน้ำใหม่: นอกจากกฎหมายและแผนเตือนภัย จะมีการวางผังเมืองใหม่และประเมินลุ่มน้ำทั้ง 22 ลุ่มน้ำใหม่ทั้งหมด
- เมืองฟองน้ำและโครงสร้างธรรมชาติ: หยุดการทำลายสิ่งแวดล้อมด้วยโครงสร้างปูน (โครงสร้างสีเทา) และให้ความสำคัญกับพื้นที่ป่าชุ่มน้ำ ป่าต้นน้ำ และป่าชายเลน ในฐานะพื้นที่ป้องกันภัยพิบัติ ฟื้นฟูคืนชีวิตให้ระบบนิเวศและใช้โครงสร้างจากธรรมชาติแทน
- อากาศสะอาดและมลพิษ: รัฐบาลประชาชนมองว่าอากาศสะอาดคือสิทธิขั้นพื้นฐาน โดยจะควบคุมมลพิษต้นทางทุกชนิด ทั้งจากการเกษตรในและต่างประเทศ อุตสาหกรรม และการขนส่ง ภายใต้หลักการ “ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย” พร้อมให้อำนาจท้องถิ่นจัดการไฟป่าอย่างจริงจัง และจัดสวัสดิการประกันชีวิตให้ทีมสู้ไฟป่าทุกคน
การปฏิรูปน้ำเสียและขยะ
- ระบบบำบัดน้ำเสีย: ปัจจุบันน้ำเสียในไทยได้รับการบำบัดเพียง 10% รัฐบาลประชาชนจะอัดฉีดโครงการ 60,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับระบบบำบัดน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลให้เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งเป้าบำบัดน้ำเสียให้ได้ 60% และมีระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลอย่างน้อยหนึ่งแห่งต่ออำเภอภายใน 8 ปี
- การจัดการขยะ: ปฏิรูปกฎหมายจากการผลิต-ทิ้ง เป็นระบบรีไซเคิลเศรษฐกิจหมุนเวียน ส่งเสริมการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ยกเลิกการเทกองขยะ (ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 2,000 แห่ง) เปลี่ยนเป็นการเผาเพื่อผลิตพลังงานอย่างควบคุม และให้ผู้ผลิตร่วมรับผิดชอบซากผลิตภัณฑ์ของตนเอง เพื่อยกระดับสัดส่วนรีไซเคิลจาก 20% เป็น 50% ภายใน 12 ปี
ด้านพลังงาน ยกเครื่องโครงสร้างไฟฟ้า ทลายการผูกขาดสู่ตลาดเสรี
ศุภโชติ ไชยสัจ นำเสนอนโยบายด้านพลังงานโดยระบุว่า การจะแก้ปัญหาพลังงานอย่างจริงจังต้อง “ยกเครื่องโครงสร้างใหม่ทั้งประเทศ” เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่แท้จริง
หัวใจสำคัญของการปฏิรูปพลังงาน
- การเข้าถึงโครงข่ายที่เป็นธรรม: ทำให้ผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศได้ภายใต้กติกาเดียวกัน ไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
- แก้ไขสัญญาโรงไฟฟ้า: ปรับรูปแบบสัญญาใหม่ ให้ความสำคัญกับโรงไฟฟ้าต้นทุนต่ำ ราคาถูก และสะอาดก่อน เพื่อแก้ไขสัญญาที่ไม่เป็นธรรมในปัจจุบันและลดค่าไฟอย่างยั่งยืน
- ตลาดขายไฟเสรี: เปลี่ยนจากการวิ่งเต้นเอาสัมปทาน เป็นการแข่งกันที่ประสิทธิภาพ ผู้ใช้ไฟจะมีทางเลือกมากขึ้น มีผู้จำหน่ายรายย่อย และมีแพ็คเกจค่าไฟที่เหมาะกับความต้องการ ภาคอุตสาหกรรมจะเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้นเพื่อสู้กับภาษีคาร์บอน
- นโยบายโซลาร์เซลล์ประชาชน: ประชาชนสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้วขายไฟคืนระบบได้จริง ใครไม่มีเงินก้อนจะมีนโยบาย “สินเชื่อให้ผ่อนคืนผ่านบิลค่าไฟ”
- สร้างอุตสาหกรรมสมาร์ทกริดแสนล้าน: รัฐบาลประชาชนจะลงทุนอัพเกรดโครงข่ายไฟฟ้าใหม่เป็นระบบ Smart Grid ที่สามารถตรวจสอบการผลิตและปัญหาในสายส่งได้แบบ Real-time และควบคุมได้ทันที โดยจะไม่เป็นเพียงผู้ซื้อเทคโนโลยี แต่จะปั้นให้เกิดอุตสาหกรรมในประเทศผ่าน 7 อุปกรณ์หลัก:
- สมาร์ทมิเตอร์
- สมาร์ทอินเวอร์เตอร์
- สมาร์ทอีวีชาร์จเจอร์
- ระบบกักเก็บพลังงาน
- หม้อแปลงไฟฟ้าดิจิทัล
- สถานีไฟฟ้าอัตโนมัติ
- ซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน
การลงทุนนี้จะสร้าง “งานสีเขียว” มูลค่ากว่าแสนล้านบาท โดยใช้กลไกการลงทุนจากรัฐวิสาหกิจและความร่วมมือกับเอกชน เพื่อเปลี่ยนภาคพลังงานที่เคยเป็นของกลุ่มทุนให้เป็นของประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง


