น้ำท่วมน่านปี 2569 มีความซับซ้อนมากกว่าภาพเขาหัวโล้นที่ป่าหายไปกว่าล้านไร่ ยังมีปัจจัยจากภูมิประเทศ การใช้ที่ดินและภาวะโลกร้อนทำให้น่านจมน้ำ
ฝนตกหนักกว่าในอดีตปัจจัยกระตุ้นน้ำท่วมรุนแรง
สถานการณ์น้ำท่วมเมื่อวันที่ 19–20 ส.ค. 2569 เกิดขึ้นหลังพื้นที่ จ.น่าน มีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ว่า น่านมีฝนสะสมสูงสุดประมาณ 388 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ อ.ท่าวังผา สันติสุข และภูเพียง
ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำน่านมีอัตราการไหลสูงสุดประมาณ 2,165 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระดับน้ำบริเวณเมืองน่านสูงกว่าตลิ่งประมาณ 60 เซนติเมตร ส่วนฝั่งภูเพียงสูงกว่าตลิ่งประมาณ 1.10 เมตร
สำหรับพื้นที่ อ.ปัว สทนช.ประเมินฝนสะสม 3 วันในช่วงวันที่ 19–21 ส.ค.ไว้ที่ประมาณ 150–230 มิลลิเมตร ขณะที่ท่าวังผาอยู่ที่ 140–230 มิลลิเมตร และภูเพียง 100–290 มิลลิเมตร ซึ่งสะท้อนว่าฝนตกหนักครอบคลุมพื้นที่กว้าง ไม่ได้เกิดเฉพาะในตัวเมืองน่าน
กรมอุตุนิยมวิทยาได้เตือนล่วงหน้าว่า ช่วงวันที่ 18–21 ส.ค. 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง และเตือนให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ
นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังชี้แจงว่า ฝนหนักในน่านครั้งนี้ ไม่ใช่ปรากฏการณ์ “Rain Bomb” แต่เกิดจากอิทธิพลของร่องฝน/ร่องความกดอากาศและหย่อมความกดอากาศ ซึ่งเป็นระบบอากาศที่ทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่
ภูมิประเทศน่านทำให้น้ำจากพื้นที่สูงไหลมารวมกันอย่างรวดเร็ว
น่านมีภูมิประเทศที่ประกอบด้วย พื้นที่ภูเขา หุบเขา และระบบลำน้ำสาขาจำนวนมาก เมื่อเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบน น้ำจึงสามารถไหลลงจากพื้นที่สูงเข้าสู่ลำน้ำสาขา และไหลต่อเข้าสู่แม่น้ำน่าน
เหตุการณ์ครั้งนี้เห็นภาพดังกล่าวได้ชัดเจนจากเส้นทางของมวลน้ำที่เคลื่อนจากพื้นที่ ปัว และท่าวังผา ผ่านเมืองน่านและภูเพียง ก่อนเคลื่อนลงสู่เวียงสา ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่ต้องเตรียมรับมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบน
จึงอาจกล่าวได้ว่า ปัว และท่าวังผาไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วม แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบพื้นที่รับและระบายน้ำของลุ่มน้ำน่าน เมื่อมีน้ำจำนวนมากไหลลงมาพร้อมกันจากพื้นที่ภูเขา ความเสี่ยงที่น้ำจะล้นตลิ่งและเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนย่อมเพิ่มขึ้นและรุนแรง
ต้องยอมรับว่าการบุกรุกที่ดินทำให้ป่าที่หายไปกว่า 1.2 ล้านไร่
แน่นอน มีส่วนแน่ แต่ไม่ควรสรุปว่าเป็นสาเหตุหลักหรือสาเหตุเดียวของน้ำท่วมน่านในปีนี้ จากงานวิจัยเรื่อง “การสูญหายของพื้นที่ป่าไม้จังหวัดน่าน” ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลตั้งแต่ปี 2507–2561 พบว่า จ.น่านสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ประมาณ 1.2 ล้านไร่ ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว โดยช่วงปี 2530–2548 พื้นที่ป่าลดลงเฉลี่ยประมาณ 20,300 ไร่ต่อปี และช่วงปี 2548–2554 ลดลงเฉลี่ยประมาณ 48,600 ไร่ต่อปี ขณะที่ช่วงปี 2558–2561 พื้นที่ป่าเริ่มค่อนข้างคงที่ในช่วงประมาณ 4.56–4.65 ล้านไร่
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของน่านในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อพื้นที่ป่าถูกเปลี่ยนไปเป็นพื้นที่เกษตรหรือการใช้ประโยชน์ที่ดินรูปแบบอื่น
ป่าไม้มีบทบาทต่อระบบน้ำ เช่น ช่วยให้เกิดการซึมของน้ำลงดิน ชะลอการไหลบ่าบนผิวดิน ลดการกัดเซาะ และช่วยรักษาโครงสร้างของดิน ดังนั้น การสูญเสียป่าและการใช้ที่ดินบนพื้นที่ลาดชันสามารถเพิ่มความเปราะบางของพื้นที่ต่อการไหลบ่าและการกัดเซาะได้
อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานที่มีอยู่ ยังไม่ควรสรุปว่า “การตัดไม้ทำลายป่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น่านน้ำท่วมครั้งนี้” เพราะต้องพิจารณาปริมาณฝน ระบบลำน้ำ ภูมิประเทศ และสภาพพื้นที่ร่วมกัน
ที่สำคัญ แม้พื้นที่ต้นน้ำจะมีป่าสมบูรณ์ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกันน้ำท่วมได้ทุกกรณี เพราะเมื่อมีฝนตกหนักมากจนดินอิ่มตัว ความสามารถในการดูดซับและกักเก็บน้ำของระบบนิเวศก็มีขีดจำกัด
ดังนั้น “ป่าที่สมบูรณ์ช่วยลดความรุนแรงของน้ำหลากบางส่วน” แต่ไม่ได้หมายความว่า “การมีป่าที่สมบูรณ์จะไม่เกิดน้ำท่วม”
ภาวะโลกร้อนมีส่วนหรือไม่มากแค่ไหน?
ปัจจัยจาก “ภาวะโลกร้อน” เป็นหนึ่งในสาเหตุแน่นอน โดยเฉพาะการเพิ่มระดับความเสี่ยงของฝนตกที่จะตกหนักแบบสุดขั้ว แต่ก็ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของน้ำท่วมน่านครั้งนี้ปัจจัยเดียว
หลักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศระบุว่า อากาศที่อุ่นขึ้นสามารถกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของความรุนแรงของฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของโลก รวมถึงเอเชียด้วย
IPCC ระบุว่า ฝนตกหนักและเหตุการณ์ฝนตกหนักสุดขั้วมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ของเอเชีย ขณะที่ความรุนแรงของฝนหนักมีความสัมพันธ์กับปริมาณความชื้นในบรรยากาศที่เพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิ ซึ่งสาเหตุทางอุตุนิยมวิทยาที่เกิดขึ้นโดยตรงในวันที่ 18–20 ส.ค. 2569 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุถึงอิทธิพลของ ร่องความกดอากาศต่ำ/ร่องมรสุมและระบบความกดอากาศ ซึ่งทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่
สาเหตุน้ำท่วมน่านจากข้อมูลทั้งหมดสามารถแบ่งปัจจัยสำคัญออกเป็น 6 กลุ่ม ได้ดังนี้
1. ฝนตกหนักและตกต่อเนื่อง เป็นตัวกระตุ้นโดยตรงที่สำคัญที่สุดของเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยมีฝนสะสมใน จ.น่าน สูงถึงประมาณ 388 มม.
2. ระบบอากาศ ร่องมรสุม/ร่องความกดอากาศและระบบความกดอากาศที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดฝนหนักในพื้นที่เป็นวงกว้าง
3. ภูมิประเทศ พื้นที่ที่เป็นภูเขาและมีความลาดชันทำให้น้ำจากพื้นที่สูงไหลลงสู่ลำน้ำสาขาได้รวดเร็ว
4. ระบบลำน้ำและพื้นที่รับน้ำ น้ำจากปัว ท่าวังผา และพื้นที่ต้นน้ำเคลื่อนผ่านระบบแม่น้ำน่านลงสู่เมืองน่านและเวียงสา ทำให้พื้นที่ตอนล่างต้องรับมวลน้ำต่อเนื่อง
5. การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและการสูญเสียป่า
น่านสูญเสียพื้นที่ป่าประมาณ 1.2 ล้านไร่ในช่วงปี 2507–2561 และการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินมีผลต่อคุณสมบัติของดิน การไหลบ่า การกัดเซาะ และตะกอน จึงเป็นปัจจัยที่ควรได้รับการแก้ไขในระยะต่อไป
6. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นปัจจัยระยะยาวที่มีแนวโน้มเพิ่มความเสี่ยงของฝนสุดขั้ว แต่ยังไม่มีหลักฐานเฉพาะเพียงพอที่จะระบุว่าเป็นต้นเหตุโดยตรงของน้ำท่วมน่านในครั้งนี้
กล่าวโดยสรุป – น้ำท่วมน่านในปี 2569 ครั้งนี้ไม่อาจอธิบายด้วยสมการง่ายๆ ว่า “ตัดป่า = น้ำท่วม” แต่เป็นผลจากการซ้อนทับกันของปัญหาอย่างน้อย 6 ปัจจัย ได้แก่ ฝนตกหนัก ระบบอากาศ ภูมิประเทศ ระบบลำน้ำ การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและสภาพป่า และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ดังนั้น การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำยังคงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะป่าคือโครงสร้างพื้นฐานทางธรรมชาติที่ช่วยรักษาดิน ชะลอน้ำ และสร้างความยืดหยุ่นให้ระบบนิเวศ แต่การแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนต้องทำมากกว่าการหยุดการบุกรุกป่า โดยต้องเน้นไปถึงการบริหารจัดการทั้งลุ่มน้ำ การจัดการพื้นที่เกษตรบนพื้นที่ลาดชัน การรักษาพื้นที่รับน้ำ การวางผังเมือง ระบบเตือนภัย และการเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
อ้างอิง:
• รายงานสถานการณ์น้ำท่วมน่าน — สทนช./Thai PBS, 2569
• ประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก — กรมอุตุนิยมวิทยา, 2569
• รายงานสถานการณ์มวลน้ำจังหวัดน่าน — Thai PBS, 2569
• การสูญหายของพื้นที่ป่าไม้จังหวัดน่าน — วารสารแก่นเกษตร, 2564
• โครงการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมที่น่าน — สผ., 2568
• Climate Change 2021: The Physical Science Basis, Chapter 11 — IPCC, 2021
• Climate Change 2021: The Physical Science Basis, Chapter 12 — IPCC, 2021
• ข้อมูลสถิติพื้นที่ป่าไม้ประเทศไทยและจังหวัดน่าน — กรมป่าไม้, 2567
• ข้อมูลทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน — สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน, 2567
เครดิตภาพ: เพจ ธนพงษ์ ธรรมสอน
