วิกฤตฝุ่น กทม. ปี 68 อากาศดีแค่ 38 วัน ดันยอดป่วย ‘มะเร็งปอด’ พุ่ง 2 เท่า

by Pom Pom

วิกฤตฝุ่น กทม. สภาพัฒน์ฯ เผยปี 68 อากาศดีแค่ 38 วัน ดันยอดป่วย “มะเร็งปอด” พุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 เท่า แนะรัฐใช้ยาแรง “ภาษีความแออัด” และคุมเข้มก่อสร้างกู้วิกฤต PM2.5

คนกรุงสูดลมหายใจอันตราย! สภาพัฒน์เปิดรายงานไตรมาส 4 ปี 2568 พบสถิติน่าตกใจ กรุงเทพฯ มีอากาศดีไม่ถึง 40 วันต่อปี ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยมะเร็งปอดในเขตสุขภาพที่ 13 พุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศเกือบ 2 เท่า พร้อมแนะรัฐใช้ยาแรง “ภาษีความแออัด” และคุมเข้มก่อสร้างกู้วิกฤต PM2.5

เจาะสถิติคนกรุงฯ เสี่ยงตายสูงกว่าภาคอื่น

จากรายงานสภาวะสังคมไทยประจำไตรมาส 4 ปี 2568 โดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่น่ากังวลระหว่าง ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และ โรคมะเร็งปอด โดยพบว่าเขตสุขภาพที่ 13 หรือพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีอัตราผู้ป่วยมะเร็งปอดสูงกว่าเขตสุขภาพอื่นอย่างมีนัยสำคัญ

แม้ว่าในปี 2565 ตัวเลขผู้ป่วยจะดูเหมือนลดลง แต่เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศที่ร้อยละ 29.4 พบว่า คนกรุงเทพฯ ยังมีอัตราการป่วยสูงกว่าเกือบ 2 เท่า ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยด้านสาธารณสุขที่ไม่อาจมองข้าม

อากาศดีหายไปไหน? ปี 68 เหลือเพียง 38 วัน

ข้อมูลจาก World Air Quality Index ระบุถึงความผันผวนของสภาพอากาศในเมืองหลวงที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ:

  • ปี 2561: มีอากาศดีเพียง 20 วัน
  • ปี 2564: คุณภาพอากาศดีขึ้นเป็น 90 วัน (ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยมะเร็งปอดลดลงตาม)
  • ปี 2568 (ล่าสุด): สถานการณ์กลับเข้าขั้นวิกฤต จำนวนวันอากาศดีลดเหลือเพียง 38 วัน

วิกฤตฝุ่นพิษในช่วงเดือนธันวาคม-พฤษภาคม ส่งผลให้ในปี 2568 มี ผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่เฉลี่ยถึง 52 รายต่อวัน และมีตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงถึง 41 รายต่อวัน

มากกว่ามะเร็งปอด: ผลกระทบสะสม 10.4 ล้านรายทั่วประเทศ

ไม่เพียงแต่มะเร็งปอดเท่านั้น ฝุ่น PM2.5 ยังเป็น “เพชฌฆาตเงียบ” ที่ส่งผลกระทบต่อระบบร่างกายในระยะยาว ได้แก่:

  • โรคระบบทางเดินหายใจและหัวใจ
  • โรคสมองเสื่อม
  • โรคผิวหนังและโรคตา

โดยในช่วงปี 2564-2568 มีคนไทยได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศเฉลี่ยปีละกว่า 10.4 ล้านราย ทั่วประเทศ

ทางออกเชิงรุก: “ภาษีความแออัด” และมาตรการคุมก่อสร้าง

สศช. เสนอว่าถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องมีกลไกจัดการคุณภาพอากาศที่เข้มงวดมากขึ้น โดยยกโมเดลจากต่างประเทศมาปรับใช้ อาทิ:

  • Congestion Charge (ภาษีความแออัด): เลียนแบบโมเดลกรุงลอนดอน โดยการเก็บค่าธรรมเนียมรถยนต์ส่วนบุคคลในอัตราสูงเมื่อขับเข้าเขตเมืองชั้นใน เพื่อลดปริมาณไอเสีย
  • มาตรการระงับงานก่อสร้าง: สั่งหยุดหรือชะลอโครงการก่อสร้างที่ก่อฝุ่นสูงทันทีในช่วงที่ค่าอากาศอยู่ในระดับวิกฤต

Copyright @2021 – All Right Reserved.