‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ ไปต่อหรือพอแค่นี้? วิเคราะห์ 2 ฉากทัศน์สู้ฝุ่นพิษ

by Pom Pom

เครือข่ายอากาศสะอาดฯ จับตาเส้นตาย 60 วัน หลังรัฐบาลส่งสัญญาณเดินหน้า พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. … เปิด 2 ฉากทัศน์กฎหมายที่ “ฆ่าไม่ตาย” ท่ามกลางความกังวลว่าเสียงของประชาชนจะถูกกลืนหายในชั้นกรรมาธิการหรือไม่?

วิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ทำให้กฎหมายที่มุ่งเน้นการจัดการอากาศสะอาดกลายเป็นที่จับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะ ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. … ที่ค้างอยู่ในกระบวนการมาตั้งแต่ยุครัฐบาลเดิม ซึ่งขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันจะตัดสินใจ “เดินหน้าต่อ” หรือปล่อยให้ “ปัดตก” ไปตามเงื่อนไขของเวลา

“กฎหมายที่ฆ่าไม่ตาย” เพราะตราบใดที่มนุษย์ยังต้องหายใจ

รศ.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม นายกสมาคมเครือข่ายอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ ได้สะท้อนมุมมองผ่านเวทีรับฟังเสียงสาธารณะ “กฎหมายไหนต้องไปต่อ เสียงประชาชนถึงรัฐสภาชุดใหม่” โดยระบุว่า แม้ที่ผ่านมาจะมีนักการเมืองบางส่วนแสดงท่าทีไม่ยอมรับร่างกฎหมายฉบับนี้และตั้งคำถามมากมาย แต่ยืนยันว่า คำตอบเหล่านั้นถูกบรรจุอยู่ในตัวกฎหมายอย่างครบถ้วนแล้ว

“พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ เป็นสิ่งที่ฆ่าไม่ตาย เพราะตราบใดที่มนุษย์ยังคงหายใจ สิ่งที่ต้องใช้หายใจคืออากาศสะอาด กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติของมนุษย์จะไม่มีวันสูญหาย แต่อาจถูกปรับแต่งจนไม่เหลือความเป็นกฎหมายที่ใช่”

รศ.คนึงนิจ ย้ำว่า กฎหมายนี้ไม่ใช่เพียงเครื่องมือบังคับใช้ แต่เป็นเครื่องมือทางนโยบายและสังคมที่ให้ทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกัน และไม่ควรถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ไม่ว่าจะในหรือนอกสภาฯ

เปิด 2 ฉากทัศน์: อนาคตอากาศสะอาดในกำมือรัฐสภา

จากการกดดันของสังคม รัฐบาลได้ยืนยันว่า จะนำร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ที่ค้างอยู่ในชั้นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มาพิจารณาต่อภายใน 60 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ โดยสามารถวิเคราะห์ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นได้เป็น 2 เส้นทาง ดังนี้:

ฉากทัศน์ที่ 1: รัฐสภาเห็นชอบให้เดินหน้าต่อ

หากรัฐสภา (สส. และ สว.) โหวตผ่าน กรรมาธิการในชั้น สว. จะพิจารณาจนเสร็จสิ้น

  • กรณีมีการปรับแก้: จะส่งกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎร หาก สส. ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ต้องตั้งกรรมาธิการร่วม 2 สภา
  • ผลลัพธ์: กฎหมายจะออกมาตามมติเสียงข้างมากในขณะนั้น ซึ่งมีความกังวลว่า “หน้าตา” ของกฎหมายอาจถูกปรับเปลี่ยนไปจากร่างเดิมก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ

ฉากทัศน์ที่ 2: รัฐสภาไม่เห็นชอบ หรือ “ปัดตก”

หากรัฐสภาโหวตไม่ผ่าน ทุกร่างที่ค้างอยู่จะตกไปทันที

  • ความซับซ้อนทางข้อกฎหมาย: รศ.คนึงนิจ ตั้งข้อสังเกตว่า หากรัฐบาลยืนยันเดินหน้าแต่สภาไม่เอาด้วย อาจส่งผลให้ภาคประชาชนไม่สามารถใช้สิทธิตาม มาตรา 14 พ.ร.บ.เข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. 2564 เพื่อยื่นร่างใหม่ได้ทันที
  • อุปสรรคของภาคประชาชน: หากต้องเริ่มกระบวนการใหม่ รัฐบาลและพรรคการเมืองสามารถเสนอร่างใหม่ได้ทันที แต่ภาคประชาชนต้องเสียเวลา “รวบรวมรายชื่อใหม่” ทั้งหมด ทำให้เสียโอกาสในการเข้าไปมีส่วนร่วมในชั้นกรรมาธิการตามสัดส่วนที่ควรจะเป็น

เจาะลึกเนื้อหา: กฎหมายที่ UN ยอมรับว่า “ทันสมัยที่สุด”

ทางด้าน นายเชาวลิต แจ้งอักษร ผู้อำนวยการส่วนพัฒนากฎหมาย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ระบุว่า กรมฯ เห็นด้วยอย่างยิ่งกับร่างฉบับนี้ เนื่องจากเป็นกฎหมายที่ครอบคลุมและทันสมัยจนองค์การสหประชาชาติ (UN) ให้การยอมรับ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • โครงสร้างเข้มแข็ง: มี 273 มาตรา 10 หมวด และคณะกรรมการบริหารจัดการถึง 5 คณะ
  • กระจายอำนาจ: กำหนดให้ทุกจังหวัดมี “คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด” เพื่อจัดการมลพิษตามสภาพพื้นที่
  • มาตรฐานคุณภาพอากาศ: มีการกำหนดทั้งมาตรฐานหลัก (Primary Standard) และมาตรฐานเพื่อสวัสดิภาพ (Secondary Standard)
  • เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์: มีระบบ “ฝากไว้ได้คืน” และกองทุนอากาศสะอาด
  • บทลงโทษที่รุนแรง: กำหนดความรับผิดทางแพ่งไปถึง “สถาบันการเงิน” หากปล่อยกู้ให้กิจการที่สร้างมลพิษ โดยมีโทษทางอาญาสูงสุดถึง 50-100 ล้านบาท

เครือข่ายอากาศสะอาดฯ และแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (FFT) เรียกร้องให้การพิจารณาครั้งนี้ปราศจาก “ธง” หรือผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง และต้องการให้รัฐบาลเปิดพื้นที่รับฟังภาคประชาชนอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงการตอบรับในเชิงพิธีกรรม แต่ต้องให้ตัวแทนภาคประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในชั้นการพิจารณา เพื่อให้มั่นใจว่ากฎหมายที่ออกมาจะเป็น “กฎหมายอากาศสะอาดที่ใช่” และสามารถปกป้องสิทธิในการหายใจของประชาชนได้จริง

อ้างอิง :

https://www.facebook.com/FairFinanceThailand

Copyright @2021 – All Right Reserved.