กรมชลฯ แจงด่วนยันสร้างอ่างวังโตนดคู่การอนุรักษ์ พร้อมดูแลช้างป่า

by Chetbakers

กรมชลฯ เดินหน้า “อ่างวังโตนด” ควบคู่ EHIA และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมฟื้นฟูถิ่นอาศัยสัตว์ป่า รักษาผืนป่า และลดความขัดแย้งคนกับช้าง

เมื่อเวลา 16.21 น. วันที่ 17 ส.ค. 2569 เพจกรมชลประทานได้โพสต์ข้อความชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลและภาพจำลองโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุถึงขนาดความจุอ่าง พื้นที่น้ำท่วม พื้นที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงผลกระทบต่อป่าไม้และสัตว์ป่า ยืนยันข้อมูลโครงการที่ใช้ดำเนินการเป็นข้อมูลตามรายงาน EHIA และผ่านกระบวนการพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว พร้อมดำเนินมาตรการลดผลกระทบและดูแลระบบนิเวศอย่างรอบด้าน

กรมชลประทานขอชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถตรวจสอบได้ โดยโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เป็นเขื่อนดินมีความจุที่ระดับเก็บกักปกติ 99.50 ล้าน ลบ.ม. สามารถสนับสนุนพื้นที่ชลประทานได้ประมาณ 87,700 ไร่ ภายหลังการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ได้มีการปรับลดพื้นที่โครงการจากเดิมประมาณ 14,600 ไร่ เหลือประมาณ 11,982 ไร่

ดังนั้น ข้อมูลที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยใช้ภาพจำลองและระบุว่า โครงการมีความจุอ่างเก็บน้ำ 260 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่น้ำท่วม 45,000 ไร่ และมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 120,000 ไร่ จึงไม่สอดคล้องกับข้อมูลโครงการฯ และรายงาน EHIA ที่ใช้ประกอบโครงการดังกล่าว

สำหรับประเด็นการผันน้ำจากลุ่มน้ำคลองวังโตนดไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง กรมชลประทานได้พิจารณาสมดุลน้ำของทั้งระบบ โดยในอนาคต หากอ่างเก็บน้ำคลองประแกด อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว และอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ก่อสร้างครบทั้ง 4 แห่ง รวมถึงระบบกระจายน้ำแล้วเสร็จ กรมชลประทานจะพิจารณาผันเฉพาะน้ำส่วนที่เกินความจำเป็นต่อความต้องการใช้น้ำด้านท้ายน้ำของจุดสูบน้ำในช่วงฤดูฝน เฉลี่ยประมาณ 56 – 70 ล้าน ลบ.ม. ต่อปี เพื่อสนับสนุนพื้นที่จังหวัดระยองและพื้นที่ใกล้เคียงในช่วงที่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำ

ทั้งนี้ การผันน้ำดังกล่าวไม่ได้จะถูกนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมโดยทันที เนื่องจากการจัดสรรน้ำต้องผ่านกลไกของคณะกรรมการลุ่มน้ำ และคำนึงถึงความต้องการใช้น้ำของประชาชนในพื้นที่ต้นทางเป็นสำคัญ ปัจจุบันยังไม่สามารถทำการผันน้ำได้ เนื่องจากกลุ่มผู้ใช้น้ำในลุ่มน้ำคลองวังโตนดมีข้อเรียกร้องให้กรมชลประทานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำทั้ง 4 แห่งและระบบกระจายน้ำให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ก่อน จึงจะยินยอมให้มีการผันน้ำ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2552

อย่างไรก็ตาม หากเกิดวิกฤตภัยแล้งและมีความจำเป็นต้องผันน้ำ กลุ่มผู้ใช้น้ำโดยคณะทำงานลุ่มน้ำแม่น้ำวังโตนด มีความแสดงความยินดีที่จะผ่อนปรนให้มีการผันน้ำเป็นกรณีเฉพาะกิจต่อไป

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่ากรมชลประทานได้ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการศึกษา EHIA ของโครงการได้ดำเนินการตามหลักวิชาการ และผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) แล้ว ซึ่งจะปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ในรายงานอย่างเคร่งครัด

รวมทั้งกำหนดมาตรการเพิ่มเติมตามข้อเสนอแนะของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อป้องกัน ลด และบริหารจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างเหมาะสม สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับช้างป่าและสัตว์ป่า กรมชลประทานจะบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการฟื้นฟูถิ่นอาศัย แหล่งอาหาร และแหล่งน้ำ การรักษาความเชื่อมโยงของพื้นที่ป่า รวมถึงมาตรการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า เพื่อให้การพัฒนาแหล่งน้ำสามารถเดินหน้าควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างเหมาะสม

ท้ายที่สุดนี้ กรมชลประทาน ยืนยันว่า พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ยินดีเปิดเผยและชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการฯ อย่างรอบด้าน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง มีส่วนร่วมในการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนควบคู่กับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนสืบไป

Copyright @2021 – All Right Reserved.