เงินทุนระหว่างประเทศปัจจัยหนุน ดันแผนปรับตัวรับมือโลกเดือดที่เป็นจริง

by Admin

COP31 จะผลักดันการใช้ตัวชี้วัด 59 รายการ เพื่อประเมินว่าประเทศต่าง ๆ สามารถปรับตัวรับมือผลกระทบจากโลกร้อนในแต่ละด้านได้แค่ไหน ซึ่งเป็นความท้าทาย โดยเฉพาะเงินทุนระหว่างประเทศที่ก้าวหน้า จะสนับสนุนแผนการปรับตัวของแต่ละประเทศให้สามารถลดความเสี่ยงและความเสียหายที่จะเกิดกับประชาชนที่เป็นจริงมากยิ่งขึ้น

การติดตามความก้าวหน้าในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีกรอบการประเมินที่ชัดเจนขึ้น หลังการประชุม COP30 ที่ประเทศบราซิล เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 รับรองตัวชี้วัดการปรับตัวเบเลง (Belém Adaptation Indicators) จำนวน 59 รายการ เพื่อใช้ติดตามความก้าวหน้าตามเป้าหมายด้านการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับโลก ขณะที่การประชุม COP31 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–20 พฤศจิกายน 2026 ณ เมืองอันตัลยา ประเทศตุรกี จะเป็นอีกเวทีสำคัญในการหารือความก้าวหน้าและแนวทางดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (1) (2) (3)

การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation) มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัว เสริมสร้างความยืดหยุ่น ลดความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การจัดการทรัพยากรน้ำ ความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพ ระบบนิเวศ โครงสร้างพื้นฐาน และการดำรงชีพ การมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนจึงช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สามารถติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงาน และใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนมาตรการปรับตัวให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของแต่ละประเทศ(2) (3)

ตัวชี้วัดเบเลงทั้ง 59 รายการครอบคลุมเป้าหมายด้านการปรับตัวทั้งในมิติรายประเด็นและมิติเชิงกระบวนการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการติดตามความก้าวหน้าตามเป้าหมายด้านการปรับตัวระดับโลก ซึ่งตัวชี้วัดเป็นแนวทางสมัครใจที่ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ตามบริบทและความพร้อมของตนเอง ไม่ใช่ข้อบังคับให้ทุกประเทศดำเนินงานในรูปแบบเดียวกัน ดังนั้น ประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อน COP31 จึงไม่ใช่การกำหนดตัวชี้วัดขึ้นใหม่ แต่เป็นการพัฒนาวิธีการวัดและการรายงานผลให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง (2)

อย่างไรก็ตาม การมีตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ หากขาดวิธีการวัดผลและข้อมูลที่เหมาะสม รายงานทางเทคนิคของ UNFCCC ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ระบุว่า จากตัวชี้วัด 59 รายการ มีเพียง 8 รายการที่มีวิธีการวัดระดับโลกพร้อมใช้  ต่อมาคือ 29 รายการมีวิธีการวัดที่พร้อมใช้บางส่วน และ 21 รายการยังไม่มีวิธีการวัดระดับโลก แต่สามารถรายงานโดยใช้ข้อมูลและเกณฑ์ที่ประเทศกำหนดเองได้ และอีก 1 รายการยังไม่มีวิธีการวัด ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบข้อมูลและแนวทางประเมินผล เพื่อให้การติดตามความก้าวหน้าด้านการปรับตัวมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น (4)

ด้วยเหตุนี้ COP31 จึงมีความสำคัญต่อการหารือแนวทางขับเคลื่อนตัวชี้วัดไปสู่การใช้งานจริง โดยเฉพาะการกำหนดวิธีวัดผลและการใช้ข้อมูลของแต่ละประเทศเพื่อประเมินความก้าวหน้าระดับโลก ขณะเดียวกันกระบวนการ Belém–Addis Vision on Adaptation จะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ มีแนวทางติดตามและรายงานผลการปรับตัวที่ชัดเจนยิ่งขึ้น(2) (3) (4)

นอกจากความท้าทายด้านข้อมูลแล้ว เงินทุนยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสามารถในการดำเนินมาตรการปรับตัว รายงาน Adaptation Gap Report 2025 ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ประเมินว่า ประเทศกำลังพัฒนาต้องการเงินทุนเพื่อการปรับตัวประมาณ 310 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีภายในปี 2035 แต่เมื่อประเมินจากความต้องการที่ขยายจากข้อมูลในแผนการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDCs) และแผนการปรับตัวแห่งชาติ (NAPs) เงินทุนสาธารณะระหว่างประเทศที่ได้รับในปี 2023 มีเพียง 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ความต้องการเงินทุนสูงกว่าระดับเงินที่ได้รับประมาณ 12-14 เท่า ช่องว่างดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การขับเคลื่อนแผนปรับตัวให้เกิดผล จำเป็นต้องอาศัยทั้งกรอบประเมินที่ชัดเจนและการสนับสนุนทางการเงินที่เพียงพออีกด้วย (5)

สำหรับประเทศไทย การขับเคลื่อนการปรับตัวสามารถต่อยอดจากแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan: NAP) ซึ่งครอบคลุม 6 สาขา ได้แก่ การจัดการทรัพยากรน้ำ การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว สาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ แผนดังกล่าวกำหนดให้มีการติดตามผลเพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงนโยบาย ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับตัวชี้วัดระดับโลกได้ (6)

ขณะเดียวกัน กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินงานพัฒนาฐานข้อมูลและระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวรายสาขา โดยรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องและแบ่งตัวชี้วัดออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มติดตาม (Monitoring) ซึ่งใช้ติดตามผลการดำเนินงานของโครงการหรือกิจกรรม และกลุ่มประเมินผล (Evaluation) ซึ่งใช้ประเมินผลสัมฤทธิ์ต่อเป้าหมายด้านการปรับตัวระดับชาติ นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำแนวทางและคู่มือเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำตัวชี้วัดไปใช้ประโยชน์ได้ โดยกรมฯ มีแผนพัฒนาฐานข้อมูลกลางในปี 2026 เพื่อสนับสนุนการจัดทำรายงานและการทบทวนแผนด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ(7)

การประชุม COP31 จึงเป็นโอกาสสำคัญในการติดตามความก้าวหน้าจากการรับรองตัวชี้วัดเบเลง และหารือแนวทางแก้ไขข้อจำกัดด้านข้อมูล วิธีการประเมิน และเงินทุน ซึ่งล้วนมีผลต่อการนำแผนปรับตัวไปปฏิบัติให้เกิดผลจริง สำหรับประเทศไทย การเชื่อมโยงตัวชี้วัดระดับโลกเข้ากับแผน NAP และระบบติดตามประเมินผลที่กำลังพัฒนา จะช่วยต่อยอดทั้งด้านการดำเนินงานและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถรับมือกับความเสี่ยงและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนในระยะยาว (2) (4) (5) (6) (7)

________________________________________

อ้างอิง:

(1) UN Climate Change Conference – Antalya, November 2026 | UNFCCC

https://unfccc.int/cop31

(2) Decision 12/CMA.7 – Global Goal on Adaptation and Belém Adaptation Indicators | UNFCCC https://unfccc.int/sites/default/files/resource/cma2025_19_a02.pdf

(3) Global Goal on Adaptation | UNFCCC

https://unfccc.int/topics/adaptation-and-resilience/workstreams/gga

(4) Targets Outlined in Decision 2/CMA.5 and the Belém Adaptation Indicators – Technical Paper FCCC/TP/2026/4 | UNFCCC

https://unfccc.int/sites/default/files/resource/tp2026_04.pdf

(5) Adaptation Gap Report 2025 | UNEP

https://www.unep.org/en/publications/report/adaptation-gap-report-2025

(6) แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) | กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม https://www.dcce.go.th/23694/

(7) กรมลดโลกร้อน บูรณาการหน่วยงานกำหนดตัวชี้วัดการปรับตัวฯ พัฒนาระบบติดตามประเมินผลรายสาขาของประเทศไทยสู่เป้าหมายระดับโลก | กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม https://www.dcce.go.th/3239

Copyright @2021 – All Right Reserved.