รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช เตือนไทยเตรียมรับมือ “เอลนีโญ” รุนแรง เริ่ม มิ.ย. 69 ลากยาวถึงปีหน้า ชี้อุณหภูมิโลกเสี่ยงทุบสถิติสูงสุดในรอบ 176 ปี พร้อมเฝ้าระวังวิกฤตขาดแคลนน้ำและฝุ่น PM2.5 ทั่วทุกภูมิภาค
จากข้อมูลล่าสุดโดย รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์สภาพภูมิอากาศที่น่ากังวลว่า ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” (El Niño) อย่างเต็มตัว ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป และมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงขีดสุดในช่วงเดือนธันวาคม 2569 ถึงมกราคม 2570 โดยมีความน่าจะเป็นที่จะเกิดเอลนีโญระดับรุนแรงสูงถึง 51% และระดับรุนแรงมากถึง 25% ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งในด้านอุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝน และปัญหามลพิษทางอากาศ
วิกฤตความร้อนและภัยแล้งที่ขยายวงกว้าง
ปรากฏการณ์เอลนีโญในครั้งนี้ จะทำให้สภาพอากาศร้อนและแล้งกว่าปกติ โดยองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) คาดการณ์ว่า ปี 2569 มีโอกาสสูงถึง 98.4% ที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะพุ่งสูงติดอันดับ 1 ใน 5 ในรอบ 176 ปี สำหรับประเทศไทยจะเผชิญกับสภาวะฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติเกือบทุกภูมิภาคในช่วงเริ่มต้นฤดูฝน (พ.ค. 69) ส่งผลให้ฤดูฝนอาจมาช้ากว่าที่ควรจะเป็น แม้ในช่วงกลางปีจะมีฝนเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ แต่ภาพรวมยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภาคใต้ที่เสี่ยงฝนน้อยติดต่อกันถึง 3 เดือน (ส.ค.-ต.ค. 69) และภาคตะวันออกที่อาจต้องสำรองน้ำไว้ใช้ข้ามปี
สัญญาณเตือนภัยฝุ่นพิษ PM2.5
ไม่เพียงแต่ภัยแล้งและความร้อน เอลนีโญยังทำให้อาการ “โลกรวน” รุนแรงขึ้น โดยพี่น้องในภาคใต้ต้องเตรียมรับมือฝุ่นพิษ PM2.5 (สารก่อมะเร็งกลุ่ม 1) ที่พัดมาจากอินโดนีเซียในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2569 ขณะที่ภาพรวมของประเทศในช่วงต้นปี 2570 สถานการณ์ฝุ่นจะหนักหน่วงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากกำลังของเอลนีโญที่เพิ่มขึ้นทำให้สภาพอากาศปิดและเอื้อต่อการสะสมของมลพิษ
สรุปไทม์ไลน์และข้อควรปฏิบัติ
- มิ.ย. 69: เริ่มเข้าสู่เฟสเอลนีโญ ฝนอาจทิ้งช่วงในบางพื้นที่
- ก.ค. – ก.ย. 69: ภาคใต้เฝ้าระวังฝุ่นควันข้ามพรมแดนจากอินโดนีเซีย
- ธ.ค. 69 – ม.ค. 70: ช่วงพีคของเอลนีโญ อากาศร้อนจัดและแล้งรุนแรง
- ม.ค. – เม.ย. 70: วิกฤตฝุ่น PM2.5 รุนแรงกว่าปี 2569
เกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุมตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากความผันผวนของสภาพอากาศมีสูง แม้ผลพยากรณ์จากหลายสำนักจะมีความแม่นยำขึ้นตามระยะเวลาที่ใกล้เข้ามา แต่การเตรียมพร้อมรับมือล่วงหน้าคือทางออกที่ดีที่สุดในการลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่กำลังจะเกิดขึ้น
อ้างอิง :



