เจาะโพล TEI เผย คนไทย 88% บอบช้ำจากปัญหาสิ่งแวดล้อม

by Pom Pom

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เผยผลสำรวจ “เสียงคนไทย 2568” พบประชาชนกว่า 88% บอบช้ำจากปัญหาสิ่งแวดล้อม จี้พรรคการเมืองดัน “กฎหมายอากาศสะอาด-จัดการน้ำ-Zero Waste” เป็นวาระแห่งชาติรับเลือกตั้ง 2569

ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น “โจทย์ใหญ่” ที่จะตัดสินอนาคตของการเมืองไทย เมื่อสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่าง TBCSD, Thai SCP และไทยพีบีเอส เปิดเวทีดีเบต “TEI: Thai Envi Next: ผ่าโจทย์สิ่งแวดล้อมกับพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง 2569” เพื่อสะท้อนภาพรวมวิกฤตที่ประเทศกำลังเผชิญ

เปิด 3 วิกฤตใหญ่ ปี 2568: เมื่อโลกและไทยมาถึงจุดเปลี่ยน

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ได้สรุปสถานการณ์สิ่งแวดล้อมไทยในปีที่ผ่านมา โดยระบุว่า เรากำลังเผชิญกับ “Triple Crisis” หรือวิกฤต 3 ด้านที่เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก

  • วิกฤตสภาพภูมิอากาศ (Climate Change): การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สะสมทำให้อุณหภูมิโลกพุ่งสูง ส่งผลให้ไทยเจอทั้งน้ำท่วมและภัยแล้งที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม
  • วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพ: การระบาดของชนิดพันธุ์ต่างถิ่น เช่น “ปลาหมอคางดำ” ที่ทำลายระบบนิเวศและสั่นคลอนความมั่นคงทางอาหาร
  • วิกฤตมลพิษ: ปัญหาฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน ขยะพลาสติก และไมโครพลาสติกที่ปนเปื้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร กระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง

เสียงจากประชาชน: 88% ได้รับผลกระทบโดยตรง

จากผลสำรวจ “เสียงคนไทย 2568: วิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ต้องเร่งแก้!” จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ พบตัวเลขที่น่าตกใจว่าประชาชนถึง 88% ได้รับผลกระทบในระดับปานกลางถึงรุนแรง ทั้งในแง่ของสุขภาพ รายได้ที่ลดลง และทรัพย์สินที่เสียหาย

3 ปัญหาที่คนไทยกังวลมากที่สุด

  • อันดับ 1: มลพิษทางอากาศ (PM2.5) – 42%
  • อันดับ 2: การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ – 22%
  • อันดับ 3: มลพิษขยะและของเสีย – 15%

สิ่งที่อยากเห็นจาก “พรรคการเมือง” ในการเลือกตั้ง 2569

ผลสำรวจยังสะท้อนความต้องการเชิงนโยบายที่พรรคการเมืองต้องบรรจุไว้ในแผนหาเสียง หากต้องการชนะใจประชาชน โดย 3 อันดับแรกที่ต้องการให้ผลักดันมากที่สุด คือ

  • กฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act): เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นพิษอย่างยั่งยืน
  • การจัดการน้ำทั้งระบบ: ปรับปรุงผังเมือง ป้องกันน้ำท่วม-น้ำแล้งอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การจัดการขยะครบวงจร (Zero Waste): สร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ใช้งานได้จริง

“นโยบายสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ประเด็นรองทางการเมืองอีกต่อไป แต่คือโครงสร้างพื้นฐานของอนาคตประเทศและความอยู่รอดที่รัฐต้องยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ” — ดร.วิจารย์ สิมาฉายา

สรุปหมัดเด็ด 9 พรรคการเมือง: นโยบายสิ่งแวดล้อม 2569

  • รวมไทยสร้างชาติ (เบอร์ 6): ยุติขยะนำเข้า, ดันภาษีคาร์บอน, เปิดโซลาร์เสรี และยกระดับอาชีพซาเล้ง
  • พรรคพลวัต (เบอร์ 7): ชูสิทธิมนุษยชนด้านอากาศสะอาด, ใช้การทูตเชิงรุกแก้ฝุ่นข้ามพรมแดน และคว่ำบาตรสินค้าทำลายป่า
  • พรรคเพื่อไทย (เบอร์ 9): มุ่งสู่ Net Zero 2050, ลงทุน Mega Projects จัดการน้ำครบวงจร และสร้างเศรษฐกิจ Green Premium
  • พรรคประชาธิปัตย์ (เบอร์ 27): ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว, ใช้ฉลากคาร์บอนเพิ่มพลังการแข่งขัน และดันการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวภาครัฐ
  • พรรคภูมิใจไทย (เบอร์ 37): “Green Economy Plus” ลดรายจ่ายด้วยโซลาร์รูฟท็อป, แก้ขยะทะเล และลดฝุ่น PM2.5 เพื่อส่งต่อโลกให้ลูกหลาน
  • พรรคโอกาสใหม่ (เบอร์ 44): “Green No Grey” เน้นความโปร่งใสในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน และสร้างมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่แข่งขันได้จริง
  • พรรคประชาชน (เบอร์ 46): เร่งเป้า Net Zero ให้เร็วขึ้น 15 ปี, กระจายอำนาจท้องถิ่นสู้ไฟป่า และใช้ศูนย์ข้อมูลมลพิษแบบเรียลไทม์
  • พรรคไทยสร้างไทย (เบอร์ 48): สร้างสมดุลปากท้องเกษตรกร, ใช้เกณฑ์ EPR เปลี่ยนขยะพิษเป็นรายได้ และลงโทษผู้ก่อมลพิษเด็ดขาด
  • พรรคไทยก้าวใหม่ (เบอร์ 49): แก้รัฐธรรมนูญให้สิ่งแวดล้อมเป็นหน้าที่รัฐ, ปราบโรงงานปล่อยพิษ และวางโครงสร้างพื้นฐานป้องกัน กทม. จมน้ำ

Copyright @2021 – All Right Reserved.