วิกฤตอากาศโลก 2025 เมืองทั่วโลกสอบตกเกณฑ์ WHO พุ่ง 86% ขณะที่ไทยดีขึ้นในรอบ 5 ปี แต่ยังเกิน 3.8 เท่า รั้งอันดับ 48 ของโลก
IQAir เผยรายงานคุณภาพอากาศโลกปีล่าสุด พบสัญญาณอันตรายเมื่อความก้าวหน้าในการลดมลพิษเริ่มชะลอตัว ผลจากไฟป่าและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะที่ประเทศไทยรั้งอันดับ 48 ของโลก แม้ค่าฝุ่นเฉลี่ยจะต่ำสุดในรอบ 5 ปี แต่ “อ้อมน้อย-มาบตาพุด-แม่สาย” ยังน่าห่วง แบกภาระฝุ่นพิษเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์โลก: ช่องว่างข้อมูลและผลกระทบจาก Climate Change
IQAir รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศโลกประจำปีครั้งที่ 8 (World Air Quality Report 2025) จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถานีตรวจวัด 9,446 เมือง ใน 143 ประเทศ พบว่าคุณภาพอากาศโลกกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยมีเพียง 14% ของเมืองทั่วโลกเท่านั้นที่ปฏิบัติตามเกณฑ์ PM2.5 ของ WHO (ไม่เกิน 5 g/m) ซึ่งลดลงจาก 17% ในปีที่ผ่านมา
สถิติที่น่าสนใจระดับโลก
- ประเทศที่มลพิษสูงสุด: ปากีสถาน (67.3 g/m) นำโด่งเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยบังกลาเทศ และทาจิกิสถาน
- เมืองที่มลพิษที่สุด: เมืองโลนี ประเทศอินเดีย (112.5 g/m) สูงกว่าเกณฑ์ WHO ถึง 22 เท่า
- เมืองที่สะอาดที่สุด: เมืองนิววูดวิลล์ แอฟริกาใต้ บันทึกค่าฝุ่นได้เพียง 1.0 g/m
- กลุ่มประเทศตัวอย่าง: มีเพียง 13 ประเทศ/ดินแดนที่สอบผ่านเกณฑ์ WHO เช่น ออสเตรเลีย, ไอซ์แลนด์, เอสโตเนีย และกลุ่มประเทศหมู่เกาะ
ไฟป่าและฝุ่นข้ามพรมแดน: ตัวแปรใหม่ที่ควบคุมไม่ได้
รายงานเน้นย้ำว่า “ไฟป่า” กลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำลายคุณภาพอากาศในหลายทวีป โดยเฉพาะในแคนาดาที่เผชิญฤดูกาลไฟป่ารุนแรงเป็นอันดับสอง ส่งผลกระทบไกลถึงสหรัฐฯ และบางส่วนของยุโรป ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์และกรีซมีค่าฝุ่นพุ่งสูงกว่า 30% จากควันไฟป่าข้ามทวีปและฝุ่นจากทะเลทรายซาฮารา
เจาะลึกประเทศไทย: สถิติดีขึ้นแต่ยัง “สอบตก” เกณฑ์ความปลอดภัย
สถานการณ์ในประเทศไทยปี 2568 มีทิศทางดีขึ้นเล็กน้อย โดยอยู่อันดับที่ 48 ของโลก (ดีขึ้นจากอันดับ 45) และมีค่าเฉลี่ย PM2.5 รายปีอยู่ที่ 17.8 g/m ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี
กรุงเทพมหานคร: รั้งอันดับ 45 เมืองมลพิษสูงของโลก มีค่าฝุ่นเฉลี่ย 17.6 g/m แม้จะลดลงจากปีก่อนแต่ยังคงสูงกว่าค่าแนะนำของ WHO ถึง 3.8 เท่า
พื้นที่วิกฤตในไทย (Hotspots):
- เขตอ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร: 32.2 g/m (สูงสุดในประเทศ)
- ต.มาบตาพุด จ.ระยอง: 27.9 g/m
- อ.แม่สาย จ.เชียงราย: 27.7 g/m
- จ.ยโสธร: 27.7 g/m
ข้อควรระวัง: แม้จังหวัดขอนแก่นจะมีค่าเฉลี่ยรายปีสูงสุดในบรรดาเมืองใหญ่ (19.5 g/m) แต่หากดูเป็นรายเดือน พบว่าในเดือนมีนาคม เชียงใหม่ และ อ.แม่ริม มีค่าฝุ่นพุ่งสูงวิกฤตเกิน 53 g/m สะท้อนปัญหาฝุ่นควันภาคเหนือที่ยังแก้ไม่ได้ในระยะยาว
“ก๊าซฟอสซิล” พลังงานที่ไม่ได้สะอาดอย่างที่คิด
รายงานระบุถึงแหล่งกำเนิดมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมและการผลิตไฟฟ้าด้วยก๊าซฟอสซิล ว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ถูกมองข้าม การเผาไหม้เหล่านี้นำไปสู่การเกิด แอโรซอลอินทรีย์ทุติยภูมิ (SOAs) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของ PM2.5 การนำเสนอก๊าซฟอสซิลเป็น “พลังงานสะอาด” จึงอาจเป็นการซ้ำเติมปัญหามลพิษทางอากาศในเขตนิคมอุตสาหกรรม
บทสรุปจากผู้เชี่ยวชาญ:
ข้อมูลคืออาวุธสำคัญแฟรงค์ แฮมเมส ซีอีโอ IQAir ระบุว่า อากาศคือทรัพยากรที่เปราะบาง การสูญเสียการเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ (เช่น การสิ้นสุดโครงการติดตามของสถานทูตสหรัฐฯ ในบางพื้นที่) ทำให้คนหลายล้านคนเสี่ยงอันตรายโดยไม่รู้ตัวขณะที่ ดร. เอเดน ฟาร์โรว์ จากกรีนพีซ เสริมว่าข้อมูลที่โปร่งใสจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบผู้ก่อมลพิษและผลักดันนโยบายเพื่ออากาศที่สะอาดขึ้นอย่างยั่งยืน
อ้างอิง :
- https://www.stateofglobalair.org/resources/report/state-global-air-report-2025
- https://www.iqair.com/th/newsroom/waqr-2025-pr
