เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้ามาแรง
ตัวเร่งลดก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก

by Admin

ภาคการขนส่งเป็นแหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวตั้งแต่ปี 1990 อย่างไรก็ตาม ทิศทางดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปตามการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า หรือ “รถ EV” ซึ่งกลายเป็นเทรนด์สำคัญทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย และมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา (1)

กระแสการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกกำลังเร่งตัวในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ข้อมูลระบุว่า ในปี 2024 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดทั่วโลกเติบโตขึ้น 25% แตะระดับมากกว่า 17 ล้านคัน การเพิ่มขึ้นของจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2024 เมื่อเทียบกับปี 2023 อยู่ที่ราว 3.5 ล้านคัน ซึ่งมากกว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าตลอดทั้งปี 2020 แนวโน้มดังกล่าวทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนมากกว่า 20% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั่วโลกในปี 2024 และ IEA คาดว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกในปี 2025 จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทะลุระดับ 20 ล้านคัน (2)

ประเทศจีนยังคงเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก โดยมียอดขายมากกว่า 11 ล้านคันในปี 2024 เพิ่มขึ้น 40% และคิดเป็นเกือบสองในสามของยอดขายทั่วโลก ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ยอดขายรวมอยู่ที่ราว 1.8 ล้านคัน ส่วนยุโรป รถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็น ราวหนึ่งในห้าของรถยนต์ใหม่ที่จำหน่ายในปี 2024 แม้ตลาดจะเผชิญการชะลอตัวเล็กน้อยจากการปรับลดหรือยกเลิกเงินอุดหนุนในบางประเทศ แต่กรณีของนอร์เวย์โดดเด่นอย่างมาก โดยรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) มีสัดส่วนถึง 88% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด (1) (2)

ตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย ละตินอเมริกา และแอฟริกา มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 60% ในปี 2024 โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการจูงใจของรัฐและการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้าราคาเข้าถึงได้จากผู้ผลิตจีน การขยายตัวนี้ทำให้สัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเพิ่มจาก 2.5% ในปี 2023 เป็น 4% ในปี 2024 (2)

การเร่งตัวของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกส่วนใหญ่สะท้อนผลของนโยบายลดการปล่อยคาร์บอนที่หลายประเทศดำเนินการอย่างจริงจัง และมีการประเมินว่า การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในเส้นทางปัจจุบันจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมได้สูงถึง 23,000 ล้านตันภายในปี 2050 (1)

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับที่ 11 ของโลก และอันดับ 1 ในอาเซียน กำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น “EV Hub ของอาเซียน” แม้ว่าจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่ในปี 2019 จะอยู่ที่ 153,184 คัน ทำให้ไทยเป็นตลาด EV ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่การเติบโตในช่วงหลังมีความชัดเจน และรวดเร็วยิ่งขึ้น (3)

ตัวเลขการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในช่วงเจ็ดเดือนแรกของปี 2025 มีการจดทะเบียนรถ EV มากกว่า 66,000 คัน ซึ่งเกือบเท่ากับยอดจดทะเบียนตลอดทั้งปี 2024 ที่อยู่ที่ประมาณ 67,000 คัน การขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) สำหรับการใช้งานส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 มียอดขายรวม 54,084 คัน มีการประเมินว่าการจดทะเบียน BEV ในปี 2025 อาจแตะระดับ 100,000 คัน ซึ่งจะเป็นตัวเลขสูงสุดที่เคยมีมา ในขณะที่ส่วนแบ่งตลาด รถยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มขยับขึ้นไปสู่ระดับ 18-20% ภายในช่วงกลางปี (4)

เบื้องหลังการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมีแรงสนับสนุนจากภาครัฐ ผ่านชุดมาตรการสำคัญอย่าง EV3.0 และ EV3.5 ซึ่งให้ส่วนลดภาษีและเงินอุดหนุนแก่ผู้บริโภคตั้งแต่ 50,000-100,000 บาทต่อคัน (4) รวมถึงมาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 150,000 บาท และการปรับลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2% ซึ่งช่วยผลักดันให้ตลาดเติบโตมากกว่า 400% (5)

นอกจากนี้ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ยังเสนอสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่ครอบคลุมสำหรับผู้ผลิต EV โดยให้การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปีสำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) (3) ภาครัฐยังมีแผนพัฒนาระยะยาว โดยตั้งเป้าให้ 30% ของปริมาณการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในปี 2030 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ครอบคลุมรถยนต์นั่งและรถกระบะ 725,000 คัน รถจักรยานยนต์ 675,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 34,000 คัน (5)

อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยยังแข่งขันสูง โดยเฉพาะจากผู้ผลิตจีนอย่าง BYD ที่ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 70% ของยอดขาย EV ทั้งหมด ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงได้มากขึ้น (4) ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนไทยก็เร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จอย่างต่อเนื่อง (3)

การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นส่วนสำคัญในการลดผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การประเมินของ ICCT ระบุว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งทางถนนและการใช้เชื้อเพลิงเหลวทั่วโลกอาจแตะจุดสูงสุดที่ราว 9 กิกะตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ได้เร็วที่สุดในปี 2025 และลดลงสู่ประมาณ 7.1 กิกะตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปี 2050 ซึ่งเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ถึง 25 ปี อันเป็นผลจากนโยบายลดคาร์บอนที่เข้มงวดในหลายประเทศ (1)

รถยนต์ไฟฟ้ายังช่วยลดมลพิษอันตราย เช่น ฝุ่นละออง ไนโตรเจนออกไซด์ และคาร์บอนมอนอกไซด์ โดยมลพิษจากท่อไอเสียทำให้มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรทั่วโลกประมาณ 385,000 รายในปี 2015 การใช้รถ EV สามารถลดมลพิษทางอากาศได้อย่างชัดเจน แม้ไฟฟ้าส่วนหนึ่งยังมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิลก็ตาม (1) นอกจากนี้ จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่วิ่งอยู่บนท้องถนนทั่วโลกยังสามารถช่วยลดการบริโภคน้ำมันลงได้มากกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2024 (2)

สำหรับประเทศไทย รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย Net-zero ในปี 2050 ตามทิศทางเดียวกับนานาประเทศ การเปลี่ยนจากรถสันดาปสู่รถ EV จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนของภาคขนส่งไทย

ในระดับโลก การขนส่งทางถนนจะต้องใช้รถยนต์ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ถึง 61% ของยอดขายใหม่ภายในปี 2030 และเพิ่มเป็น 93% ภายในปี 2035 พร้อมยุติการขายรถยนต์สันดาปหลังปี 2038 เพื่อให้บรรลุ Net-zero ภายในปี 2050 (5)

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนมาใช้ EV เป็นโอกาสการลงทุนครั้งใหญ่ โดยตลาด EV ทั่วโลกคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 8.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030 และ 56.7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2050 นอกจากนี้ การเปลี่ยนไปใช้ EV ยังช่วยปกป้องผู้บริโภคจากความผันผวนของราคาน้ำมันฟอสซิล เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการชาร์จ EV นั้นถูกกว่าการเติมน้ำมัน (1)

การลดการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวและการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ การเดิน หรือการขี่จักรยาน เป็นปัจจัยที่มีผลต่อระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามข้อมูลเชิงวิจัยพบว่า หากรูปแบบการเดินทางทั่วโลกลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวลงเพียง 10% ภายในปี 2050 จำนวนรถยนต์บนท้องถนนจะลดลงประมาณ 200 ล้านคัน และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว 2.25 กิกะตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมการเดินทางและปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวม (5)

บทบาทของรถยนต์ไฟฟ้าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกชัดเจนขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างตลาด EV ในไทยเร่งตัวในช่วงกลางปี 2025 สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพอากาศ งานที่มีคุณภาพ และความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว (1)

อ้างอิง:

(1) https://www.forbes.com/…/electric-vehicle-sales-peak…/

(2) https://www.iea.org/…/trends-in-electric-car-markets-2

(3) https://www.boi.go.th/upload/content/Smart_EV.pdf

(4) https://marketresearchthailand.com/…/thailand-ev…

(5) https://hub.mnre.go.th/th/knowledge/detail/65483

Copyright @2021 – All Right Reserved.