42
ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบผ่านร่างพระราชบัญญัติที่ค้างการพิจารณาของรัฐสภา 34 ฉบับในจำนวนนี้มีร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ….หรือร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 611ไม่เห็นด้วย 3 งดออกเสียง 1 จากจำนวนผู้ลงมติทั้งหมด 615 คน
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ร่างกฎหมายจะเดินหน้าตามวาระที่ค้างอยู่ โดยร่างกฎหมายอากาศสะอาดจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ….วุฒิสภา ในวาระ 2
อย่างไรก็ตาม เครือข่ายอากาศสะอาด ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจ Thailand Can เครือข่ายอากาศสะอาดว่า ถึงแม้สภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด แล้ว แต่นี่ “ยังไม่ใช่จุดจบ” เพราะจากนี้ร่างกฎหมายจะเข้าสู่กระบวนการของ “วุฒิสภา” ซึ่งยังสามารถแก้ไข ปรับเปลี่ยนหรือแม้แต่ “ลดทอน” เนื้อหาสำคัญของกฎหมายได้
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ
• หลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” จะยังอยู่หรือไม่
• กองทุนอากาศสะอาดจะยังมีอำนาจจริงหรือเปล่า
• เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์จะถูกทำให้อ่อนแรงไหม
• สิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลและฟ้องร้องจะยังเข้มแข็งอยู่หรือไม่
เพราะสิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่ “มีกฎหมายผ่าน” แต่คือประเทศไทยจะได้ “กฎหมายอากาศสะอาดที่ทำงานได้จริง” หรือเหลือเพียงกฎหมายที่มีชื่อสวยงาม แต่ไม่มีพลังแก้ปัญหา PM2.5 จริง
จากนี้กระบวนการต่อไปคือ
1.วุฒิสภาพิจารณารายละเอียด
2.หากมีความเห็นต่างอาจตั้งกรรมาธิการร่วม 2 สภา
3.ปรับแก้และหาข้อยุติร่วมกัน
4.ผ่านความเห็นชอบและประกาศใช้เป็นกฎหมาย
นี่จึงยังไม่ใช่เวลาหยุดติดตาม แต่คือช่วงสำคัญที่ประชาชนต้องช่วยกันจับตา เพราะ “รายละเอียด” ของกฎหมายจะเป็นตัวตัดสินว่าเราจะได้อากาศสะอาดจริงหรือไม่
เส้นทางหลังจากนี้ยังมีรายละเอียดอีกมากที่ต้องช่วยกันติดตามและผลักดันต่อ แต่วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของสังคมไทย
ทั้งนี้ ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ วุฒิฯ ในวาระ 2 หากกรรมาธิการ วุฒิฯ พิจารณาแล้วเสร็จก็จะส่งร่างให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาอีกครั้ง หากสภาฯ เห็นชอบก็สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศใช้ แต่หากสภาฯ ไม่ให้ความเห็นชอบก็จะต้องมีการตั้งกรรมาธิการร่วมสองสภา และลงมติกันอีกครั้ง
