ความเสี่ยงโลก 2026
วิกฤตภูมิอากาศภัยคุกคามระยะยาว

by Admin

ท่ามกลางความผันผวนของโลกที่ทวีความรุนแรงในแทบทุกมิติ สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) ได้เผยแพร่รายงานความเสี่ยงโลก 2026 (The Global Risks Report 2026) ฉบับที่ 21 ซึ่งสะท้อนทิศทางและความท้าทายสำคัญที่อาจกำหนดอนาคตของโลกในทศวรรษหน้าจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,300 คนทั่วโลก ครอบคลุมความเสี่ยงระยะสั้นถึงระยะยาว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ภูมิรัฐศาสตร์ สังคม และเทคโนโลยี เพื่อเตือนให้ทั่วโลกเตรียมรับมือกับ “ยุคแห่งการแข่งขัน” ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ภาพรวมในปี 2026 โลกกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยประเด็นที่น่าจับตา คือความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศถูกลดลำดับความสำคัญลงในระยะสั้น เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วซึ่งเคยอยู่ในอันดับ 2 ถูกปรับลงมาอยู่อันดับ 3 ในปี 2026 และลดลงมาอยู่อันดับ 4 ในช่วงปี 2028 สะท้อนทิศทางความกังวลของโลกที่เปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงลำดับดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า โลกปลอดภัยขึ้น หากแต่เป็นสัญญาณเตือนว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมกำลังถูกบดบังด้วยวิกฤตด้านความมั่นคง การเมือง และเศรษฐกิจในระยะเฉพาะหน้า โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การเร่งรับมือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการแบ่งขั้วทางสังคม อาจทำให้ภัยด้านสภาพภูมิอากาศซึ่งกำลังก่อตัวถูกผลักให้เป็นเรื่องรองโดยไม่รู้ตัว

แม้ในระยะสั้นความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมจะถูกจัดลำดับความสำคัญลดลง แต่ในภาพระยะยาวอีก 10 ปีข้างหน้า หรือราวปี 2036 วิกฤตสภาพภูมิอากาศจะกลับมาครองอันดับ 1 ของความเสี่ยงโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 5 โดยความเสี่ยงลำดับต้น ๆ ในทศวรรษหน้าล้วนเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การล่มสลายของระบบนิเวศ และการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบของโลก

รายงานตอกย้ำว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามเชิงระบบที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง สร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของมนุษย์ โดยปี 2024 ถูกบันทึกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยโลกสูงเกินระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมกว่า 1.5 องศาเซลเซียสแล้ว ในขณะที่ต้นทุนทางเศรษฐกิจจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่พุ่งสูงถึงราว 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่คือวิกฤตที่เกิดขึ้นแล้ว “ที่นี่และเดี๋ยวนี้” และกำลังบั่นทอนคุณภาพชีวิตและโอกาสของคนรุ่นใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกเหนือจากความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง รายงานยังสะท้อนให้เห็นความเชื่อมโยงที่น่ากังวลระหว่างวิกฤตสิ่งแวดล้อมกับความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและสังคมอย่างแยกไม่ออก ในโลกที่ข้อมูลหลั่งไหลอย่างรวดเร็วและล้นเกิน การรับรู้ข้อมูลที่ผิดพลาด (Misinformation) และการบิดเบือนข้อมูลโดยเจตนา (Disinformation) ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 2 ของความเสี่ยงระยะสั้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการรับมือกับวิกฤตภูมิอากาศ

เมื่อสังคมเผชิญภาวะแบ่งขั้วทางความคิดและความเชื่อมั่นต่อสถาบันต่าง ๆ ลดลง ความร่วมมือในระดับประเทศและระดับโลกเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างจึงยิ่งทำได้ยากขึ้น ขณะที่ประเด็นด้านเทคโนโลยีก็มีบทบาททั้งในฐานะเครื่องมือ และความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งแม้จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์อากาศและบริหารจัดการภัยพิบัติได้ดีขึ้น แต่ก็เป็น “ดาบสองคม” จากการใช้พลังงานในปริมาณมหาศาล

รายงานประเมินว่า ภายในปี 2035 ศูนย์ข้อมูลที่รองรับระบบ AI อาจใช้ไฟฟ้าสูงถึง 20% ของการใช้ไฟฟ้าทั่วโลก ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อโครงข่ายพลังงานและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของนานาประเทศ

ขณะเดียวกัน โครงสร้างพื้นฐานที่ล้าสมัยก็กลายเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญที่คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญ ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดบ่อยและรุนแรงขึ้นกำลังทดสอบขีดจำกัดของระบบไฟฟ้า การประปา และการคมนาคม ที่ถูกออกแบบและก่อสร้างมาเมื่อหลายสิบปีก่อน รายงานระบุว่า ในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง ความล้มเหลวของโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่สามารถรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 3 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี

หากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศยังคงล่าช้า ความเหลื่อมล้ำในสังคมจะยิ่งขยายตัว เพราะเมื่อเกิดภัยพิบัติ กลุ่มเปราะบางมักเป็นกลุ่มแรกที่สูญเสียการเข้าถึงบริการพื้นฐาน และเป็นกลุ่มที่ต้องแบกรับผลกระทบหนักที่สุดจากความเสี่ยงเชิงระบบที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

รายงาน WEF เน้นย้ำว่า การบูรณาการการจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์และการลงทุนเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ไม่อาจเลื่อนออกไป ทุกประเทศจำเป็นต้องพัฒนาระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้า ควบคู่กับการปรับตัวเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว เพราะการตัดสินใจในวันนี้จะเป็นตัวกำหนดอย่างชัดเจนว่า โลกในปี 2036 จะเผชิญภาวะเปราะบางรุนแรง หรือสามารถปรับตัว และเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

อ้างอิง: https://reports.weforum.org/docs/WEF_Global_Risks_Report_2026.pdf

Copyright @2021 – All Right Reserved.