ปัจจุบัน มีขยะพลาสติกเล็ดลอดลงสู่ทะเลและมหาสมุทรแล้วกว่า 150 ล้านตัน และเพิ่มขึ้นอีกประมาณปีละ 8 ล้านตัน ขณะเดียวกันหลากหลายประเทศก็ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นเดินหน้าจัดการปัญหาขยะพลาสติกนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมให้ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastics) ตลอดจนนำบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วกลับมารีไซเคิลให้ได้มากที่สุด รวมทั้งนำพลาสติกรีไซเคิลมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม (food-contact packaging and bottle-to-bottle recycling)
Article
คอลัมน์ IGreen Talk คุยกับ อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ในฐานะหนึ่งในกลไกรับผิดชอบการแก้ไขปัญหา PM2.5 เขาบอกว่า รัฐบาลได้กำหนดให้การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นวาระแห่งชาติมาตั้งแต่ปี 2562 และปีนี้ได้เพิ่มเติมมาตรการเข้าไปให้สอดคล้องกับการถอดบทเรียนในช่วงที่ผ่านมา
ปัจจุบันมีสถานที่กว่า 150 แห่งทั่วโลกเข้าร่วมเป็น “เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดสากล” ซึ่งนอกจากจะเป็นการรณรงค์ให้เกิดการลดมลภาวะทางแสงที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สุขภาพของมนุษย์ และการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าแล้ว ยังมีส่วนช่วยอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดยามค่ำคืนให้คงความสวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเชิงดาราศาสตร์ สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในสถานที่นั้นอีกด้วย
หลังกลับจากปารีส “อรช บุญ-หลง” ไม่อยากทำงานในกรุงเทพฯ แต่เลือกมาปักหลักที่เชียงใหม่ และตัดสินใจเปิดร้าน “หอมปากหอมคอ” ขายขนม แต่เธอบอกว่าทำไปทำมาการขายขนมมันยังไม่ตอบโจทย์ เพราะอยากทำงานที่ตัวเองได้ใช้ความคิด เป็นงานที่หาเลี้ยงชีพได้ และมีประโยชน์กับส่วนรวม จึงเป็นที่มาของการผันตัวเป็นนักกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม “อรช” เริ่มต้นทำกิจกรรมงานเมืองเมือง นิทรรศการศิลปวัฒนธรรมเกี่ยวกับเมือง ต่อมาขยับมาจับงานด้านสิ่งแวดล้อมโดยร่วมกับเพื่อนในโครงการ No Foam for Food บนถนนคนเดิน
หลายพื้นที่ของประเทศไทยที่ประสบกับสภาพอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง มีโอกาสเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ โรคไข้หวัดใหญ่ หรือโรคทางเดินหายใจอื่นๆ เพราะเมื่อร่างกายมีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ หรือภาวะ Hypothermia ทำให้หัวใจ ระบบภูมิคุ้มกัน และอวัยวะอื่นๆ ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เป็นเหตุให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น หรือเกิดภาวะระบบหายใจล้มเหลว และอาจเสียชีวิตได้
มีความจำเป็นจะต้องให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นผู้ต้องใช้ชีวิตในโลกอนาคตได้เห็นความสำคัญในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทะเลและมหาสมุทรที่เป็นแหล่งผลิตออกซิเจนที่ใหญ่ที่สุดของโลกราว 70% ของออกซิเจนในบรรยากาศทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพขนาดใหญ่ ฉะนั้นการลดปัจจัยรบกวนธรรมชาติ อย่างเช่นการลดขยะลงสู่ทะเล จึงเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลและมหาสมุทร
แม้การก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมจะไม่เห็นผลในระยะสั้น แต่ก็ส่งผลกระทบในระยะยาวโดยเฉพาะมลพิษทางอากาศ ดังนั้นถึงวเลาที่จะต้องนำหลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle: PPP) มาใช้บังคับซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับการนำต้นทุนที่เกิดจากการก่อมลพิษทางสิ่งแวดล้อมมาเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนการผลิตสินค้าหรือการบริการ โดยนำกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับ (Food Traceability) มาประกอบการดำเนินการเพื่อจะได้ทราบแหล่งที่มาการก่อมลพิษ
เผยภาพหาชมได้ยากผลงานจากกล้องที่ติดตั้งไว้ในอุทยานแห่งชาติแซร์รา โดส ออร์เกาส์ (Serra dos Órgãos) ในป่าแอตแลนติกทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิลสามารถจับภาพของเสือพูม่า หรือคูการ์ที่มีขนสีขาวทั้งตัว โดยภาพถ่ายดังกล่าวถ่ายในปี 2556 เป็นครั้งแรกที่ได้รับการยืนยันว่าพบสิงโตภูเขาที่มีอาการ Leucism (ลูซิซึ่ม) ซึ่งเป็นการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมที่ทำให้ร่างกายส่วนใหญ่เป็นสีขาว หรือที่เรียกกันว่าสัตว์เผือกนั่นเอง ภาพนี้เพิ่งจะได้รับการเผยแพร่ในวงกว้างเมื่อเร็วๆ นี้ผ่านทาง National Geographic
เป็นที่รับทราบกันดีว่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำลายสุขภาพร่างกาย ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ยิ่งช่วงปลายปีต่อเนื่องเข้าสู่ต้นปีใหม่ ถือเป็นช่วงเข้าสู่สถานการณ์ฝุ่นควันที่จะค่อย ๆ ทวีความรุนแรง ดังนั้นทุกภาคส่วนของสังคมไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างความเข้าใจถึงรากเหง้าของปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อให้สังคมเกิดความตระหนักและช่วยกันหามาตรการในการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง
ทุกๆ ปีจะมีโทรศัพท์มือถือใหม่จำหน่ายออกสู่ตลาดปีละประมาณ 14 ล้านเครื่อง ในจำนวนนี้เป็นผู้ใช้มือถือครั้งแรกราว 100,000 เครื่องต่อปี และอีกประมาณ 14 ล้านเครื่องต่อปีเป็นการเปลี่ยนอุปกรณ์ของผู้ใช้เดิม คำถามก็คือประเทศไทยมีสัดส่วนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมากถึง 93.7 ล้านเบอร์ แล้วเครื่องเก่าที่ถูกแทนที่ด้วยเครื่องใหม่ 14 ล้านเครื่องต่อปีนั้นไปอยู่ที่ไหน?