ภายหลังโลกต้องเผชิญกับภัยพิบัติภูมิอากาศอย่างหนักหนาสาหัสมาตลอดทั้งปี 2566 โดยเฉพาะภัยจากคลื่นความร้อนสุดขั้ว ที่ส่งผลให้ปี 2566 ถือเป็นปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึก อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า สถิตินี้อาจมีอายุไม่ยืดนัก เพราะเราอาจจะต้องเจอกับปีที่ร้อนจัดยิ่งกว่าในปี 2567
Editor’s Pick
อุณหภูมิโลกเสี่ยงสูงเกินต้าน ไทยเตรียมเผชิญ ‘ปิศาจคลื่นความร้อน’
ปี 2566 เป็นปีที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกกันมา โดยอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1.4 องศาเซลเซียส จากค่าพื้นฐานในช่วงปี 2359-2443 ซึ่งเป็นช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม โดยสูงกว่าปี 2559 และ 2563 ที่เคยทำสถิติสูงสุดมาก่อนหน้านี้ ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากปรากฎการณ์เอลนีโญที่ทำให้เกิดภาวะแล้งที่ยาวนาน นอกจากนี้ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% จากยุคก่อนอุตสาหกรรมปกคลุมชั้นบรรยากาศ ทำให้ไม่สามารถถ่ายเทความร้อนออกไปได้ (1)
ในแต่ละปีคลื่นความร้อนคร่าชีวิตคนจำนวนมากแต่มักถูกมองข้าม จึงเป็นภัยเงียบใกล้ตัวที่ต้องกระตุ้นเตือนให้ประชาชนตระหนักพร้อมรับมืออย่างเท่าทัน
สังเกตกันไหมว่าตลอดช่วงปี 2566 เรามักเห็นข่าวภัยพิบัติเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก นับตั้งแต่คลื่นความร้อนรุนแรง ภัยแล้งหนักสุดในประวัติศาสตร์ ไฟป่าลามเผาทั้งเมืองวอดวาย หรือแม้กระทั่งพายุฝนถล่มเมืองกลางทะเลทรายจนเมืองจมน้ำ จนนับได้ว่าปี 2566 ถือเป็นปีที่โลกต้องเผชิญกับภัยพิบัติร้ายแรงเป็นประวัติการณ์ (1) ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ 2567 จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้มาทบทวนถึงสถานการณ์ภัยพิบัติที่ได้สร้างความเสียหายมหาศาลต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนทั่วโลกตลอดปีที่ผ่านมา เพื่อที่จะทำความเข้าใจความร้ายแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เราทุกคนกำลังเผชิญ ปีแห่งความแห้งแล้ง ไฟป่า และคลื่นความร้อน เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ อันโตนิโอ กุเตอเรส …
นักวิชาการหลายคนเชื่อว่าเหตุการสูญเสียครั้งนี้ไม่ใช่แค่แค่ความล้มเหลวในการซ่อมแซมเขื่อนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบเตือนภัยที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่ขัดแย้ง
ครั้งแรกของโลก นักวิทยาศาสตร์พบพยาธิมีชีวิตยาว 3 นิ้ว ในสมองสาวออสซี่วัย 64 ปี หลังเก็บหญ้าพื้นถิ่นที่ปนเปื้อนไปด้วยมูลงูและไข่พยาธิมาทำอาหาร
โปรตุเกสกลายเป็นประเทศล่าสุดที่ประกาศทดลองการทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน หลังจากก่อนหน้านั้น เบลเยียม สหราชอาณาจักร และประเทศอื่นๆ ได้นำร่องไปแล้ว โดยรวมถือเป็นเทรนด์ที่ได้รับการตอบรับที่ดีต่อการสร้างสมดุลการใช้ชีวิตโดยยังคงประสิทธิภาพการทำงานที่ดีเหมือนเดิม และสามารถกอบกู้โลกจากภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย
รศ.ดร.เสรี ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต ยันกรุงเทพฯ และปริมณฑลจมน้ำแน่
คลื่นความร้อนได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘เพชฌฆาตเงียบ’ ด้วยเหตุผลว่ามันสามารถสร้างความเสียหายที่มองไม่เห็น การตั้งชื่อและจัดหมวดหมู่คลื่นความร้อนจะช่วยให้ประชาชนและหน่วยงานรัฐเตรียมพร้อมรับมือต่อสู้ความร้อน และสร้างความตระหนักรู้ใหม่ในสังคมร่วมกัน
การใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลา 10 ชั่วโมงต่อวัน อาจทำให้มีไมโครพลาสติก ‘ไหล’ เข้าตาได้ ทีมวิจัยจึงเรียกร้องให้มีการศึกษาเพิ่มถึงผลกระทบต่อสุขภาพ